กทม.จัดประชุมออนไลน์ ขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 13 พฤษภาคม 2564 | จำนวนเข้าชม 613 ครั้ง

 

กทม.จัดประชุมออนไลน์ ขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ

            (13 พ.ค. 64) เวลา 08.45 น. นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการประชุมออนไลน์ การขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยมี นายขจิต ชัชวานิชย์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายพลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง และนายโกสิน เทศวงษ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ผู้บริหารสำนักการศึกษา ผู้แทนสำนักอนามัย ร่วมประชุม ณ ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร 

           สำหรับการประชุมออนไลน์ การขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นการจัดประชุมทางไกล (Video Conference) มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 600 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสำนักการศึกษา ร่วมประชุม ณ ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการในสำนักการศึกษา ประชุม ณ ห้องมัลติมีเดีย สำนักการศึกษา ผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา ประชุม ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในแต่ละสำนักงานเขต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษา ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติงาน รวมทั้งสร้างความเข้าใจร่วมกันในนโยบาย ทิศทาง และกรอบการปฏิบัติงาน ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 มิ.ย. 64 โอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบนโยบายด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2564 ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ได้มอบแนวทางขับเคลื่อนการจัดการศึกษา และผู้แทนจากสำนักอนามัย ได้ให้ความรู้เรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม

           รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน ซึ่ง ผู้บริหารกทม. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในสุขภาพและชีวิตของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรทุกคน จึงได้เลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 จากวันที่ 17 พ.ค. 64 เป็นวันที่ 1 มิ.ย. 64 อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้กระทบต่อจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ของผู้เรียน จะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งเชื่อว่าบุคลากรทางการศึกษาของกทม.ทุกท่านมีความพร้อม และเคยดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ New Normal มาแล้ว 

          สำหรับด้านการรับมือสภาวะวิกฤต ขอให้ทุกโรงเรียนเตรียมแผนเพื่อรับมือและจัดการสภาวะวิกฤต โดยถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมา เพื่อประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบัน ประกอบกับจะต้องมีข้อมูลอัปเดต อาทิ รายชื่อนักเรียน ผู้ปกครอง ช่องทางการติดต่อต่าง ๆ รวมถึงให้มีการแลกเปลี่ยนแบ่งปันแนวทางจากประสบการณ์ ประสานงานกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อบูรณาการความร่วมมือกันให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้

           ด้านการเรียนการสอน โรงเรียนจะมีการจัดการเรียนการสอนชดเชยให้ครบตามหลักสูตรภายหลังจากเปิดการเรียนการสอนแล้ว โดยจะสอนชดเชยที่โรงเรียน หรือผ่านช่องทางต่าง ๆ ตามความพร้อมของผู้เรียนในช่องทางใดช่องทางหนึ่ง หรือผสมผสานกันในรูปแบบ 5 On ได้แก่ 1.On Line ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ 2.On Air ทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เช่น DLTV 3.On Hand จัดส่งหนังสือ แบบเรียน แบบฝึกหัด หรือใบงานที่โรงเรียนจัดทำขึ้นไปยังนักเรียนผ่านผู้ปกครอง 4.On Site จัดการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และเรียนในสถานที่ที่ปลอดภัย และ 5.On School Line โดยใช้ช่องทาง Group Line ของแต่ละห้องเรียนเป็นช่องทางติดต่อสื่อสารระหว่างครูประจำชั้นกับผู้ปกครองและนักเรียน รวมทั้งใช้เป็นช่องทางการมอบหมายงาน หรือส่งการบ้าน ซึ่งโรงเรียนสามารถพิจารณาให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน สภาพแวดล้อม หรือทรัพยากรที่เอื้ออำนวยและสอดคล้องกับสถานการณ์ นอกจากนี้ ขอให้โรงเรียนมุ่งเน้นการสร้างผู้เรียนให้มีปัญญา รู้คิด มีจริยธรรม มีความมั่นใจในตนเอง โดยให้ครูรับฟังนักเรียนให้มาก ชี้แนะ แลกเปลี่ยน แบ่งปันแนวทางในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ เพื่อให้นักเรียนสามารถเติบโตในเส้นทางสายอาชีพที่ตนเองถนัดและสนใจ พร้อมมุ่งเน้นในการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี การมีทักษะ มีความรู้ความเข้าใจ สามารถใช้ประโยชน์ และรู้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อให้นักเรียนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีภูมิคุ้มกัน

          ด้านความปลอดภัยในโรงเรียน ให้โรงเรียนสำรวจวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น CCTV อุปกรณ์ในห้องเรียน เครื่องวัดอุณหภูมิ น้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น พร้อมเพิ่มความเข้มข้นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงเรียนสังกัด กทม. โดยเน้นย้ำให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย 100% เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนรวมในโรงเรียน อาทิ สนามเด็กเล่น ห้องน้ำ ลูกบิดประตู อาคารสถานที่ และบริเวณโรงเรียนโดยสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนในที่สถานที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก มีระยะห่างระหว่างบุคคลตามบริบทของสถานที่ จำกัดจำนวนผู้ปกครองและบุคคลที่จะเข้าภายในบริเวณโรงเรียนเพื่อลดความแออัด กรณีที่ผู้ปกครองมารับบุตรหลานที่โรงเรียน ต้องจัดพื้นที่พักคอยสำหรับผู้ปกครองบริเวณหน้าโรงเรียน นอกจากนี้ ให้มีการตรวจคัดกรองอุณหภูมิร่างกายนักเรียน ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร บุคลากรของโรงเรียน และผู้มาติดต่อราชการทุกคน โดยเฉพาะนักเรียนให้ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายวันละ 3 ครั้ง คือ ก่อนเข้าโรงเรียน ก่อนรับประทานอาหารกลางวัน และก่อนเดินทางกลับบ้าน ขณะนักเรียนรับประทานอาหารให้มีระยะห่างที่เหมาะสม โดยอาจเหลื่อมเวลาในการพัก หรือจัดที่รับประทานอาหารที่ไม่แออัด และกำชับให้นักเรียนล้างมือบ่อย ๆ พร้อมทั้งประสานผู้ปกครองให้ตรวจคัดกรองบุตรหลานก่อนพามาโรงเรียน หากมีอาการไข้ ไอ จาม หรืออาการอื่นใดให้นักเรียนหยุดเรียน เพื่อเฝ้าดูอาการที่บ้าน หรือพบแพทย์ และขอความร่วมมือผู้ปกครองแจ้งข้อมูลการเจ็บป่วยของนักเรียนให้โรงเรียนทราบด้วย กรณีโรงเรียนพบนักเรียนที่สงสัยติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient Under Investigation : PUI) ให้แยกเด็กออกมาจากผู้อื่น จากนั้นแจ้งผู้ปกครองและแจ้งสายด่วนสุขภาพ 1646 ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ หรือแจ้งศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์ตามเกณฑ์สอบสวนโรค นอกจากนี้ ขอให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับนักเรียน เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยของตนเอง นักเรียน และสังคมส่วนรวม

 

———————— (มุทิตา สปส. รายงาน)

 

อัลบั้มภาพ