COVID-19 The Series: EP.4 เตรียมพร้อมทั้งมาตรการเชิงรับและเชิงรุก

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 10 เมษายน 2563 | จำนวนเข้าชม 542 ครั้ง

 

          กรุงเทพมหานครได้มีการเตรียมความพร้อมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน เพื่อรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสำนักการแพทย์ ได้จัดทำคู่มือสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข สำหรับดูแลรักษาผู้ป่วย จัดเตรียมเวชภัณฑ์ในการดูแลส่งต่อผู้ป่วย รวมถึงให้โรงพยาบาลในสังกัดฝึกซ้อมแผนการรับมือกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งนี้เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์ และสถานที่ รวมทั้งยังได้ซักซ้อมแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินในส่วนของโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยมีศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) เป็นศูนย์กลางประสานการรับ-ส่งผู้ป่วยของโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งร่วมมือกับโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สถาบันกลุ่มโรงพยาบาลแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย สมาคมโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลของ 4 เหล่าทัพ และสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อ “สำรองเตียง” ห้องความดันลบและห้องแยกโรค เวชภัณฑ์ และชุดป้องกันการติดเชื้อ เพื่อร่วมมือกันทั่วทั้งพื้นที่กรุงเทพฯ โดยในส่วนของสำนักอนามัย ยังได้จัดทำแนวทางการดูแลรักษา การคัดกรองโรค การเยี่ยมผู้เสี่ยงสูง รวมถึงการจัดเตรียมเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในการดูแลรักษาผู้ป่วย และฝึกซ้อมแผนการรับมือสำหรับกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19 ร่วมกับสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม และกระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนประสานสำนักการแพทย์ ในการส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับบริการในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครด้วย

          สำหรับการจัดเตรียมสถานที่ควบคุมโรคเพิ่มเติม กรุงเทพมหานครได้เปิดโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ บุคลากรทางการแพทย์ และแผนปฏิบัติงานเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติ โดยจัดเตรียมอาคารกลางน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับผู้เข้าเกณฑ์ต้องสงสัย (PUI) ที่รอผลการตรวจยืนยัน จำนวน 8 หลัง หลังละ 4 เตียง รวม 32 เตียง โดยเป็นห้องแยกเดี่ยว หากผลตรวจเป็นลบ (ไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19) จะให้กลับบ้าน และทำการกักตัวต่อที่บ้าน แต่หากผลตรวจเป็นบวก (พบเชื้อไวรัสโควิด-19) แต่มีอาการไม่รุนแรงจะย้ายผู้ป่วยเข้ารักษาตัว ณ อาคารผู้ป่วยใน ซึ่งเป็นอาคาร 6 ชั้น สามารถรองรับผู้ป่วยได้ทั้งหมด 294 เตียง แบ่งเป็นห้องเดี่ยว 106 เตียง และห้องรวม 188 เตียง ซึ่งเบื้องต้นจะเปิดใช้อาคารผู้ป่วยในชั้น 2-3 จำนวน 103 เตียงเป็นลำดับแรก โดยขั้นตอนการย้ายผู้ป่วยได้มีการซักซ้อมการปฏิบัติและแบ่งแยกทางเดินของผู้ป่วย แยกจากส่วนของการให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) ชัดเจน ทั้งนี้โรงพยาบาลบางขุนเทียนจะรับเฉพาะผู้ป่วยที่ผ่านการส่งต่อจากโรงพยาบาลเครือข่ายเท่านั้น ซึ่งหากโรงพยาบาลที่รับตรวจวินิจฉัยว่ามีผลเป็นบวก โรงพยาบาลนั้น ๆ จะประสานโรงพยาบาลเครือข่ายเพื่อส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่เป็นสถานที่ควบคุมโรคตามหลักเกณฑ์ รวมถึงโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนต่อไป

          นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์ควบคุม Local Quarantine กรุงเทพมหานคร สำหรับกักกันและเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทางด่านบก เพื่อสังเกตอาการ 14 วัน ตามหลัก Local Quarantine ซึ่งมีการบูรณาการการทำงานเชิงพื้นที่ร่วมกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร ในการบริหารจัดการในทุกด้าน อาทิ ด้านสถานที่ จัดเตรียมความพร้อมของห้องพักสำหรับผู้ถูกกักตัว โดยให้ผู้ถูกกักตัวพักห้องละ 1 คน และห้องสำหรับเจ้าหน้าที่ เพื่ออาบน้ำ ล้างตัว จัดเก็บยา หรือเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ด้านบริการสุขภาพ มีแพทย์ประจำศูนย์ 2 คน แพทย์หมุนเวียน 1 คน พยาบาล 2 คน และผู้ช่วยพยาบาล 2 คน ให้บริการตรวจคัดกรอง วัดไข้ ลงทะเบียนผู้ถูกกักตัวเมื่อแรกเข้า สอบถามอาการไข้และอาการอื่น ๆ ประจำวันทางโทรศัพท์ วันละ 2 เวลา คือ 08.00 น. และ 14.30 น. ด้านอุปโภคบริโภค ดูแลด้านอาหารและอุปกรณ์เครื่องใช้ โดยจัดเตรียมอาหาร 3 มื้อ และจัดส่งถึงหน้าห้องในเวลา 07.30 น. 11.30 น. และ 17.30 น. พร้อมสำรองน้ำดื่มหากผู้ถูกกักตัวต้องการเพิ่มเติม ทั้งนี้ได้มีการกำหนดวันให้ผู้ถูกกักตัวสั่งอาหารจากข้างนอกเข้ามารับประทานได้ อาทิ อาหารแห้ง มาม่า พิซซ่า นม หรือขนมอื่น ๆ และต้องให้ญาติเป็นผู้นำมาฝากไว้ที่เจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามสั่งอาหารจากพนักงาน Delivery ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอาหารก่อนนำไปส่งหน้าห้องของผู้ถูกกักตัว ด้านความปลอดภัย ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการเข้าพักของผู้ถูกกักตัว มีเจ้าหน้าที่คอยดูกล้อง CCTV วันละ 12 นาย แบ่งเป็น 2 ผลัด ดังนี้ เวลา 08.00 - 17.00 น. จำนวน 7 นาย และเวลา 17.00 - 08.00 น. จำนวน 5 นาย ด้านอัคคีภัย จัดเจ้าหน้าที่ป้องกันการเกิดเหตุเพลิงไหม้ ด้านสิ่งแวดล้อมและความสะอาด ดูแลการจัดเก็บขยะ โดยขยะทั้งหมดจากศูนย์ควบคุม Local Quarantine กรุงเทพมหานคร ให้จัดเป็นประเภทขยะติดเชื้อ เพื่อจะได้นำไปเผาทำลายอย่างถูกวิธี และด้านการประชาสัมพันธ์ มีช่องโทรทัศน์ของที่พัก สำหรับแจ้งเตือน ประกาศข้อกำหนดและระเบียบการเข้าพักในศูนย์ควบคุม Local Quarantine กรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ถูกกักตัว เมื่อครบกำหนดกักตัวจะมีการตรวจคัดกรองอีกครั้ง หากมีผลเป็นลบ (Negative) ไม่พบเชื้อ จะมีการออกหนังสือรับรองการกักตัวครบ 14 วัน จากศูนย์ควบคุม Local Quarantine กรุงเทพมหานคร ให้กับผู้ถูกกักตัวด้วย

         ด้านมาตรการเชิงรุกเพื่อลดการเคลื่อนย้ายกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ กรุงเทพมหานคร และทีมงานเพจหมอแล็บแพนด้า ได้ร่วมแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับรถตรวจโควิด-19 เคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไม่ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลหรือพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.63 ที่ผ่านมา โดยกรุงเทพมหานครและเพจหมอแล็บแพนด้าดำเนินการจัดรถตรวจโควิด 19 เคลื่อนที่ ให้บริการตรวจทดสอบการติดเชื้อเมื่อวันที่ 8 เม.ย.63 เป็นวันแรก สามารถให้บริการประชาชนที่เข้าข่ายต้องสงสัย ผ่านแบบทดสอบจากเว็บไซต์ BKK COVID-19 (http://bkkcovid19.bangkok.go.th) และได้รับผลการตรวจภายใน 24 ชั่วโมง ถือเป็นต้นแบบในการดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เชิงรุกของกรุงเทพมหานคร โดยประชาชนที่เข้ารับการตรวจจะไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

         สำหรับระบบ BKK COVID-19 ของกรุงเทพมหานคร แบ่งการดำเนินการออกเป็น การคัดกรอง ผ่านแบบประเมินทางความเสี่ยง และแบบประเมินการคัดกรองอาการ ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่ออกแบบโดยทีมแพทย์ นักวิชาการ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และเป็นแบบฟอร์มที่ใช้จริงในโรงพยาบาลเพื่อการสอบสวนโรคของกลุ่มเสี่ยง เมื่อประเมินผลแล้วระบบจะวิเคราะห์ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ในกลุ่มใด เพื่อดำเนินการต่อให้เหมาะสม รวมทั้งมีการขอข้อมูลส่วนตัวเพื่อติดต่อผู้เข้าเกณฑ์โดยตรง เพื่อช่วยเหลือ สำหรับผู้ที่เสี่ยงหรือติดเชื้อ ต้องได้รับการรักษา กรุงเทพมหานครจะจัดรถเข้าไปรับถึงที่พักอาศัย และหากเป็นผู้ที่เข้าเกณฑ์เสี่ยงแต่ต้องทำการทดสอบการติดเชื้อ (SWAB) กรุงเทพมหานครและเครือข่ายจะจัดรถเข้าไปบริการตรวจถึงที่พักอาศัย นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่มีความเครียด จะมีการโทรกลับเพื่อให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการปฏิบัติตัว ซึ่งในขณะนี้กรุงเทพมหานครได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคเอกชน สำหรับห้องปฏิบัติการ (LAB) ที่กรุงเทพมหานครจะส่งตรวจ คือ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สามารถตรวจได้ 200 เคสต่อวัน ทั้งนี้ยังมีโรงพยาบาลในเครือข่ายกรุงเทพมหานครอีก 18 แห่ง ที่พร้อมสนับสนุนการตรวจ

         ด้านการดำเนินการของรถตรวจโควิด-19 เคลื่อนที่ จะมีบุคลากรประจำรถ 4-5 คน ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในรถระบบปิดทั้งหมด เพื่อลดการปนเปื้อน และการสัมผัสกับคนไข้ให้ได้มากที่สุด และเก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจด้วยวิธี SWAB จากผู้เข้าเกณฑ์ต้องสงสัย 2 ช่องทาง คือ คอ และโพรงจมูก ผู้ที่ทำหน้าที่เก็บสิ่งส่งตรวจจะสวมอุปกรณ์ป้องกันอยู่ภายในรถและยื่นเพียงแขนออกมาจากภายนอกตัวรถเท่านั้น เมื่อเก็บสารคัดหลั่งเรียบร้อยแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งสวมชุดป้องกันทำหน้าที่แพคสิ่งส่งตรวจให้แน่นหนา และแพคเก็บ 3 ชั้น จากนั้นพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ที่กล่องโฟมชั้นนอกสุด มีการรักษาอุณหภูมิภายในกล่องโฟมให้ได้ 2-8 องศาเซลเซียส ด้วยการแช่ ICE PACK เมื่อบรรจุเรียบร้อยจะมีเจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันอีกชุดหนึ่งทำหน้าที่พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณปฏิบัติการโดยรอบทั้งหมด รวมถึงรถที่ปฏิบัติการทั้งภายในและภายนอกอีกครั้ง โดยการพ่นยาฆ่าเชื้อนี้จะทำทุกครั้งที่ตรวจผู้ป่วยแต่ละราย

อัลบั้มภาพ