COVID-19 The Series: EP.3 ปิดสถานที่บางแห่งชั่วคราว ลดการแพร่ระบาดของโรค

เผยแพร่โดย : วิทยา บาริศรี | 7 เมษายน 2563 | จำนวนเข้าชม 76 ครั้ง


ปฏิบัติการรับมือกับ COVID-19 : เมื่อโรคที่คิดว่าไกลตัว เริ่มเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นทุกที (COVID-19 The Series)

          กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางสำคัญทางเศรษฐกิจ การคมนาคม และการท่องเที่ยว และมีความหนาแน่นของประชากรสูงซึ่งนับเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคอย่างรวดเร็ว หากขาดการควบคุมโรคอย่างทันเวลา และไม่จำกัดการชุมนุมของประชาชน อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดขยายไปในวงกว้าง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในสถานที่ต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูง ประกอบกับนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.63 จนถึงวันที่ 30 เม.ย.63 และได้มีข้อกำหนดซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค.63 ให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรคเป็นการชั่วคราวเพิ่มเติม จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35(1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค.63 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 6/2563 เมื่อวันที่ 27 มี.ค.63 จึงให้ยกเลิกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 21 มี.ค.63 และประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 21 มี.ค.63 และออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 27 มี.ค.63 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
            1.ปิดร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่อยู่ในคูหา รถเข็นและแผงลอย จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม (ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มในโรงแรมที่ให้บริการเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในโรงแรม หรือจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น) ยกเว้นร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในบริเวณสนามบิน และโรงอาหารในโรงพยาบาล
            2.ปิดห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้ มอลล์ ยกเว้นในส่วนซึ่งเป็นแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยาหรือสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ร้านอาหาร (ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น) ที่ทำการธนาคาร หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ
            3.ปิดพื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหารในร้านสะดวกซื้อ
            4.ปิดตลาดและตลาดนัด (เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ เพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น อาหารสัตว์ ร้านขายยา ร้านดอกไม้สด เวชภัณฑ์และสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต)
            5.ปิดร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม
            6.ปิดสถานที่บริการสักผิวหนังหรือเจาะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย
            7.ปิดสถานที่เล่นสเกต หรือโรลเลอร์เบลด หรือการเล่นอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน
            8.ปิดสวนสนุก สถานที่เล่นโบว์ลิง หรือตู้เกม
            9.ปิดร้านเกม และร้านอินเทอร์เน็ต
            10.ปิดสนามกอล์ฟ หรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ
            11.ปิดสระว่ายน้ำ หรือกิจการอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน
            12.ปิดสนามชนไก่ และสนามซ้อมชนไก่
            13.ปิดศูนย์พระเครื่อง พระบูชา และสนามพระเครื่อง พระบูชา
            14.ปิดศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม และสถานที่จัดนิทรรศการ
            15.ปิดสถานศึกษาทุกระดับ และสถาบันกวดวิชา
            16.ปิดสถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเวชกรรมในส่วนที่ให้บริการเสริมความงาม คลินิกเสริมความงาม และสถานเสริมความงาม
            17.ปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม)
            18.ปิดสถานที่ให้บริการสปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยงหรือรับฝากสัตว์
            19.ปิดสถานประกอบกิจการอาบ อบ นวด
            20.ปิดสถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร
            21.ปิดโรงมหรสพ (โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงมหรสพ)
            22.ปิดสถานที่ออกกำลังกาย
            23.ปิดสถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ
            24.ปิดสนามมวย และโรงเรียนสอนมวย
            25.ปิดสนามกีฬา
            26.ปิดสนามม้า
            27.ปิดสนามแข่งขันทุกประเภท
            28.ปิดสนามเด็กเล่น
            29.ปิดสถานที่แสดงมหรสพ สถานที่มีการแสดงหรือการละเล่นสาธารณะ
            30.ปิดพิพิธภัณฑสถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน
            31.ปิดห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดชุมชน ห้องสมุดเอกชน และบ้านหนังสือ
            32.ปิดสถานที่ให้บริการห้องประขุม ห้องจัดเลี้ยง สถานที่จัดเลี้ยง รวมถึงสถานที่อื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน
            33.ปิดโต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด
            34.ปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก ยกเว้นสถานรับเลี้ยงเด็กในโรงพยาบาล

          นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 1 เม.ย.63 ได้ออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 1 เม.ย.63 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
            1.ให้ยกเลิกข้อ 1 ของประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 27 มี.ค.63
            2.ให้ปิดสถานที่ดังต่อไปนี้เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.63 ถึงวันที่ 30 เม.ย.63
               2.1 ร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่อยู่ในคูหา รถเข็นและแผงลอย จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม (ให้เปิดได้ตั้งแต่เวลา 05.01 น. ถึงเวลา 24.00 น. และเฉพาะการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มในโรงแรมที่ให้บริการเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในโรงแรม หรือจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น ยกเว้นร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในบริเวณสนามบิน และโรงอาหารในโรงพยาบาล สามารถจัดที่นั่งในการรับประทานอาหารได้)
               2.2 ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านลักษณะเดียวกับร้านสะดวกซื้อ ให้ปิดตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึงเวลา 05.00 น.
               2.3 สวนสาธารณะทุกแห่ง ทั้งของรัฐ และเอกชน

          ทั้งนี้ สถานที่ที่ได้รับยกเว้นตามประกาศนี้ หรือสถานที่อื่นนอกเหนือจากประกาศนี้ให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด และข้อ 11 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค.63

          ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.63 เป็นต้นไป

 

          ด้านการควบคุมดูแลให้สถานประกอบการ ร้านค้า ตลอดจนประชาชนดำเนินการตามประกาศข้างต้น กรุงเทพมหานครได้จัดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ แจ้งเตือน ทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือด้วยดี และพร้อมที่จะร่วมกันฝ่าฟันเพื่อผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน ทั้งนี้ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยถึงมาตรการให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ค้าภายในตลาดที่กรุงเทพมหานครกำกับดูแล ซึ่งได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ “COVID-19” ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 เม.ย.63 ว่า จากประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง การปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค.63 กรุงเทพมหานครจึงได้พิจารณายกเว้นค่าเช่าแผงค้า ผู้เช่าพื้นที่ให้บริการห้องสุขา และผู้เช่าพื้นที่จอดรถในตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรุงเทพมหานครทั้งหมด 10 แห่ง ได้แก่ 1.ตลาดนัดจตุจักร (มีนบุรี) เขตมีนบุรี 2.ตลาดธนบุรี (สนามหลวง 2) เขตทวีวัฒนา 3.ตลาดเทวราช เขตดุสิต 4.ตลาดประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร 5.ตลาดหนองจอก เขตหนองจอก 6.ตลาดบางกะปิ เขตบางกะปิ 7.ตลาดพระเครื่องวงเวียนเล็ก เขตคลองสาน 8.ตลาดรัชดาภิเษก เขตธนบุรี 9.ตลาดสิงหา เขตคลองเตย และ 10.ตลาดราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ ตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนกว่าสู่สถานการณ์จะกลับเข้าภาวะปกติ สำหรับตลาดนัดจตุจักรซึ่งเป็นตลาดที่กรุงเทพมหานครมีสัญญาเช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยกรุงเทพมหานครจะดำเนินการในลักษณะเดียวกันคือจะส่งหนังสือไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ยกเว้นค่าเช่าให้แก่ผู้เช่าตั้งแต่เดือนมีนาคมไปถึงเดือนพฤศจิกายน ระยะเวลา 9 เดือน ซึ่งคาดว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดีจากการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย

          นอกจากนี้ โรงรับจำนำกรุงเทพมหานครยังมีมาตรการในการปรับลดดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาในการรับจำนำ เพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับประชาชนและยังช่วยให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ดีขึ้น ดังนี้ 1.ลดดอกเบี้ยรับจำนำ วงเงินรับจำนำตั้งแต่ 1-5,000 บาท จากดอกเบี้ยร้อยละ 25 สตางค์ต่อเดือน เป็นร้อยละ 10 สตางค์ต่อเดือน สำหรับวงเงินรับจำนำตั้งแต่ 5,000-15,000 บาท จากร้อยละ 1 บาทต่อเดือน เป็นร้อยละ 50 สตางค์ต่อเดือน 2.ขยายระยะเวลาตั๋วรับจำนำ จาก 4 เดือน 30 วัน เป็น 8 เดือน โดยประชาชนที่ทำธุรกรรมทุกประเภทกับสถานธนานุบาลทั้ง 21 แห่งของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. - 31 พ.ค.63 จะได้รับสิทธิลดดอกเบี้ยตามวงเงินข้างต้น และขยายระยะเวลาตั๋วรับจำนำออกไปเป็น 8 เดือนทันที อีกทั้งประชาชนยังสามารถใช้บริการโครงการลดดอกเบี้ยช่วงเปิดเทอมสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ปกครอง ประจำปีงบประมาณ 2563 ซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ต่อเดือน สำหรับวงเงินรวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินในระยะสั้น สามารถนำทรัพย์สินมาฝากไว้กับสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานครได้ทั้ง 21 สาขาทั่วกรุงเทพฯ โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร เลขที่ 8 อาคาร โกลด์ มาร์เก็ต ชั้น 3 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0 2158 0042 - 4 โทรสาร 0 2158 0050 และเว็บไซต์ http://www.pawnshop.bangkok.go.th

อัลบั้มภาพ