บนต. 37 เสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวตลาดน้ำตลิ่งชันแบบมีส่วนร่วม

เผยแพร่โดย : ทิพพาภรณ์ กลุ่มกรุงธนใต้ | 20 กันยายน 2563 | จำนวนเข้าชม 370 ครั้ง

บนต. 37 เสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวตลาดน้ำตลิ่งชันแบบมีส่วนร่วม

         นางเสาวภาคย์ กระจ่างยุทธ ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานครสูง เป็นประธานเปิดงานการนำเสนอผลงานรุ่น (Class Project) และนิทรรศการแสดงผลงานของผู้เข้าอบรมหลักสูตรนักบริหารมหานครระดับต้น (บนต.) รุ่นที่ 37 เรื่อง “แนวทางการพัฒนาการสุขาภิบาลตลาดน้ำอย่างมีส่วนร่วม : กรณีศึกษาตลาดน้ำตลิ่งชัน” โดยจัดแสดงผลงานภายใต้แนวคิด “ตลาดน้ำวิถีใหม่ ริมรางรถไฟ @ตลิ่งชัน” โดยมี นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว นางสุธาทิพย์ สนเอี่ยม ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารและข้าราชการสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้เข้ารับการอบรม และผู้เกี่ยวข้องร่วมพิธี ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน 

         สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารมหานครระดับต้น รุ่นที่ 37 ระหว่างวันที่ 21 ก.ค. - 25 ก.ย.63 เพื่อพัฒนาศักยภาพนักบริหารให้มีวิสัยทัศน์และขีดความสามารถทางการบริหาร สามารถรองรับภารกิจหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายต่างๆ ของกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างสัมพันธภาพ และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักบริหารที่เข้ารับการฝึกอบรมด้วยกัน ผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญที่ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ และประเภททั่วไประดับชำนาญงาน และบุคลากรจากหน่วยงานต่างสังกัด ได้แก่ การประปานครหลวง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 64 คน

         ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานครสูง กล่าวว่า แนวคิดจากการศึกษาของผู้เข้ารับการอบรม ถือว่ามีประโยชน์ในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานครแบบมีส่วนร่วม รวมทั้งสอดรับกับนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการสร้างมหานครสำหรับทุกคน และยังเชื่อมโยงกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ในเรื่องมหานครปลอดภัย เป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาการสุขาภิบาลตลาดน้ำตลิ่งชันให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ร่วมกัน ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ผู้ค้า และกรุงเทพมหานครได้ร่วมมือร่วมใจ ร่วมพัฒนาตลาดน้ำแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร อันมีประวัติมายาวนาน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน และสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

 

 

เสนอ 3 แนวทาง สร้างการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

         ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนักบริหารมหานครระดับต้น รุ่นที่ 37 (บนต.37) ได้ทำการศึกษาแนวทางการพัฒนาการสุขาภิบาลตลาดน้ำอย่างมีส่วนร่วม : กรณีศึกษาตลาดน้ำตลิ่งชัน เพื่อหาแนวทางพัฒนาตลาดน้ำตลิ่งชันให้เป็นตลาดน้ำที่น่าสนใจ มีอัตลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่มุ่งเน้นการพัฒนาโดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ตลาดน้ำตลิ่งชันเป็นตลาดน้ำแห่งแรกของกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันในกรุงเทพฯ มีตลาดน้ำเกิดขึ้นหลายแห่งทำให้มีการแข่งขันทางการตลาดสูง อีกทั้งมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid 19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลง  ประกอบกับนักท่องเที่ยวมีความต้องการให้ปรับปรุงระบบการสุขาภิบาลในตลาดน้ำตลิ่งชัน ผู้เข้ารับการอบรมจึงได้ดำเนินการศึกษาประวัติความเป็นมา พร้อมลงพื้นที่สำรวจด้านกายภาพทั้งทางบกและทางน้ำ รวมถึงทำแบบสอบและสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ผู้บริหารสำนักงานเขต ผู้บริหารประชาคมตลาดน้ำตลิ่งชัน

          โดยพบว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีความเห็นสอดคล้องกันและได้เสนอแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงตลาดน้ำตลิ่งชันเพื่อให้เป็นตลาดน้ำที่น่าสนใจ มีคนมาเที่ยวแบบยั่งยืน ใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1. การสร้างอัตลักษณ์เพื่อดึงดูดความสนใจ อาทิ การสร้างจุดเช็คอิน ที่เป็นเอกลักษณ์ของตลาดน้ำ อาทิ บริเวณสะพานรถไฟข้ามคลอง การปรับปรุงทาสีสะพานรถไฟข้ามคลองให้สดใส เพิ่มสินค้าที่จำหน่ายในตลาดน้ำให้หลากหลายมากขึ้น ควรเป็นสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ และสร้าง Story ของตลาดน้ำ 2. การดูแลด้านสุขาภิบาล อาทิ จัดจุดล้างภาชนะให้เป็นไปตามมาตรฐานการสุขาภิบาลอาหาร มีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยทิ้งลงคลอง และรณรงค์ให้ร้านค้าใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ สำหรับใส่อาหาร และ 3. จัดสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย อาทิ เพิ่มพื้นที่จอดรถ จัดทำป้ายเตือนรถไฟ หรือแผงกั้นในเวลาที่มีรถไฟผ่าน จัดทำแนวรั้วกันตกบริเวณริมคลอง และเพิ่มห่วงชูชีพบริเวณแพจำหน่ายอาหาร จัดให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัย ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบ เพิ่มจำนวนห้องสุขา เป็นต้น

 

 

———-

อัลบั้มภาพ