#มั่นใจ..การ์ดไม่ตก..

เผยแพร่โดย : สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว - | 1 กรกฎาคม 2563 | จำนวนเข้าชม 31 ครั้ง

#มั่นใจ..การ์ดไม่ตก..
นายเกรียงยศ สุดลาภา” ตรวจเยี่ยมความพร้อมศูนย์ฝึกกีฬาเยาวชนกรุงเทพฯ ก่อนเปิดเทอม 1 ก.ค. ย้ำให้ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุข​อย่างเคร่งครัด

นายเกรียงยศ สุดลาภา​ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานครและคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกกีฬาเยาวชนกรุงเทพฯ โดยมี นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และคณะผู้บริหาร สวท. ให้การต้อนรับ ซึ่งในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในวันที่ 1 กรกฎาคม​นี้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้เห็นความพร้อมของสถานศึกษา ผู้บริหาร และคณะครู ก่อนเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ทั้งในเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณสุข, การจัดการเรียนการสอนที่เน้นความยืดหยุ่น ให้โรงเรียนนำมาตรการต่างๆ ไปปรับใช้ตามบริบทของโรงเรียน ซึ่งเป็นอำนาจของหัวหน้าศูนย์ฝึกฯและคณะครูผู้ฝึกสอนที่จะหารือแนวทางร่วมกัน, การปรับตัวของครูที่สามารถจัดการเรียนการฝึกซ้อม และสอนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล และเชื่อมต่อกับนักเรียนได้มากขึ้น เป็นต้น ส่วนการผสมผสานระหว่างการเรียนที่โรงเรียนกับการเรียนออนไลน์ก็ต้องดูบริบทของโรงเรียน ซึ่งในแผนการอนาคตจะพลักดันให้ศูนย์ฝึกกีฬาเยาวชนฯ เป็นโรงเรียนกีฬาที่สมบูรณ์ของกรุงเทพมหานคร ต่อไป

สิ่งที่น่าเป็นกังวล คือ การแบ่งเวลาเข้าเรียนของโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งสถานศึกษาต้องวางแผนการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาไทย ทั้งนี้ ขอเชิญชวนครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมมือร่วมใจกันจัดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤตโควิด-19​ และก้าวผ่านปัญหาอุปสรรคไปพร้อมกัน

สำหรับศูนย์ฝึกกีฬาเยาวชนกรุงเทพมหานคร (โรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ) เป็นศูนย์ฝึกกีฬาในสังกัดของกองการกีฬา สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร เป็นโรงเรียนประจำ เปิดสอนนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 4 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนกว่า 700 คน ผู้บริหารได้ประชุมหารือแนวทางการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเรียน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19​ โดยการเก็บตัวมาแล้ว 14 วัน และแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม A และ B สลับกันมาเรียนที่โรงเรียนตามตารางที่โรงเรียนจัดให้ ส่วนนักเรียนที่ไม่ได้เข้าชั้นเรียน ก็จัดการเรียนการสอนผ่านห้องเรียนออนไลน์ อีกทั้งได้วางมาตรการด้านสาธารณสุข​ เช่น ทำความสะอาดสถานที่ พร้อมจัดสถานที่แบบเว้นระยะห่าง, ตั้งคณะกรรมการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19, วัดไข้นักเรียนก่อนเข้าโรงเรียน หากมีไข้จะให้นักเรียนกลับบ้าน, แจกหน้ากากอนามัยให้นักเรียนที่ไม่มีหน้ากากอนามัย, จัดตั้งจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์​สม่ำเสมอ และเว้นระยะห่างในทุกกิจกรรม เป็นต้น

อัลบั้มภาพ