กทม. ร่วมรับฟังเสวนา การบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี 62

เผยแพร่โดย : ศุทธวีร์ สวงน้อย | 12 มิถุนายน 2562 | จำนวนเข้าชม 90 ครั้ง

 

          (12 มิ.ย.62) เวลา 09.00 น. : พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมงาน "สร้างรู้ สื่อสาร การบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี 2562" ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สกนช.) จัดขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำแก่ประชาชน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนางศิลปสวย ระวีแสงสรูย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ และหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านน้ำ จำนวน 40 หน่วยงาน ร่วมพิธี ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก เขตพญาไท

          สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การเสวนาหัวข้อ "ต่อยอดนวัตกรรม ยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ" จาก 5 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย กองทัพไทย และภาคประชาชน นอกจากนี้ยังมีการจำลองและสาธิตการปฏิบัติการจริงของศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ และการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจาก 13 หน่วยงานด้านน้ำ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ นำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับทุกภาคส่วน ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อม และสร้างการมีส่วนร่วมของประซาซน เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดอย่างยั่งยืน

   

         นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายการบริหารจัดการน้ำ ว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด และจัดสรรงบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาด้านน้ำทั้งระบบ โดยเฉพาะการดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ซึ่งจากการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอดประสานร่วมกันให้เกิดความเป็นเอกภาพ โดยมี สกนช.เป็นหน่วยงานกลางในการอำนวยการ กำกับดูแล ติดตาม อย่างใกล้ชิด โดยมีการเตรียมมาตรการ
ในเชิงป้องกันก่อนที่ผลกระทบจะเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี 2562 นอกจากการเตรียมการของแต่ละหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบหลักแล้ว การสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และชี้แจงไปยังประชาชนได้รับทราบถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ผ่านมา และสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลให้
ความสำคัญ เนื่องจากจะเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมให้กับภาคประชาชน รวมถึงเป็นการเตรียมการรับมือป้องกันภัยของตนเองอย่างรู้เท่าทัน และปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์ที่จะลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

          ด้าน นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สกนช. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนในปีนี้ว่า ได้มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนการเพาะปลูกให้ชัดเจน ทั้งในเขตและนอกเขตชลประทานได้มีการปรับปรุง Rule Curve ใหม่ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำใหม่ทั่วประเทศ สำรวจแหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ ดำเนินการเชิงป้องกันความเสี่ยงอุทกภัย พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย จัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำหลาก สำหรับเตรียมการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนนี้และแผนการป้องกัน รับมือ และเผชิญเหตุอุทกภัย ตรวจสอบสภาพอากาศชลศาสตร์ ระบบการระบายน้ำ สถานีโทรมาตร เพื่อติดตามเฝ้าระวัง ตรวจสอบสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยปรับปรุงแก้ไขเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ สำรวจแม่น้ำ คูคลอง และดำเนินการขุดลอกกำจัดผักตบชวา จัดเก็บขยะ เพื่อมิให้เป็นอุปสรรคกีดขวางการระบายน้ำ ในช่วงฤดูน้ำหลาก เตรียมความพร้อม เครื่องจักร เครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือประชาชน

          นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำ สภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และการแจ้งเตือนล่วงหน้าพร้อมแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงการกำหนดเกณฑ์การปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติเพื่อบริหารจัดการน้ำในสภาวะปกติและสภาวะวิกฤติ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ศูนย์ปฏิบัติการ ได้แก่ 1. ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติของ สกนช. เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝน จะเป็นหน่วยงานหลักในการประสาน ติดตาม ข้อมูลจากหน่วยงานด้านน้ำ เพื่อวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ประจำวัน ซึ่งเป็นการดำเนินการภาวะปกติ หรือ ระดับที่ 1 ระดับ สีเขียว 2. ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ จะเริ่มปฏิบัติงาน เมื่อมีพายุก่อตัวและคาดว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยหรือความกดอากาศต่ำพาดผ่าน มีปริมาณฝนตกชุกหนาแน่นครอบคลุมหลายจังหวัด คิดเป็นปริมาณฝนสะสม 3 วัน มากกว่า 200 มม. ปริมาณน้ำในลำน้ำมากกว่า 60% ของความจุลำน้ำ และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมากกว่า 60% และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือสูงกว่าเส้นควบคุมบนของ Rule Curve คือ อยู่ในเกณฑ์ระดับที่ 2/3หรือ ระดับสีเหลือง/ส้ม ซึ่งคาดว่าศูนย์ฯ จะเริ่มปฏิบัติงานช่วงกลางเดือนก.ค.นี้เนื่องจากมีการคาดการณ์ถึงสถานการณ์พายุที่จะเข้าสู่ประเทศไทย และ 3. ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการศูนย์ฯ ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 มีสถานการณ์รุนแรงในระดับประเทศ เข้าสู่ระดับ 4 ระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด มีผลกระทบในวงกว้าง โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลสถานการณ์ พื้นที่รับผลกระทบไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางที่กำกับดูแลโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเร่งด่วนตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ต่อไป
———(อรรจน์ชญาณ์... สปส. รายงาน)

อัลบั้มภาพ