ผู้ว่าฯ อัศวิน เปิดการจราจรถนนหมายเลข 8 เชื่อมต่อศูนย์ราชการฯ กับถนนกำแพงเพชร 6

เผยแพร่โดย : วิทยา บาริศรี | 23 สิงหาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 170 ครั้ง

          (23 ส.ค.62) เวลา 10.00 น. : พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดการจราจรโครงการต่อเชื่อมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 กับถนนกำแพงเพชร 6 (ถนนหมายเลข 8) เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ถนนกำแพงเพชร 6 และถนนแจ้งวัฒนะ โดยมี นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางศิลปสวย ระวีแสงสรูย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการโยธา ผู้บริหารเขตหลักสี่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี ณ ถนนหมายเลข 8 (ข้างโรงแรมมิราเคิลแกรนด์) เขตหลักสี่

 

          กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการโยธาดำเนินโครงการก่อสร้างถนนต่อเชื่อมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 กับถนนกำแพงเพชร 6 (ถนนหมายเลข 8) ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างถนนวิภาวดีรังสิต ถนนกำแพงเพชร 6 ผ่านศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ออกสู่ถนนแจ้งวัฒนะ โดยก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) ขนาด 4 ช่องจราจร 2 ทิศทาง ความยาว 825 ม. และก่อสร้างสะพานข้ามคลอง จำนวน 2 แห่ง เพื่อข้ามคลองเปรมประชากรและคลองบางตลาด รวมทั้งก่อสร้างทางเท้า บ่อพักสายไฟฟ้าใต้ดิน วางท่อระบายน้ำ และก่อสร้างรั้วค.ส.ล.บริเวณศูนย์การข่าวสันติบาล เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางสัญจร โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 จากถนนวิภาวดีรังสิตถึงคลองเปรมประชากร ช่วงที่ 2 จากคลองเปรมประชากรถึงคลองบางตลาด และช่วงที่ 3 จากคลองบางตลาดถึงซอยแจ้งวัฒนะ 7 ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จทั้งโครงการตามสัญญาเมื่อวันที่ 15 ส.ค.62 ทั้งนี้โครงการก่อสร้างถนนต่อเชื่อมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (ถนนหมายเลข 8) จะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางมาติดต่อราชการที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ รวมถึงประชาชนที่มารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายถนนสายหลักและสายรอง บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน เพิ่มประสิทธิภาพการจราจรบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ถนนกำแพงเพชร 6 ถนนแจ้งวัฒนะ และถนนในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้งรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น

          ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร มีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนงาน และภารกิจของกรุงเทพมหานครในทุกด้านเพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านการจราจรให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อที่จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครที่พี่น้องประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัย โดยได้เน้นพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมให้มีความสมบูรณ์ สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อลดปัญหาการจราจร ลดมลพิษ และเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายถนนให้ได้มาตรฐานสากล ในวันนี้เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่โครงการต่อเชื่อมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 กับถนนกำแพงเพชร 6 หรือถนนหมายเลข 8 สามารถเปิดการจราจรได้ โครงการนี้จะมีส่วนสำคัญในการ แบ่งเบาปัญหาการจราจรในพื้นที่เขตหลักสี่ และบริเวณใกล้เคียงโดยเฉพาะการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น คาดว่าจะมีรถสัญจรผ่านไปมา วันละ 30,000-40,000 คัน อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาโครงข่ายเพื่อรองรับการจราจรของโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการ และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ให้ครอบคลุมและสมบูรณ์พร้อมเป็นการยกระดับการเดินทางของพี่น้องประชาชนให้มีความสะดวกเร็วและมีประสิทธิภาพ

 

          ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครมีแผนที่จะดำเนินโครงการก่อสร้างถนนหมายเลข 10 เพิ่ม เพื่อรองรับการจราจรของโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนขยาย จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ ถนนหมายเลข 10 ด้านทิศเหนือ และถนนหมายเลข 10 ด้านทิศใต้ โดยจะก่อสร้างถนน ค.ส.ล. ขนาด 2 ช่องจราจรและงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระยะทางประมาณ 1,800 ม. รวม 2 เส้นทางประมาณ 3,600 ม. จุดเริ่มต้น จากศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ-สิ้นสุดถนนประชาชื่น ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกเส้นทางเข้าออกด้านตะวันตกของศูนย์ราชการฯ สำหรับประชาชนที่จะเข้ามารับบริการอีกหนึ่งเส้นทาง ขณะนี้สถานะโครงการอยู่ระหว่างขอใช้พื้นที่กับการประปานครหลวง ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปในเรื่องพื้นที่ สำนักการโยธาจะออกแบบรายละเอียดโครงการ โดย กทม. จะขอสภากรุงเทพมหานคร เปิดประชุมวาระพิเศษ เพื่อพิจารณาอนุมัติเงินสะสมจ่ายขาด จากงบประมาณปี 63 เพื่อเร่งดำเนินการโครงการดังกล่าวฯ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 1 ปี ทั้งนี้หากโครงการฯ แล้วเสร็จจะบรรเทาปัญหาการจราจรโดยรอบศูนย์ราชการฯ และถนนประชาชื่นได้อย่างดี ซึ่งคาดว่าจะมีรถสัญจรผ่านไปมา วันละ 100,000 คัน
————————— (อรรจน์ชญาณ์/มุทิตา สปส. รายงาน)

อัลบั้มภาพ