ตรวจเข้มมาตรฐานรถพยาบาล เตรียมพร้อมให้บริการฉุกเฉิน ตลอด 24 ชม.

เผยแพร่โดย : ณัฐวุฒิ อยู่พุ่ม | 17 สิงหาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 81 ครั้ง

                (16 ส.ค.62) เวลา 08.30 น. : ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดโครงการตรวจรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ.2562 โดยมี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการแพทย์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมในพิธี

               กรุงเทพมหานครในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ รับผิดชอบในการบริหารจัดการบริการ และสรรหาสาธารณูปการภาครัฐที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เป็นการปฏิบัติงานที่มุ่งเน้นการจัดบริการความช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยที่มีคุณภาพและมาตรฐานด้วยระบบเครือข่ายหน่วยบริการ ประกอบด้วย โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลภาครัฐบาล โรงพยาบาลภาคเอกชน และองค์กรสาธารณะประโยชน์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมเครือข่ายปฏิบัติการ ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนร่วมเป็นเครือข่ายหน่วยบริการในระบบฯ รวมทั้งสิ้น 61 หน่วยบริการ มีรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินในระบบร่วมปฏิบัติการจำนวนกว่า 200 คัน และเพื่อเป็นการติดตาม กำกับ และควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ร่วมเป็นเครือข่ายในระบบฯ ให้สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจด้านการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดให้ผู้แทนจากโรงพยาบาลแม่โซน และศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์  เป็นคณะกรรมการตรวจรับรองคุณภาพหน่วยบริการในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร  ดำเนินการตรวจรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ขึ้นทะเบียนในระบบฯ เพื่อประกอบการพิจารณาการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในวันนี้ได้ตรวจรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับชุดปฏิบัติการเบื้องต้น Basic Life Support รวมทั้งสิ้น ประมาณ 80 คัน

 

               สำหรับดำเนินการตรวจรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินในปีนี้ ได้ตรวจรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูงครบทั้ง 9 โซนพื้นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีรถเข้ารับการตรวจจำนวนทั้งสิ้น 150 คัน ผลการตรวจรับรองทั้งในเรื่องอุปกรณ์เครื่องมือรวมถึงตัวรถเป็นไปตามมาตรฐาน สามารถให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลังจากนี้จะดำเนินการตรวจรับรองรถพยาบาลระดับปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้นพื้นฐาน (First Responder : FR) รวมจำนวน กว่า 1,000 คันให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ย. 62 เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ประชาชนสามารถสังเกตรถที่ผ่านการตรวจรับรองแล้วได้จากสติ๊กเกอร์ซึ่งติดด้านข้างรถ สัญลักษณ์เป็นรูปดาว 6 แฉก ด้านบนมีคำว่า Bangkok EMS และด้านล่างจะมีคำว่ากรุงเทพมหานคร พร้อมระบุปี พ.ศ. ที่ตรวจ

 

               ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินถือเป็นภารกิจที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งสาธารณภัย อุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยรุนแรงต่าง ๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ส่งผลให้การขอใช้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินในปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กรุงเทพมหานครจึงต้องมีการเตรียมพร้อมในการให้บริการ โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานของรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ออกให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้รับความร่วมมือจาก 61 หน่วยบริการ ในการนำรถบริการมาตรวจขึ้นทะเบียนหน่วยบริการในระบบ ประกอบด้วย โรงพยาบาลภาครัฐบาลและภาคเอกชน 52 แห่ง มูลนิธิและองค์กรสาธารณะประโยชน์ 8 แห่ง และศูนย์เอราวัณ 1 แห่ง ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 61 - 31 ก.ค. 62 การแพทย์ฉุกเฉินยังได้ให้บริการแก่ประชนชนเป็นจำนวน 64,185 ครั้ง กรุงเทพมหานครขอขอบคุณทุกหน่วยบริการที่มีส่วนร่วมในการผลักดันการบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้สามารถดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง  สามารถให้การช่วยเหลือประชาชนด้วยดีตลอดมา อย่างไรก็ดีกรุงเทพมหานครและหน่วยบริการในระบบฯ จะรักษามาตรฐานและพัฒนาประสิทธิภาพให้ดียิ่งๆ ขึ้นตอไป เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิต และเพื่อให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งนี้หากประชาชนเกิดบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินให้รีบโทร.1669 ศูนย์เอราวัณ เพื่อประสานรถพยาบาลให้การช่วยเหลือเร่งด่วนฟรี ตลอด 24 ชม.

               สำหรับผู้มีกุศลจิตที่จะบริจาคเงินหรือสิ่งของเพื่อช่วยเหลือหน่วยบริการหรือมูลนิธิต่าง ๆ ขอให้ประชาชนทำการบริจาคโดยตรงกับหน่วยงานนั้น เพื่อป้องกันการแอบอ้างเรี่ยไรรับบริจาค และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเงินหรือสิ่งของที่ทำการบริจาคได้ถูกนำไปช่วยเหลือผู้อื่นตามความประสงค์ของผู้บริจาคอย่างแท้จริง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในตอนท้าย

--------------- (ทีมข่าว สปส. รายงาน)

อัลบั้มภาพ