รณรงค์วันสิ่งแวดล้อมโลก ปลุกกระแส แก้ไขปัญหา “มลพิษทางอากาศ"

เผยแพร่โดย : ศิวพงษ์ กลุ่มกรุงเทพตะวันออก | 5 มิถุนายน 2562 | จำนวนเข้าชม 815 ครั้ง

 

          (5 มิ.ย. 62) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรณรงค์วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day 2019) เพื่อให้ทุกภาคส่วนเกิดการตระหนักและร่วมมือกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการรณรงค์ไปพร้อมกับนานาประเทศทั่วโลก ภายใต้แนวคิดในการลดมลพิษทางอากาศ หรือ Beat Air Pollution โดยมี นางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม Mr. Hyung Sup Lee (นายฮยอง ซับ อี) ผู้แทนโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations of Environment Programme: UNEP) ผู้แทนบริษัท เซ็นทรัลกรุ๊ป จำกัด ภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน และประชาชน ร่วมพิธี ณ บริเวณโซนอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน

          กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ UNEP บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์วันสิ่งแวดล้อมโลก ระหว่างวันที่ 5 - 7 มิถุนายน 2562 ณ บริเวณโซนอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน เพื่อรณรงค์และปลุกกระแสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชนตระหนักถึงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนให้เกิดการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ สำหรับคำขวัญการรณรงค์ปีนี้ คือ “หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของคนกรุงเทพฯ” โดยมีกิจกรรมเกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมากมาย ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ การแจกปุ๋ยและต้นไม้จากหน่วยงานภาคีเครือข่าย การแสดงบนเวที และการเสวนาในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ดังนี้ วันที่ 5 มิถุนายน 2562 การเสวนาเรื่อง “รู้หรือไม่ มลพิษทางอากาศส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชาติอย่างไร” วันที่ 6 มิถุนายน 2562 การเสวนาเรื่อง “รู้เท่าทันป้องกันภัยจากมลพิษทางอากาศในยุคดิจิตอล” และวันที่ 7 มิถุนายน 2562 การเสวนาเรื่อง “บูรณาการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน”

          ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ดำเนินการ 15 มาตรการลด และ 2 มาตรการเพิ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ดังนี้ มาตรการลดมลพิษจากการจราจร 7 มาตรการ ได้แก่ เข้มงวดการตรวจจับรถยนต์ควันดำ เข้มงวดตรวจวัดมลพิษจากรถราชการสังกัดกรุงเทพมหานครทุกคัน ตรวจสอบรถบรรทุกหรือรถขนย้ายวัสดุให้มีผ้าใบปิดคลุมให้มิดชิด ประสานจัดการจราจรให้คล่องตัว รณรงค์ไม่ขับช่วยดับเครื่อง ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชน รณรงค์ให้ประชาชนหมั่นดูแลรักษาเครื่องยนต์ มาตรการลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง 5 มาตรการ ได้แก่ ควบคุมบริเวณก่อสร้างให้มีรั้วทึบโดยรอบ คุมเข้มให้มีผ้าใบปิดคลุมการก่อสร้างให้มิดชิด กำชับให้มีการล้างล้อรถก่อนออกจากสถานที่ก่อสร้าง ฉีดน้ำทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างทุกวัน ห้ามทำการในยามวิกาล (18.00 - 06.00 น.) มาตรการลดฝุ่นละอองจากกิจกรรมต่าง ๆ 3 มาตรการ ได้แก่ ควบคุมไม่ให้มีการเผาขยะและการเผาในที่โล่งทุกประเภท ควบคุมดูแลกิจการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ รณรงค์ให้ผู้จำหน่ายอาหารปิ้งย่างริมบาทวิถีใช้เตาลดมลพิษ และมาตรการเพิ่ม 2 มาตรการ ได้แก่ เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้บริเวณริมถนนและเกาะกลางเพื่อประสิทธิภาพในการดูดซับมลพิษเพิ่มก๊าซออกซิเจน และเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณที่สาธารณะ เพิ่มความถี่ในการล้างและดูดฝุ่นถนน เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองตามท้องถนน

          ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤตมลพิษทางอากาศที่หลายเมืองทั่วโลก รวมทั้งกรุงเทพมหานครประสบปัญหา ทำให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมารวมพลังขับเคลื่อนแก้ไขปัญหามลพิษอย่างเข้มข้น กรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมคิด ร่วมพัฒนาแก้ไขปัญหาด้วยกัน โดยในปี 2562 กรุงเทพมหานครกำหนดเป้าหมายจะปลูกไม้ยืนต้นให้ได้ 100,000 ต้น จึงขอเชิญชวนคนกรุงเทพฯ ร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ด้วยการไม่ขับ ช่วยดับเครื่องยนต์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซมลพิษ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หมั่นดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์ รวมถึงช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียว ด้วยการปลูกต้นไม้ในบ้าน เพื่อเพิ่มก๊าซออกซิเจน สร้างสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ลูกหลานตลอดจนบ้านเมืองของเราให้มีอากาศที่บริสุทธิ์ น่าอยู่ตลอดไป

          ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันปัญหาวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลกนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นผลให้ทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ ดิน น้ำ แร่ธาตุ หรือป่าไม้ ขาดความอุดมสมบูรณ์ ระบบนิเวศเสียสมดุล เกิดมลภาวะหรือมลพิษต่าง ๆ ตามมา สาเหตุสำคัญเกิดจากอัตราการเพิ่มของจำนวนประชากรโลก รวมไปถึงผลกระทบจากการใช้วิทยาการและเทคโนโลยีที่มากขึ้น องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ตระหนักถึงวิกฤตการณ์เหล่านี้ จึงได้จัดการประชุมใหญ่ระดับโลก เมื่อวันที่ 5 - 16 มิถุนายน 2515 เพื่อร่วมกันหาหนทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จากผลการประชุมในครั้งนั้น เกิดเป็นโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและประเมินแนวโน้มของสิ่งแวดล้อมในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก ตลอดจนเสริมสร้างสถาบันและองค์กรต่าง ๆ เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างชาญฉลาด พร้อมแลกเปลี่ยนเอกสารความรู้และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย UN ได้กำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day)

--------- (มุทิตา...สปส. รายงาน)

อัลบั้มภาพ