เตรียมความพร้อมเส้นทางเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 3 ตุลาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 131 ครั้ง

          (3 ต.ค.62) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 10/2562 โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนัก สำนักงานเขต และหัวหน้าหน่วยงานกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2

          ในที่ประชุมฯ สำนักงานเลขานุการปลัดกรุงเทพมหานคร ได้รายงานการเตรียมความพร้อมงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในวันที่ 24 ต.ค.62 เวลา 15.30 น. เส้นทางเสด็จฯ เริ่มจากท่าวาสุกรีสิ้นสุดที่ท่าราชวรดิฐ โดยจัดเตรียมสถานที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าวาสุกรี ท่าราชวรดิฐ สวนสันติชัยปราการ สวนหลวงพระราม 8 ธนาคารแห่งประเทศไทย ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย และตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยแบ่งพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ เป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย พื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ บริเวณบ้านเรือนประชาชนและชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ตามสถานที่และหน่วยงานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย สำนักงานกฤษฎีกา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อู่เรือธนาคารกรุงเทพ โรงพยาบาลศิริราช และกรมอู่ทหารเรือและ หอประชุม กองทัพเรือ พื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ของประชาชนที่เดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จฯ (Walk-in) พื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาตามเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครฯ เช่น สวนสันติชัยปราการ สวนนาคราภิรมย์ ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ใต้สะพานพระราม 8 เป็นต้น และพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ตามสถานที่ของภาคเอกชน เช่น บริษัท ห้างร้าน ร้านอาหาร โรงแรมซึ่งอาจจะมีการจำหน่ายบัตรชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค รวมถึงการเตรียมสถานที่สำหรับเฝ้าฯ รับเสด็จฯ ตามเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครฯ โดยรถยนต์พระที่นั่ง ตามเส้นทางเสด็จฯ จากพระที่นั่งอัมพรสถานไปยังท่าวาสุกรี และเส้นทางเสด็จฯ กลับจากท่าราชวรดิฐ ถึงพระลานพระราชวังดุสิต

          สำหรับการปรับปรุงพื้นที่ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อจัดเป็นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ โดยจัดสร้างพื้นยกระดับและอัฒจันทร์ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ใต้สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) สวนสันติชัยปราการ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช และสวนนาคราภิรมย์ การปรับปรุงภูมิทัศน์ ตลอดแนวสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การทำความสะอาดเขื่อนและอาคารริมแม่น้ำเจ้าพระยา การซ่อมแซมและติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่าง การประดับตกแต่งผ้าระบายและธงชาติ ธงอักษรพระปรมาภิไธย วปร. และธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การประดับไฟบริเวณสะพานพระราม 8 การประดับไฟและปรับปรุงทาสีตามสถานที่ต่างๆ การตกแต่งไม้ดอกไม้ประดับตามสถานที่เฝ้าฯ รับเสด็จ ในส่วนของเส้นทางเสด็จฯ บริเวณท่าราชวรดิฐ สะพานพระราม 8 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ลานมหาเจษฎาบดินทร์ จะประดับตกแต่งภายใต้แนวคิด “สายน้ำแห่งพระบารมี ราชสดุดีรวมใจไทย”

          กำหนดพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 5

          สำหรับการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันอาทิตย์ที่ 13 ต.ค.62 และพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันพุธที่ 23 ต.ค.62 ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ณ ท้องสนามหลวง มีรูปแบบการจัดกิจกรรมเช่นเดียวกัน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. พิธีทำบุญตักบาตร เวลา 08.30 น. พิธีถวายบังคมและวางพวงมาลา (เฉพาะหน่วยงานภาครัฐ) เวลา 19.00 น. กิจกรรมจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทั้งนี้ในวันที่ 13 ต.ค.62 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะสวมใส่ชุดผ้าไทยโทนสีเหลือง ส่วนวันที่ 23 ต.ค.62 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมใส่ชุดผ้าไทยโทนสีชมพู

          เตรียมทดลองติดตั้งเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ใต้สถานีรถไฟฟ้าสยาม 8 ต.ค. นี้

          ภายหลังการประชุมผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาว่า ระหว่างวันที่ 27 – 30 ต.ค. ที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มตรวจพบฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงเกินกว่ามาตรฐานบางพื้นที่ แต่วานนี้ (2 ต.ค. 62) ค่าการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ดีขึ้น ไม่สูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(27 ก.ย.62) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางดำเนินการ ซึ่งกรมควบคุมมลพิษชี้แจงว่าปัญหาฝุ่นลองขนาดเล็ก PM2.5 เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ดีเซล ประมาณ 50% ส่วนที่เหลือเกิดจากกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเผาในที่โล่งแจ้ง ซึ่งในที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน โดยเฉพาะการดูแล บำรุงรักษาเครื่องยนต์เก่า หรือรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลรุ่นเก่า ให้ปล่อยควันเสีย หรือฝุ่นละอองน้อยลง โดยในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้น วันที่ 8 ต.ค. นี้ กรุงเทพมหานครได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการทดลองติดตั้งเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าสยาม ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะรับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด กรุงเทพมหานครสนับสนุนในการจัดหาที่ตั้งให้ นอกจากนี้ภาคเอกชน คือ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ยังได้หารือเกี่ยวกับการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ของบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ซึ่งทางบริษัทจะสนับสนุนเครื่องเอง ส่วนกรุงเทพมหานครสนับสนุนการจัดหาสถานที่ติดตั้งให้ อย่างไรก็ดีจะหารือแนวทางการทำงานที่ชัดเจนกับทุกหน่วยงานเพิ่มเติมต่อไป
---------------------------

อัลบั้มภาพ