ขอความร่วมมือประชาชนชาวมุสลิมถือปฏิบัติตามประกาศจุฬาราชมนตรีอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 17 เมษายน 2563 | จำนวนเข้าชม 106 ครั้ง

          (17 เม.ย.63) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 26/2563 โดยมี พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะโฆษกของกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนัก ผู้แทนกลุ่มเขต และผู้แทนส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร

         ในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยวันนี้ (17 เม.ย.63) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมียอดผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น จำนวน 22 คน ยอดผู้ป่วยสะสมรวมจำนวน 1,371 คน ผู้ป่วยรักษาหายสามารถกลับบ้านได้เพิ่มขึ้น 43 คน ยอดรวมผู้ป่วยรักษาหาย จำนวน 1,152 คน ผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษา 344 คน สำหรับความคืบหน้าของการตรวจคัดกรองเชิงรุกโดยระบบ BKK COVID-19 ซึ่งกรุงเทพมหานครร่วมกับเพจหมอแล็บแพนด้า ลงพื้นที่ให้บริการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง เพื่อทดสอบการติดเชื้อ (SWAB) ค้นหาผู้ได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั้งผู้ที่มีอาการและไม่มีอาการ จากการตรวจคัดกรองดังกล่าวพบผู้ได้รับเชื้อรายใหม่เพิ่ม 3 ราย โดยได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนที่โรงพยาบาลในสังกัดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากการตรวจพบผู้ได้รับเชื้อดังกล่าว ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ เป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายขยายวงออกไป ส่วนผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านคัดกรองการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จำนวน 13 ด่าน เมื่อวานนี้ (16 เม.ย.63) เรียกตรวจยานพาหนะ จำนวน 9,226 คัน ตรวจคัดกรองบุคคล จำนวน 20,345 คน พบบุคคลเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยง จำนวน 1 คน ด้านผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านคัดกรอง ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-16 เม.ย.63 เรียกตรวจยานพาหนะ รวมทั้งสิ้น 182,446 คัน ตรวจคัดกรองบุคคล รวมทั้งสิ้น 399,783 คน พบบุคคลเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งสิ้น 69 คน

          นอกจากนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานเขตประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวมุสลิมทราบถึงประกาศจุฬาราชมนตรี เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง โดยในห้วงระหว่างวันที่ 24 หรือ 25 เม.ย.63 ถึงวันที่ 23 หรือ 24 พ.ค.63 จะตรงกับเดือนรอมฎอนที่มุสลิมต้องปฏิบัติศาสนกิจการถือศีลอดและการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะมีการรวมตัวกันเป็นหมู่คณะ ณ มัสยิด เคหสถาน หรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ และในสถานการณ์ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องนี้ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ดังนี้ 1.การดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจราะห์ศักราช 1441 (พ.ศ.2563) นี้ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเท่านั้น 2.การถือศีลอดเดือนรอมฏอนให้ถือปฏิบัติตามปกติที่บทบัญญัติศาสนากำหนด ยกเว้น ผู้ที่ได้รับผ่อนผันตามหลักการศาสนาเท่านั้น ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว มิได้เป็นอุปสรรคให้งดการถือศีลอดแต่ประการใด ตลอดจนการกลืนน้ำลายที่ไม่เจือปนเศษอาหารที่อยู่ในช่องปาก ก็มิได้ทำให้การถือศีลอดบกพร่องแต่อย่างใด กลับเป็นการรักษาร่างกายและลำคอให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น จึงไม่ควรถ่มน้ำลายในสถานที่สาธารณะโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อในสภาวการณ์ปัจจุบัน 3.งดการจัดเลี้ยงอาหารละศีลอดที่มัสยิด เคหสถาน หรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ หากมีความประสงค์ก็ให้จัดทำอาหารปรุงสุกที่บ้านและจัดใส่ภาชนะบรรจุภัณฑ์ให้ถูกต้องตามสุขลักษณะแล้วแจกจ่ายให้แก่เพื่อนบ้านและญาติใกล้ชิดแทนการจัดเลี้ยงที่มารวมกันเป็นหมู่คณะ 4.กรณีสมาชิกในครอบครัวละศีลอดหรือรับประทานอาหารซาโฮร์ร่วมกัน ให้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในภาชนะร่วมกัน และให้นั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร 5.งดการเอี๊ยะติก๊าฟ และการละหมาดญะมาอะห์ที่เป็นชุนนะห์ (สุนัต) ประเภทต่างๆ ในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ได้แก่ การละหมาดตะรอเวียะห์ การละหมาดวิตร์ (วิเต็ร) และการละหมาดตะฮัจญุด ตลอดจนกิจกรรมการรวมตัวอื่นๆ ที่มัสยิด หรือในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ 6.ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแจ้งไปยังมัสยิดในการสร้างความเข้าใจเรื่องการจ่ายซะกาตพิตร์ และฟิดยะห์ล่วงหน้า ที่สามารถกระทำได้ตั้งแต่เข้าสู่เดือนรอมฎอน โดยให้มัสยิดเป็นผู้รวบรวม และขอให้สัปปุรุษทุกคนร่วมมือในการมอบซะกาตฟิตร์และฟิดยะห์ดังกล่าวให้กับมัสยิด เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวที่เดือดร้อนในสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร www.islamicbangkok.or.th/ หรือเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย www.cicot.or.th ทั้งนี้เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้อยู่ในวงจำกัดต่อไป
----- (จิรัฐคม...สปส.รายงาน)

อัลบั้มภาพ