ติดตามใกล้ชิดแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM2.5)

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 17 มกราคม 2562 | จำนวนเข้าชม 139 ครั้ง


           (17 ม.ค. 62) พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กองทัพบก กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการตำรวจจราจร กรมอุตุนิยมวิทยา กรมฝนหลวง กรมอนามัย และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)


           รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในกรุงเทพฯ จึงได้มอบหมายให้ตน พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ร่วมประชุมหารือเพื่อติดตามสถานการณ์ ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันเกิดความสับสนในสังคมเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละออง หรือคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานคร รวมถึงอีกหลายพื้นที่ทั้งในปริมณฑลและต่างจังหวัด ซึ่งมีดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) เป็นค่าการรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ที่บอกถึงสถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ว่าอยู่ในระดับใด มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยหรือไม่ โดยดัชนีคุณภาพอากาศ 1 ค่า เป็นค่าความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด ได้แก่ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ก๊าซโอโซน (O3) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) และฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวถึงในปัจจุบันค่อนข้างมาก โดยทุกหน่วยงานที่ร่วมประชุมในวันนี้ได้มีการเตรียมการรับสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สูง มาตั้งแต่เดือน ส.ค. 61 โดยมีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักในการติดตามสถานการณ์ รวมทั้งได้มีการวางแผนดำเนินการร่วมกันกับหลายหน่วยงาน ซึ่งปัจจุบันค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อยู่ที่ระดับ 41 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเมื่อรวมกับค่ามลพิษทางอากาศอื่นๆ ทำให้ตัวเลขดูค่อนข้างสูงจนเป็นที่วิตกกังวลของประชาชน ทั้งนี้สาเหตุของการเกิดฝุ่นละอองเล็ก (PM2.5) มาจากสาเหตุหลัก ได้แก่ การเผาไหม้ของน้ำมันดีเซลในเครื่องยนต์ดีเซล โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์สภาพเก่ามีควันดำ รวมถึงการเผาวัสดุ ขยะ หญ้าแห้ง กิ่งไม้แห้ง


           ในส่วนของกรุงเทพมหานคร นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม รายงานต่อที่ประชุมว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยได้ตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยมี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน ซึ่งได้ประชุมเตรียมการเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.61 และเห็นชอบให้ ดำเนินมาตรการระยะสั้น ได้แก่ เผยแพร่ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางโซเชียล มีเดีย เช่น เฟสบุค ไลน์ และสื่ออื่นๆทุกช่องทาง ประสานจัดการจราจรให้คล่องตัว ขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาในที่โล่งแจ้ง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจจับรถควันดำอย่างเข้มงวด ควบคุมการก่อสร้างให้ดำเนินมาตรการควบคุมฝุ่นละอองอย่างเข้มงวด เพิ่มความถี่การล้างทำความสะอาดถนน ทางเท้า ผิวจราจร และสิ่งก่อสร้าง
สำหรับมาตรการระยะยาว ได้แก่ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง พัฒนาโครงข่ายการให้บริการขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงทุกระบบ รณรงค์ส่งเสริมและจูงใจให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ/เพิ่มทางเลือกการเดินทางแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล จัดหาพื้นที่จอดแล้วจรเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ลดปริมาณฝุ่นละอองในบรรยากาศ โดยเพิ่มพื้นที่สีเขียว


           นอกจากนี้กรุงเทพมหานคร ยังได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ใน กรุงเทพฯ รายงานสถานการณ์ผ่านเฟสบุ๊ค ไลน์ เว็บไซต์กรุงเทพมหานคร และเชื่อมโยงการเผยแพร่ข้อมูลกับเว็บไซต์ กรมควบคุมมลพิษ สั่งการทางวิทยุสื่อสารเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 61 ให้สำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและสำนักงานเขต ล้างทำความสะอาดถนนโดยเฉพาะพื้นที่จุดที่ค่าฝุ่นละอองสูง เช่น สวนลุมพินีเขตปทุมวัน พื้นที่เขตดินแดง จัดทำแผนล้างถนนเส้นทางการก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง รวมทั้งได้ประชุมร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ และกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2561 เพื่อหารือแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองที่มีอยู่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระยะเวลาเร่งด่วน โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง

 

อัลบั้มภาพ