• ขอเชิญร่วมงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย 3-4-5 เมษายน พ.ศ.2562

ผู้ว่าฯอัศวิน ลงเรือตรวจความก้าวหน้าเขื่อนคลองลาดพร้าว

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 7 กุมภาพันธ์ 2562 | จำนวนเข้าชม 112 ครั้ง

          (7 ก.พ.62) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรัอมด้วย ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์ “มหานครปลอดภัย” เพื่อให้ประชาชนกรุงเทพมหานครได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดมลพิษ มีมาตรการบริหารจัดการน้ำเสียอย่างเหมาะสม ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ โดยลงเรือตรวจความก้าวหน้าตั้งแต่บริเวณประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม จนถึงท่าเรือชั่วคราววัดบางบัว เขตบางเขน ระยะทางประมาณ 10.5 กม. ทั้งมีคณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย สภากรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

          กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าวให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนเป็นการแก้ไขปัญหามลพิษน้ำเน่าเสีย ส่งผลให้สภาพแวดล้อมรอบตัวดีขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงแก่ประชาชนโดยส่วนรวมเป็นสำคัญ โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว ครอบคลุมพื้นที่ 8 สำนักงานเขต ได้แก่ วังทองหลาง ห้วยขวาง ลาดพร้าว จตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง และสายไหม สำหรับเขื่อนคลอง ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว มีความยาว 2 ฝั่งคลอง รวมทั้งสิ้น 45.3 กม. ทั้งนี้โครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว มีบ้านเรือนประชาชนที่รุกล้ำคลองลาดพร้าวในพื้นที่ 8 สำนักงานเขต จำนวน 6,638 หลัง ซึ่งอยู่ในแนวพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อน 3,761 หลัง โดยยินยอมเข้าร่วมโครงการ 3,226 หลัง ไม่ยินยอมเข้าร่วมโครงการ 535 หลัง ปัจจุบันสามารถดำเนินการรื้อย้ายบ้านได้แล้ว 1,629 หลัง ยังไม่ได้รื้อย้ายอีก 1,597 หลัง สำหรับพื้นที่โครงการก่อสร้างที่ส่งมอบให้บริษัทผู้รับจ้างแล้ว ความยาว 24,056 ม. ส่วนพื้นที่โครงการก่อสร้างที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ความยาว 21,224 ม. ปัจจุบันสามารถดำเนินการตอกเสาเข็มได้ 28,823 ต้น จากทั้งหมด 60,400 ต้น คิดเป็นผลงาน 90% ของพื้นที่ส่งมอบให้บริษัทผู้รับจ้างแล้ว ส่วนแนวเขื่อนที่ตอกเสาเข็มแล้วมีความยาวรวม 21,854 ม. คิดเป็นผลงานทั้งโครงการทำได้ 38.64% ส่วนแผนงานโดยรวมทั้งโครงการ 96.50%

          ทั้งนี้โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว ได้แบ่งการก่อสร้าง ออกเป็นพื้นที่ 8 สำนักงานเขต ที่ผ่านมาสำนักงานเขตในพื้นที่โครงการได้ลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่มีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในแนวพื้นที่โครงการให้เห็นถึงความสำคัญของส่วนรวมและและประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการดังกล่าว สำหรับในพื้นที่เขตสายไหมมีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในแนวพื้นที่โครงการทั้งหมด 10 ชุมชน มีความยาวทั้ง 2 ฝั่งคลองรวมกันประมาณ 7,100 ม. โดยประชาชนในชุมชนได้ให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกไปและบางส่วนได้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ทำให้สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทั้งหมดแล้ว ปัจจุบันผู้รับจ้างได้ดำเนินการตอกเสาเข็ม กดแผงกันดิน ทำคานทางเดิน และติดตั้งราวกันตก เมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว ในพื้นที่เขตสายไหมแล้วเสร็จ จะเป็นพื้นที่ตัวอย่างในการก่อสร้างเขื่อนคลอง ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว รวมถึงเป็นต้นแบบในการพัฒนาคลองลาดพร้าวแก่สำนักงานเขตอื่นๆ ตลอดจนเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

           ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่ร่วมกับสภากรุงเทพมหานคร และกองทัพภาคที่ 1 เพื่อติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว ซึ่งมีความก้าวหน้าไปมากแต่ก็ยังมีที่ติดขัดบางประการ อาทิประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าวบางส่วนยังไม่ได้ย้ายออกไป เนื่องจาก พอช. ยังสร้างบ้านมั่นคงไม่แล้วเสร็จ และบางพื้นที่ยังเจรจาไม่สำเร็จจึงเป็นพื้นที่ฟันหลอ คงเหลือบ้านอีกบางส่วนที่ยังไม่ยอมรื้อย้ายออกไป ซึ่งจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย เพราะได้เจรจามากว่า 2 ปีแล้ว ทั้งนี้ยอมรับว่าโครงการก่อสร้างเขื่อนจะไม่แล้วเสร็จตามแผนในปีนี้ แต่จะพยายามเร่งรัดการก่อสร้างให้เสร็จเร็วที่สุด สำหรับข้อเรียกร้องในส่วนค่าใช้จ่ายในการรื้อย้ายที่มีการขอค่าชดเชยจำนวนเป็นแสนบาทนั้น ต้องดูตามความเหมาะสมพิจารณาให้ตามเหตุผลอันสมควร เชื่อว่าเมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวแล้วเสร็จทั้งโครงการ จะเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร มีความสวยงามและสภาพแวดล้อมที่ดี

          ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย สภากรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว ซึ่งส่วนใหญ่ประชาชนที่บ้านเรือนรุกล้ำได้ให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายออกไปเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ในโอกาสนี้ขอขอบคุณประชาชนริมคลองลาดพร้าวที่เห็นความสำคัญของส่วนรวมและประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการดังกล่าว เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี เป็นแบบอย่างในการพัฒนาคลองลาดพร้าวแก่สำนักงานเขตอื่นๆ ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สะอาดสวยงามและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่อไป


----- (จิรัฐคม/อรรจน์ชญาณ์...สปส.รายงาน)

 

อัลบั้มภาพ