ผู้ว่าฯ อัศวิน ลุยสำรวจพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม พร้อมสั่งพร่องน้ำในคลองเตรียมรองรับปริมาณน้ำฝน

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 22 กันยายน 2562 | จำนวนเข้าชม 48 ครั้ง


          (22 ก.ย.62) เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝน และความพร้อมด้านระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานครในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร ประกอบด้วย แก้มลิงบึงรางเข้ สถานีสูบน้ำคลองพระยาราชมนตรี สถานีสูบน้ำคลองสนามชัย เขตบางขุนเทียน และสถานีสูบน้ำพระโขนง เขตคลองเตย โดยมี นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ กทม. ร่วมลงพื้นที่พร้อมให้ข้อมูล

          กรุงเทพมหานคร ได้พัฒนาระบบระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งธนบุรี เขตบางขุนเทียน เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งประกอบไปด้วย แก้มลิงบึงรางเข้ความจุ 23,000 ลบ.ม./วินาที สถานีสูบน้ำคลองสนามชัย กำลังสูบ 45 ลบ.ม./วินาที และสถานีสูบน้ำคลองพระยาราชมนตรี กำลังสูบ 51 ลบ.ม./วินาที สำหรับในฝั่งพระนคร มีสถานีสูบน้ำพระโขนงซึ่งถือเป็นสถานีหลักสำคัญของกรุงเทพมหานคร มีกำลังสูบ 155 ลบ.ม./วินาที และมีสถานีสูบน้ำอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 กำลังสูบ 60 ลบ.ม./วินาที ทำหน้าที่สูบระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยส

          ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันศุกร์ (20 ก.ย.62) ที่ผ่านมา พบว่า ในพื้นที่เขตบางขุนเทียนมีปริมาณฝนสูงสุดประมาณ 130 มม. ซึ่งถือว่าฝนตกหนักทำให้มีปริมาณน้ำฝนจำนวนมาก และเมื่อวานนี้ (21 ก.ย.62) เขตบางขุนเทียน มีปริมาณฝนสูงสุดประมาณ 90 มม. จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณถนนพระราม 2 และพื้นที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานครจึงได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่แก้มลิงบึงรางเข้เพิ่มเติม เพื่อดึงน้ำออกไปยังคลองพระยาราชมนตรี ที่มีประตูระบายน้ำสามารถระบายน้ำได้ 51 ลบ.ม./วินาที และมีเครื่องสูบน้ำถึง 10 ตัว ทำให้ระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นจะผลักดันน้ำเข้าคลองสนามไชย เพื่อระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทยทันที ทั้งนี้ได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำกทม. ทำการพร่องน้ำให้น้ำอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ 1 ม. เพื่อเตรียมพร้อมรองรับปริมาณน้ำฝนถึง 100 มม. นอกจากนี้ยังมีจุดอ่อนน้ำท่วมบริเวณหน้าวัดศรีเอี่ยม ถนนศรีนครินทร์ เขตบางนา ซึ่งเป็น 1 ใน 14 จุดอ่อนน้ำท่วม ซึ่งถนนดังกล่าวเป็นถนนทางหลวงแผ่นดิน มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะความยาวประมาณ 100 ม. จึงได้ดำเนินการประสานกับกระทรวงคมนาคมเพื่อรีบเร่งแก้ไขต่อไป โดยจะทำการถมถนนให้สูงขึ้นอีกประมาณ 50 ซม. จะทำให้ถนนพ้นจากน้ำท่วม

          ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า 2 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร มีความตั้งใจแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ทำให้ระบายน้ำที่สะสมได้เป็นอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่นาที หากมีปริมาณฝนจำนวนมากก็ไม่เกิน 1 ชม. น้ำจะแห้งเป็นปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ปริมาณฝนเกินเพียง 60 มม. ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมขังแล้ว แต่ปัจจุบันเกินกว่า 100 มม. ถึงจะเริ่มมีการเกิดน้ำท่วมขัง อีกทั้งเมื่อมีแนวโน้มว่าจะเกิดฝนตก เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ กทม. จะลงพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนทันที และจะใช้วีธีแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืนในอนาคต ด้วยการบูรณาการการทำงานของทุกองค์กรมาช่วยกันแก้ไขปัญหา

          จากนั้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยปลัดกรุงเทพมหานคร และสำนักการระบายน้ำ กทม. ลงพื้นที่ตรวจสถานีสูบน้ำพระโขนง เขตคลองเตย เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฝั่งพระนครต่อไป

 

อัลบั้มภาพ