กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2562

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 9 กันยายน 2562 | จำนวนเข้าชม 31 ครั้ง

กทม.ติดตาม – เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง
          นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวง มหาดไทย สั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุลูกใหม่ที่อาจพัดเข้ามา โดยเฉพาะพื้นที่แนวลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า กทม. ได้ก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมถาวรริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ คลองชักพระ และคลองพระโขนง ความยาว 78.93 กิโลเมตร เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากน้ำหลากและน้ำทะเลหนุนสูง โดยใช้แนวอาคารหรือกำแพงรั้วและใช้การเรียงกระสอบทรายเป็นแนวป้องกันชั่วคราว สามารถป้องกันน้ำได้ที่ระดับ + 2.20 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถึง + 2.50 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งแนวป้องกันน้ำท่วมดังกล่าวบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถรองรับปริมาณน้ำเหนือได้ประมาณ 2,500 - 3,000 ลบ.ม./วินาที รวมทั้งเฝ้าระวังติดตามปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่พบสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง อย่างไรก็ตามสำนักการระบายน้ำ ได้ประชุมร่วมกับกรมชลประทานเป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ หากพบปริมาณน้ำที่จะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วม จะแจ้งให้ผู้บริหาร กทม. พร้อมแจ้งเตือนประชาชนแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับทราบทันที ขณะเดียวกันได้เตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำรองรับทั้งสถานการณ์น้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน ด้วยการตรวจสอบอุโมงค์ระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำ ตรวจสอบความแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำท่วม เฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วม การล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำและขุดลอกคูคลอง จัดเก็บขยะ วัชพืชที่ขวางทางน้ำ การพร่องลดระดับน้ำแก้มลิง คูคลอง จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภาคสนาม เตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่สำรองไว้ในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงติดตามการรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

 

 

จัดสรรพื้นที่ค้าขายแก้ไขความเดือดร้อนให้ผู้ค้าถนนเพชรบุรี
          นายจิรวัฒน์ แพงมา ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. กล่าวตามที่กลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอยบริเวณถนนเพชรบุรี ใกล้จุดเชื่อมกับถนนวิทยุ ชุมนุมประท้วงกรณีสำนักงานเขตราชเทวี ยกเลิกการอนุญาตให้ค้าขายบนทางเท้าบริเวณดังกล่าวว่า กทม. ได้ดำเนินนโยบายจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอย เพื่อคืนทางเท้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยยกเลิกจุดทำการค้าหาบเร่แผงลอยทุกประเภทบริเวณถนน ทางเท้า และที่สาธารณะให้ครอบคลุมทั้ง 50 สำนักงานเขต ซึ่งในการยกเลิกจุดทำการค้าดังกล่าว ให้ทุกสำนักงานเขตประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ค้าและช่วยเหลือเยียวยาหาสถานที่ค้าขายรองรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบด้วย ปัจจุบัน กทม. ได้ยกเลิกจุดผ่อนผันไปแล้ว 508 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิกอีก 175 จุด ในพื้นที่ 19 สำนักงานเขต คาดจะสามารถดำเนินการยกเลิกให้ครบทุกจุดได้ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2562 ตามแผนปฏิบัติการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอย เพื่อคืนทางเท้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งจากผลการดำเนินการที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่แสดงความเห็นด้วยกับการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยของ กทม. ผ่านช่องทางต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก

          ด้าน นางสาวรุจิรา อารินทร์ ผู้อำนวยการเขตราชเทวี กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตฯ ได้จัดประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจกับผู้ค้าบริเวณถนนเพชรบุรี ใกล้จุดเชื่อมกับถนนวิทยุ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2562 ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ขยายเวลาทำการค้าได้ถึงวันที่ 31 ส.ค. 2562 โดยเมื่อครบกำหนดเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ตรึงกำลัง เพื่อมิให้มีผู้ฝ่าฝืนทำการค้า พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้าที่ต้องการสถานที่ค้าขายใหม่มาลงทะเบียนได้ทุกวันในเวลาราชการ ซึ่งสำนักงานเขตฯ ได้ประสานตลาดเอกชนในพื้นที่ใกล้เคียงจุดทำการค้าเดิม โดยขอความอนุเคราะห์ค่าเช่าในราคาพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับผู้ค้าและจัดสรรพื้นที่จุดผ่อนผันที่อยู่ระหว่างรอการยกเลิกการทำการค้า บริเวณริมคลองสามเสน ฝั่งเกาะพหลโยธิน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้ผู้ค้าที่มาลงทะเบียนแจ้งความประสงค์กับสำนักงานเขตฯ ซึ่งมีพื้นที่ตั้งแผงค้าเพียงพอกับจำนวนผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกจุดทำการค้าบริเวณถนนเพชรบุรี

 

 

แก้ไขผิวจราจรเส้นทางก่อสร้าง Pipe jacking ถนนสุขุมวิท
         นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอเรื่องผิวถนนบริเวณถนนสุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัยและถนนปรีดีพนมยงค์ มีสภาพชำรุด จากการดำเนินโครงการ Pipe jacking ส่งผลกระทบกับการจราจรและการดำรงชีวิตของประชาชนว่า โครงการ Pipe Jacking บริเวณถนนสุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัย และถนนปรีดีพนมยงค์ มีข้อจำกัด เรื่องช่วงเวลาการก่อสร้าง เนื่องจากถนนดังกล่าวมีปริมาณการจราจรหนาแน่น ซึ่งที่ผ่านมาสำนักการระบายน้ำได้ประชุมร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่ผิวจราจรได้ในช่วงเวลา 22.00 น. - 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร นอกจากนี้ ยังพบอุปสรรคจากแนวสาธารณูปโภคใต้ดิน จึงต้องประสานหน่วยงานผู้รับผิดชอบรื้อย้ายก่อนดำเนินการ จากข้อจำกัดของช่วงเวลาก่อสร้างและปัญหาอุปสรรคดังกล่าว ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามแผนการก่อสร้าง คาดการก่อสร้างจะแล้วเสร็จปลายปี 2562 อย่างไรก็ตาม สำนักการระบายน้ำได้ให้ผู้รับจ้างดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ตรวจสอบปรับระดับผิวจราจรอยู่เสมอ พร้อมทั้งติดป้ายเตือนงานก่อสร้างและป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าวในช่วงเวลา 22.00 - 04.00 น. เพื่อลดผลกระทบจากการจราจร