กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2562

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 24 ธันวาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 20 ครั้ง

กทม.เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง
            นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวคาดการณ์ภาพรวมปริมาณฝนในอีก 6 เดือนข้างหน้า พบสถานการณ์ภัยแล้งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นจนถึงเดือน พ.ค. 63 ว่า ที่ผ่านมาสำนักการระบายน้ำ กทม. ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้ง โดยบริหารจัดการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าถ่ายเทในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน รวมถึงประสานกรมชลประทานในการผันน้ำเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ด้านเหนือ ได้แก่ ประตูระบายน้ำคลองสิบสาม ประตูระบายน้ำคลองเปรมใต้ ประตูระบายน้ำแนวคลองมหาสวัสดิ์ ขณะเดียวกันยังนำน้ำที่ผ่านการบำบัดจากโรงควบคุมคุณภาพน้ำของ กทม. มาแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่สัมผัสร่างกาย อาทิ รดน้ำต้นไม้ ล้างถนน ล้างตลาด ล้างเครื่องจักรภายในโรงงาน ตลอดจนติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ยังได้จัดทำแผนรองรับและติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค การขาดแคลนน้ำทำการเกษตร ปัญหาน้ำเค็ม ไฟไหม้หญ้า ถนนทรุดตัว และสาธารณสุข (โรคระบาด) อีกทั้งได้เปิดทำการสถานีดับเพลิงอีก 3 แห่ง ได้แก่ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยดอนเมือง สถานีดับเพลิงและกู้ภัยเฉลิมพระเกียรติ และสถานีดับเพลิงจอมทอง ซึ่งจะช่วยให้การป้องกันและระงับอัคคีภัยในขณะที่สภาพอากาศแห้งได้ครอบคลุมพื้นที่และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

 

 

จัดตั้งอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร สร้างการมีส่วนร่วมเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด
           นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพิ่มมาตรการป้องกันยาเสพติด ตลอดจนเฝ้าระวังปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า สำนักอนามัย กทม. โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร (ศอ.ปส.กทม.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเขต (ศป.ปส.เขต) ได้วิเคราะห์สถานการณ์และประสานกับภาคีเครือข่าย เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.กทม.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมาย รวมถึงจัดกิจกรรมเสริมภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้กับเด็กและเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษา พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร สนับสนุนการดำเนินงานสถานประกอบการปลอดภัยยาเสพติด อีกทั้งได้จัดตั้งอาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด โดยสนับสนุนให้ดำเนินกิจกรรมเฝ้าระวังภัยและยาเสพติดในชุมชน ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษภัยและการป้องกันยาเสพติด ติดตามดูแลช่วยเหลือผู้เสพ/ผู้ติดที่ผ่านการบำบัดรักษาและติดตามข้อมูลข่าวสารที่อาจเป็นภัยกับชุมชน นอกจากนั้นยังได้สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร ให้มีส่วนร่วมเฝ้าระวัง ป้องกัน และสนับสนุนการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ ผู้ติดยาและสารเสพติดในชุมชน โดยกำกับ ติดตาม และรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนในพื้นที่ล่อแหลมที่มีความเสี่ยงสูง ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อปิดล้อมและตรวจสอบพื้นที่อย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด และสำนักงาน ปปส.กทม. ในการปราบปรามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่แพร่ระบาด เพื่อลดวงจรด้านอุปทานและอุปสงค์ ตลอดจนความรุนแรงและผลกระทบของปัญหายาเสพติดที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ชุมชน และสังคม

 

 

ขอความร่วมมือผู้เสียภาษียื่นคำร้องแก้ไขรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ถูกต้อง
            นายธรรมรัตน์ มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กทม. กล่าวกรณีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ระบุขณะนี้ได้รับเอกสารแจ้งข้อมูลแบบรายการที่อยู่อาศัย สำหรับนำไปใช้ประเมินการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ กทม. ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.63 ไม่ถูกต้อง โดยบางรายมีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้อยู่อาศัย แต่กลับถูกระบุเป็นการใช้ประโยชน์เพื่อการอื่นหรือเชิงพาณิชย์ ทำให้ต้องเสียภาษีสูงกว่าความจริงว่า ปี 2563 เป็นปีแรกที่มีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เสียภาษี ยื่นคำร้องขอแก้ไขรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ถูกต้อง ที่สำนักงานเขตภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแบบแจ้งข้อมูล อย่างไรก็ตาม แม้จะเกินกำหนดเวลา 15 วัน ผู้เสียภาษียังสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ถูกต้องได้ แต่หากมีการแจ้งประเมินภาษีแล้ว ผู้เสียภาษีต้องเปลี่ยนจากการยื่นคำร้องขอแก้ไข เป็นการยื่นคำร้องคัดค้านการประเมินภาษีหรือการเรียกเก็บภาษี โดยใช้แบบ ภ.ด.ส. 10 ตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ดังนั้น ผู้เสียภาษีที่ได้รับแบบแจ้งข้อมูลแล้ว ขอให้รีบดำเนินการยื่นคำร้องขอแก้ไขที่สำนักงานเขตที่จัดส่งข้อมูลไปให้โดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้มีเวลาตรวจสอบและคำนวณค่าภาษีที่ถูกต้อง

         ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการแก้ไขบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สามารถดำเนินการได้ 2 แนวทาง ดังนี้ 1) อปท. ตรวจสอบพบว่าบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจสั่งแก้ไขบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ ตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 และ 2) ผู้เสียภาษีตรวจสอบรายการข้อมูลที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของตนเองแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้อง เช่น ขนาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือลักษณะการใช้ประโยชน์ไม่ตรงตามความเป็นจริง ให้ยื่นคำร้องต่อผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อขอแก้ไขบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และให้ผู้บริหารท้องถิ่น มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสำรวจ ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ให้เจ้าพนักงานสำรวจ รายงานให้ผู้บริหารท้องถิ่นทราบ พร้อมแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้เสียภาษีทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องจากผู้เสียภาษี ทั้งนี้ ผู้เสียภาษีสามารถติดต่อขอชำระค่าภาษี ที่สำนักงานเขตที่ได้แจ้งบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นอกจากนี้ กทม. ยังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบสารสนเทศการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อรองรับการชำระค่าภาษีต่างสำนักงานเขตต่อไป

 

 

ตรวจสอบ – ดูแลความสะอาดสุขาสาธารณะรอบเกาะรัตนโกสินทร์รองรับนักท่องเที่ยว
           นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เปิดเผยตามที่ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาการขาดแคลนห้องน้ำสำหรับนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะรอบเกาะรัตนโกสินทร์ รวมถึงในบริเวณจัดกิจกรรมถนนคนเดินที่ถนนข้าวสาร ถนนสีลม และถนนเยาวราช ที่มีห้องน้ำสาธารณะน้อยมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างห้องน้ำสาธารณะเพิ่มเติม เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่นักท่องเที่ยวว่า ปัจจุบัน กทม. ไม่มีการจัดสร้างสุขาสาธารณะเพิ่มในเขตพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ เนื่องจากการก่อสร้างจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะนั้น ๆ และหากเป็นพื้นที่อนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า จะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า รวมทั้งต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในการกำหนดสถานที่ก่อสร้าง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้อาศัยโดยรอบ อย่างไรก็ตาม กทม. ได้จัดให้มีสุขาสาธารณะรอบพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ สำหรับให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยไม่คิดค่าบริการ และเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น. ของทุกวัน ประกอบด้วย บริเวณโบ๊เบ๊ บางลำพู หน้าวัดดุสิตาราม วัดดาวดึงษาราม สวนสันติชัยปราการ ป้อมมหากาฬ และสวนนคราภิรมย์ ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้กับทางเดิน ไม่เป็นสถานที่เปลี่ยว รวมทั้งได้ ตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และปรับปรุงตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal design) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใช้ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ทั่วถึงและเท่าเทียม ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดตามมาตรฐาน HAS คือ สะอาด (Health) : เพียงพอ (Accessibility) : และปลอดภัย (Safety) อย่างสม่ำเสมอ

           ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับบริเวณพื้นที่จัดกิจกรรมถนนคนเดินที่ถนนข้าวสาร ถนนเยาวราช และถนนสีลม สสล. ได้จัดรถสุขาเคลื่อนให้บริการประชาชนที่เข้าร่วมงาน พร้อมสนับสนุนรถสุขาเคลื่อนที่สำหรับการจัดงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

 

 

พิจารณาความเหมาะสมโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
            นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวกรณีสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชุมชน เมื่อไร อย่างไร ว่า ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน กทม. ได้ดำเนินขั้นตอนการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไป เพื่อแลกเปลี่ยน สร้างความเข้าใจในความต้องการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของแต่ละภาคส่วน ได้แก่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถานที่ราชการ องค์กร บริษัท ศาสนสถาน ชุมชนริมแม่น้ำ และประชาชนทั้งที่อาศัยใกล้แม่น้ำและพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ประกอบด้วย การลงพื้นที่ชุมชนรายครัวเรือน การประชุมกลุ่มย่อยในชุมชน การประชุมรายเขต การเข้าพบหน่วยงาน ผู้ประกอบการ รวมถึงการประชุมใหญ่ ขณะเดียวกัน กทม. ยังได้ติดตามข้อกังวล ข้อเสนอแนะ รวมถึงข้อแนะนำของประชาชนที่เผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อนำมาพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบด้าน เป็นไปตามหลักวิชาการ และดำเนินโครงการฯ โดยคำนึงถึงประโยชนที่ประชาชนทุกคนจะได้รับเป็นสำคัญ

 

กทม.ทดลองโครงการ “City Lab Silom” ตามแนวทางการออกแบบพื้นที่สาธารณะ
           นายสมชาย เดชากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง (สวพ.) กทม. กล่าวว่า ตามที่สื่อออนไลน์เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความ ระบุจากการลงพื้นที่ตรวจสอบทางเท้ารูปแบบใหม่ “City Lab Silom” ประกอบด้วย ป้ายรถเมล์ ทางเท้า และทางม้าลาย บริเวณหน้าโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน หลังเปิดทดลองใช้งานได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน เริ่มมีสภาพชำรุด เช่น แผ่นทางเท้าสำหรับผู้พิการทางสายตา Blind Block (Braille Block) หลุดร่อน ส่วนป้ายหยุดรถโดยสารประจำทางที่มีการทำเครื่องออกกำลังกาย มีประชาชนนำถุงพลาสติกมัดไว้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการนั่งรอรถ นั้น โครงการ “City Lab Silom” เป็นความร่วมมือระหว่าง กทม. กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาวิจัยรูปแบบการใช้งานพื้นที่ของผู้คน ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในบริบทเมือง ซึ่งเป็นโครงการศึกษาในระยะเวลาหนึ่ง เดือน หากได้รับผลตอบรับที่ดีจะขยายการดำเนินการต่อไป ซึ่งพื้นที่ทดลองดำเนินการ 8 จุดย่านสีลม ได้แก่ อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ อาคารลิเบอร์ตี้ อาคารซีพีทาวเวอร์ อาคารยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ อาคารธนาคารกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน อาคารธนิยะ และอาคารญาดา ดังนั้น ในการทดลองดำเนินการจะใช้วัสดุชั่วคราวที่สามารถรื้อถอนง่าย ราคาไม่สูง รวมทั้งบริเวณดังกล่าวมีผู้สัญจรจำนวนมาก ขณะที่การดำเนินการเป็นการทดลองชั่วคราวในระยะสั้น เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการและผู้สัญจร ตามรูปแบบ City Lab หรือ ‘ห้องทดลองเมือง’ คือ กระบวนการนำเมืองที่อาศัยอยู่มาเป็นห้องทดลอง ศึกษาความต้องการและพฤติกรรมของคนเมือง เพื่อนำไปเป็นแนวทางการพัฒนางานออกแบบพื้นที่สาธารณะที่จะส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่คนเมือง รวมไปถึงเพื่อพัฒนาอัตลักษณ์ของเมือง และนำไปปรับใช้ให้เหมาะสม ก่อนดำเนินการถาวรต่อไป


          นางสาวภัคภร สงวนศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก กทม. กล่าวว่า โครงการปรับภูมิทัศน์ย่านสีลมในช่วงแรกเป็นช่วงระยะทดลองดำเนินการ จึงใช้วัสดุชั่วคราวที่สามารถปรับเปลี่ยน รื้อถอน หรือล้างออกได้ เช่น ใช้สติกเกอร์สีติดที่ทางเท้า ใช้สีที่สามารถล้างออกได้ และใช้วิธีติดตั้ง Blind Block (Braille block) ชั่วคราว เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด จะมีการสรุปผลการทดลองเพื่อพิจารณาดำเนินการให้เป็นแบบถาวรต่อไป