กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 14 มกราคม 2563

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 14 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 29 ครั้ง

     กทม.บูรณาการความร่วมมือตรวจควันดำรถโดยสาร – บำรุงรักษารถราชการไม่ให้ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน

     นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. ได้ติดตามประเมินสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 อย่างใกล้ชิด รวมทั้งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ กองบังคับการตำรวจจราจร ตรวจวัดควันดำรถยนต์ทุกประเภท กรมการขนส่งทางบก ตรวจวัดควันดำรถโดยสารสาธารณะ และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตรวจวัดควันดำรถสองแถว พร้อมแนะนำการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ เพื่อลดมลพิษที่แหล่งกำเนิด รวมทั้ง ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งข้อมูลรถ ที่ปล่อยควันดำ ไปยังสายด่วน กทม. 1555 เพื่อประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัด ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้พร้อมใช้งาน ตรวจสภาพเครื่องยนต์ตามระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยตรวจวัดมลพิษจากรถในสังกัด กทม. ทุก 6 เดือน หากพบมลพิษเกินมาตรฐานให้แก้ไขทันที นอกจากนั้น ยังได้กำชับพนักงานขับรถยนต์ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง เมื่อไม่ปฏิบัติงานหรือจอดรถรอรับ-ส่ง กำชับให้ดำเนินการจัดเก็บมูลฝอยในถนนสายหลักและถนนสายรองให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 04.00 น. ของทุกวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วนและช่วยลดการปล่อยมลพิษ รวมถึงส่งเสริมการใช้รถส่งเอกสารร่วมกัน (Car Pool) ระหว่างศาลาว่าการ กทม.1 เสาชิงช้า และศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง ตลอดจนรณรงค์ให้ข้าราชการในสังกัดและประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง

 

     มาตรการป้องกันอันตรายจากฝุ่น PM2.5 ในโรงเรียนสังกัด กทม.
     นายณัฐพงศ์ ดิษยบุตร ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. เปิดเผยตามที่สื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกต ในช่วงนี้โรงเรียนหลายแห่งจัดกิจกรรมกลางแจ้งหรือแข่งกีฬาสี ผู้ปกครองควรหาหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5 ให้เด็กและเลี่ยงกิจกรรมที่จัดกลางแจ้ง เพื่อลดผลกระทบจากฝุ่นละอองว่า ที่ผ่านมา สนศ. ได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยกำชับโรงเรียนในสังกัด กทม. ทำความสะอาดสนาม อาคารเรียนให้ปราศจากฝุ่นอยู่เสมอ ปลูกต้นไม้กันฝุ่นตามแนวรั้วและระเบียง ติดตั้งระบบสปริงเกอร์ฉีดพ่นละอองน้ำขนาดเล็กบนอาคารเรียน รวมถึงจัดให้มีห้องปราศจากฝุ่นไว้ในโรงเรียน ขณะเดียวกันได้วางแนวทางปฏิบัติการป้องกันอันตรายจากฝุ่น PM2.5 โดยงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน และจัดหาหน้ากากอนามัยแจกจ่ายให้นักเรียนใช้ปิดจมูกเพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 รวมถึงประสานศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ในการดูแลสุขภาพเด็กนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวว่า สนอ. ได้จัดบุคลากรของศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และอาสาสมัครสาธารณสุข ลงพื้นที่เสริมสร้างความรู้ในการดูแลรักษาสุขภาพจากปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมถึงแนะนำวิธีใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากาก N95 ให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อนำไปสอนในโรงเรียน ขณะเดียวกันได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้การป้องกันและดูแลตนเองจากภัยหรืออันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองแก่เด็กนักเรียนและคุณครูอีกด้วย

 

     กทม.ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ - เตรียมเวชภัณฑ์พร้อมให้บริการประชาชน
     นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวกรณี นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุเมื่อฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ลอดผ่านไปยังอวัยวะภายในของร่างกาย จะส่งผลให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด หรือผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย จะเกิดผื่นคันและลมพิษว่า ที่ผ่านมา สนอ. ได้ออกหน่วยเคลื่อนที่รณรงค์แนะนำการป้องกันปัญหาผลกระทบจากฝุ่นละอองให้แก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ทั้งนี้หากประชาชนมีปัญหาสุขภาพที่มีสาเหตุจากฝุ่นละอองสามารถไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ทั้ง 68 แห่ง ซึ่งได้เตรียมบุคลากรทางการแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ และหน้ากากอนามัย ไว้พร้อมสำหรับให้บริการประชาชน
นายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวว่า สนพ. ได้เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง รวมถึงสั่งการให้เปิดคลินิกมลพิษทางอากาศที่โรงพยาบาลตากสิน ในวันจันทร์และวันอังคาร โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ในวันพุธ และโรงพยาบาลกลาง ในวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 13.00 - 15.30 น. เพื่อให้คำปรึกษาและนำไปสู่การรักษาพยาบาลอีกทั้งได้เปิดสายด่วนสุขภาพสำนักการแพทย์ โทร.1646 บริการตอบปัญหาและให้คำปรึกษาเรื่องโรคที่มีสาเหตุจากฝุ่นละออง ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากต้องการปรึกษาแพทย์จะประสานต่อไปยังศูนย์บริหารราชการฉับไว ใสสะอาด (Bangkok Fast & Clear : BFC) ของแต่ละโรงพยาบาลในสังกัด กทม. เพื่อนัดพบแพทย์ ขณะเดียวกันได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักอนามัย สำนักงานเขต และหน่วยงานภายนอก จัดกิจกรรมออกหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ เพื่อให้ความรู้การป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมถึงให้คำแนะนำการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องแก่ประชาชน ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น ยังได้จัดตั้งคลินิกมลพิษทางอากาศออนไลน์ ผ่านเพจของสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ให้ข้อมูลด้านสุขภาพแก่ประชาชน รวมถึงผลิตชุดความรู้เรื่องฝุ่น PM2.5 ในรูปแบบอินโฟกราฟิกและวิดีโอคลิป เผยแพร่ผ่าน Facebook : สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร Facebook : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. และแอปพลิเคชัน BKK Connect เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในการดูแลสุขภาพ

 

     ปรับภูมิทัศน์ที่พักอาศัยลดผลกระทบสุขภาพ - ตรวจสอบสภาพอาคาร
     นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กทม. กล่าวตามที่คอลัมนิสต์นำเสนอบทความ โดยระบุพบประชากร 1 ใน 3 ของผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองมีประวัติป่วยเป็นกลุ่มโรคตึกเป็นพิษ (Sick building syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่แสดงอาการเมื่อต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ชีวิตในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือที่อยู่อาศัย อีกทั้งพื้นที่แนวดิ่งในอาคารสูง ไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้คนในเมืองเสี่ยงต่อการเกิดโรคประเภท ออฟฟิศซินโดรม และกลุ่มโรคกับมลภาวะต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย โดยรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมลดมลพิษ ดูแลความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ในที่พักอาศัยและพื้นที่สาธารณะ ขณะเดียวกันได้แจ้งข้อมูลผลการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองให้สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ และสำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักให้ประชาชนป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM2.5 ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้แก่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ แผ่นพับ โปสเตอร์ และแอปพลิเคชัน
นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. กล่าวว่า สนย. ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบอาคารห้างสรรพสินค้าเป็นประจำทุกปี โดยตรวจสอบการทำงานของระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบระบายอากาศของอาคาร พร้อมตรวจสอบสภาพอาคารด้วยสายตา (visual inspection) ในเบื้องต้น หากพบความผิดปกติจะแนะนำให้เจ้าของอาคารตรวจสอบสภาพอาคาร เพื่อแก้ไขความผิดปกติ ขณะเดียวกันได้ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าตรวจสอบโรงมหรสพที่ทำการต่ออายุใบอนุญาตใช้สถานที่ เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพเป็นประจำปีทุกปี โดยกำชับให้โรงมหรสพปฏิบัติตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้อาคาร เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ ประเภทและระบบความปลอดภัยของโรงมหรสพ และอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ พ.ศ.2550 นอกจากนั้น ในส่วนของอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ โรงมหรสพ อาคารชุมนุมคน โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป อาคารชุดอยู่อาศัยหรืออาคารอยู่อาศัย รวมที่มีพื้นที่อาคารตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป ที่เข้าข่ายต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือด้านสถาปัตยกรรมแล้วแต่กรณี ผู้ตรวจสอบอาคารจะต้องเป็นผู้ที่ได้ทำการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคารกับกรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วรายงานผลการตรวจสอบอาคารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่ง สนย. ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น หากตรวจสอบพบอาคารใดเข้าข่ายต้องตรวจสอบอาคารแล้วไม่ส่งรายงานการตรวจสอบอาคาร จะแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่ให้ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป