กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพุธที่ 25 กันยายน 2562

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 25 กันยายน 2562 | จำนวนเข้าชม 34 ครั้ง

สปภ. ชี้แจงความคืบหน้าคดีจัดซื้อรถ – เรือดับเพลิง
          พ.ต.ท.สมเกียรติ นนทแก้ว ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ตามที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง กรณีอดีตผู้อำนวยการสำนักการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้ อดีต ผอ. สปภ. ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในคดีจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของ กทม. เมื่อปี 2547 ให้แก่ กทม. โดยระบุเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างพิจารณาตรวจสอบคำพิพากษาศาลปกครองกลางว่าจะ อุทธรณ์คำพิพากษาหรือไม่ แต่หาก อดีต ผอ.สปภ. อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว กทม.จะจัดทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อแก้อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีต่อไป

          สำหรับรถและเรือดับเพลิงตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จำกัด ประเทศออสเตรีย เมื่อปี 2547 สปภ. ได้ดำเนินการซ่อมแซมรถดับเพลิงเพื่อใช้งานแล้ว จำนวน 176 คัน พร้อมทั้งนำเรือดับเพลิงขนาด 38 ฟุต จำนวน 30 ลำ ดำเนินการซ่อมแซมเพื่อใช้งานแล้ว จำนวน 10 ลำ อีก 20 ลำ อยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณปี 2563 เพื่อซ่อมแซมให้ใช้งานได้ต่อไป ส่วนรถดับเพลิงที่เหลืออีก 139 คัน ยังอยู่ที่บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ท่าเรือ A5 ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เนื่องจากบริษัท นามยงฯ ได้ฟ้อง กทม. ให้ชำระค่าฝากสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่น ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

 

 

กทม.เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังจุดเสี่ยง เร่งระบายน้ำท่วมขัง
          นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. เปิดเผยว่า สำนักการระบายน้ำได้วางมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง โดยจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเมื่อได้รับแจ้งเตือนจะมีกลุ่มฝนเข้าพื้นที่และเร่งระบายน้ำในพื้นที่ ทั้งสถานีสูบน้ำและบ่อสูบน้ำ รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะ ใบไม้ เศษวัสดุที่กีดขวางตามช่องตะแกรงรับน้ำฝน หากมี น้ำท่วมขังในระดับสูงและขยายเป็นวงกว้าง จะส่งหน่วยเข้าไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำชนิดเคลื่อนที่เพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถนนสายหลักและพื้นที่ย่านชุมชน รวมถึงติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำช่วยเร่งลดระดับน้ำในคลอง เพื่อให้น้ำที่ท่วมบนผิวจราจรไหลลงสู่ท่อระบายน้ำและไหลลงคลองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร จะเฝ้าระวัง ติดตามสภาพอากาศและใช้เรดาร์ตรวจจับกลุ่มฝนในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานแจ้งเตือนสถานการณ์ฝนและปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงจุดที่มีน้ำท่วมขังตามถนนสายหลักต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบตลอดเวลา ผ่านทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ กลุ่มไลน์ และแอพพลิเคชัน กทม.Connect นอกจากนี้ ได้ประสานความร่วมมือกับ สวพ.91 และ จส.100 ในการแจ้งเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางและวางแผนในการเดินทางเพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร

 

 

เขตสายไหมตรวจสอบเหตุรถเครนล้มทับบ้านเรือนประชาชน
           นายยอดขวัญ จุณณะปิยะ ผู้อำนวยการเขตสายไหม กล่าวกรณีเหตุรถเครนล้มทับบ้านเรือนประชาชนภายในซอยสายไหม 6 ถนนสายไหม แขวงและเขตสายไหม ว่า จากการตรวจสอบพบรถเครนล้มอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างอาคาร ค.ส.ล. 2 ชั้น ใช้เพื่อการพาณิชย์-อยู่อาศัย และสำนักงานของบริษัท วุฒิ อินเตอร์ดรักส์ 2010 จำกัด สาเหตุมาจากดินบริเวณที่ตั้งรถเครนเกิดการอ่อนตัวเนื่องจากฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รถเครนเคลื่อนตัวล้มลงทับอาคารได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า 1 ราย ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ในการนี้ สำนักงานเขตฯ ได้ให้ความช่วยเหลือโดยประสานผู้ประกอบการเคลื่อนย้ายรถเครนออกจากบริเวณที่เกิดเหตุและนำผ้าใบคลุมหลังคาบริเวณที่ได้รับความเสียหายแล้ว พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เขตฯ เข้าจัดเก็บเศษวัสดุออกจากบ้านที่ได้รับความเสียหาย และแนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.สายไหม เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวด กวดขันในการตรวจสอบความปลอดภัยบริเวณสถานที่ก่อสร้างของภาคเอกชนรายใหญ่อย่างสม่ำเสมอ