กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2563

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 20 พฤษภาคม 2563 | จำนวนเข้าชม 10 ครั้ง

เพิ่มความถี่ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส สร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ
     นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวถึงการเพิ่มความถี่การทำความสะอาดในระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเวลาการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) เป็นเวลา 23.00-04.00 น. ว่า กรุงเทพมหานคร ได้กำชับให้หน่วยงานทำหน้าที่บริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่อยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบ ให้ดำเนินการตามมาตรการการป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อโควิด-19 ของภาครัฐ โดยประสานบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ผู้โดยสารต้องสัมผัสทั้งในบริเวณภายในสถานีและขบวนรถ รวมถึงจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ ทำเครื่องหมายเว้นระยะ เพื่อเพิ่มระยะห่างทางสังคมบริเวณบนชานชาลา จุดจำหน่ายตั๋วโดยสาร และที่นั่งในขบวนรถไฟฟ้า ขณะเดียวกันได้เพิ่มความถี่ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้เผื่อเวลาการเดินทาง เพื่อลดความหนาแน่นและป้องกันการกลับมาระบาดซ้ำของโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็น รวมถึงมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการปฏิบัติการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในระบบขนส่งสาธารณะอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

คืบหน้าการจ่ายเงินบำเหน็จดำรงชีพข้าราชการบำนาญ กทม. อายุ 70 ปีขึ้นไป
     นายธรรมรัตน์ มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กทม. กล่าวกรณีมีข้าราชการบำนาญ กทม. ขอให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินบำเหน็จดำรงชีพให้กับข้าราชการบำนาญที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป เนื่องจากข้าราชการบำนาญในสังกัด กทม. ยังไม่มีผู้ได้รับบำเหน็จดำรงชีพว่า กรุงเทพมหานครเป็นราชการส่วนท้องถิ่น การเบิกจ่ายบำเหน็จบำนาญและบำเหน็จดำรงชีพของข้าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2516 ซึ่งบัญญัติให้นำกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นมาใช้บังคับแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครโดยอนุโลม ดังนั้น การเบิกจ่ายบำเหน็จบำนาญของข้าราชการกรุงเทพมหานคร จึงต้องถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งกรณีการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพ อายุ 70 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้ออกออกกฎกระทรวง ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินการ ขณะนี้ คณะรัฐมนตรีได้ผ่านร่างกฎกระทรวง เพื่อส่งต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาร่างกฎกระทรวง และเมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อลงนามประกาศใช้บังคับ คาดจะแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณนี้ อย่างไรก็ตาม เงินงบประมาณที่นำมาจ่ายบำเหน็จดำรงชีพดังกล่าว เป็นงบประมาณของกรุงเทพมหานครมิใช่เงินงบประมาณจากกรมบัญชีกลาง