กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562

เผยแพร่โดย : วิทยา บาริศรี | 18 ธันวาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 15 ครั้ง

กทม.จัดหน่วยคัดกรองสุขภาพเชิงรุกดูแลประชาชนทุกกลุ่ม
          นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของกลุ่มประชากรแฝงในเขตเมืองว่า กทม. ได้ส่งเสริมสุขภาพประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงกลุ่มประชากรแฝงอย่างต่อเนื่อง โดยออกหน่วยคัดกรองสุขภาพเชิงรุก ผ่านศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ทั้ง 68 แห่ง ตามสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ ชุมชน สถานประกอบการ วัด โรงเรียน ตลาด ห้างสรรพสินค้า และสวนสาธารณะ เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองสุขภาพ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพตนเองแก่ประชาชน โดยครอบคลุมทุกสิทธิการรักษาพยาบาล ขณะเดียวกันได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งภายในศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และในชุมชน เพื่อป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ ในกลุ่มเสี่ยง นอกจากนั้น ยังได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ได้แก่ โรงพยาบาลเอกชน คลินิกอบอุ่นกรุงเทพมหานคร เพื่อให้บริการเชิงรุกครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง

 

ติดตั้งเครื่องตรวจวัด PM2.5 ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ภายใน ก.พ. 63
          นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวกรณีนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตั้งข้อสังเกตในพื้นที่กรุงเทพฯ มีสถานีตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กของกรมควบคุมมลพิษ และ กทม. รวมกัน 46 สถานี ซึ่งยังไม่ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ทำให้การรายงานปริมาณฝุ่นจากแอปพลิเคชัน Air4Thai ไม่สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทั่วถึงว่า ปัจจุบัน กทม. อยู่ระหว่างจัดหาเครื่องตรวจวัด PM2.5 เพิ่มเติม จำนวน 30 เครื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต คาดภายในเดือน ธ.ค. 2562 จะติดตั้งแล้วเสร็จ 13 เครื่อง และอีก 17 เครื่อง จะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 2563 ซึ่งจะสามารถรายงานและแจ้งเตือนสถานการณ์คุณภาพอากาศให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำการป้องกันตนเองจากปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศของ กทม. แบบเรียลไทม์ได้ที่ www.bangkokairquality.com www.air4bangkok.com Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และแอปพลิเคชัน “กทม. Connect”
          ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่า นอกจากนั้น กทม. ยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยกำชับให้สำนักงานเขตบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละออง เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ ได้แก่ การตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำทุกประเภทร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รวมถึงประสานสถานีตำรวจในพื้นที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร รณรงค์ “ไม่ขับ...ช่วยดับเครื่อง” และบำรุงรักษาเครื่องยนต์รถราชการในสังกัดไม่ให้ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินโครงการถนนอากาศสะอาด โดยวางแนวทางให้สำนักงานเขตควบคุมและลดผลกระทบจากฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำหนดจัดสัมมนาวิชาการเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ประกอบการอาคารสูงและผู้เกี่ยวข้องในเดือน ม.ค. 2563 เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ อีกทางหนึ่ง

 

กทม.วางมาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่
          นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวถึงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ว่า สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 ของกรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” โดยกำหนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ดังนี้ 1) มาตรการการลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน 2) มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3) มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4) มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม 5) มาตรการความปลอดภัยทางน้ำ และ 6) มาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว และเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นรูปธรรม จึงได้กำหนดมาตรการเสริมด้านการบริหารจัดการ ประกอบด้วย การจัดตั้งศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 จัดทำแผนบูรณาการการปฏิบัติงานกับทุกภาคส่วน จัดตั้งคณะทำงานวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และกรณีมีผู้บาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิตให้วัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ รวมถึงยกย่องสนับสนุนสำนักงานเขตที่มีสถิติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนดีเด่น นอกจากนั้น กทม. จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการประชาชน จำนวน 11 จุด ประกอบด้วย บริเวณถนนเข้า - ออกเมือง จำนวน 7 จุด ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันบางจาก กม.5+200 ถ.เทพรัตน์ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. กม.12 ถ.พระราม 2 (ฝั่งขาออก) บริเวณใต้สะพานข้ามแยก ถ.พุทธมณฑล สาย 3 และบริเวณสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ แยกฉิมพลี ถ.บรมราชชนนี (ขาออก) บริเวณใต้สะพานกลับรถ แยกมหานคร สถานีรถไฟดอนเมือง ถ.วิภาวดีรังสิต (ขาออก) หน้าสำนักงานเขตหนองแขม ถ.เพชรเกษม หน้าสำนักงานเขตลาดกระบัง ถ.ลาดกระบัง และบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร จำนวน 4 จุด ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้ตลิ่งชัน) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้ปิ่นเกล้า) ถ.บรมราชชนนี สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย) และสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต)

 

เตรียมพร้อมสถานพยาบาล กทม. รองรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5
          นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. เปิดเผยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้สถานพยาบาลทุกแห่งเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่กลับมาสูงขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. ว่า ที่ผ่านมา สนอ. ได้เตรียมพร้อมแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยในสถานการณ์ที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ได้ให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลตนเองจากภัยหรืออันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเฝ้าระวังติดตามเป็นพิเศษในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เด็ก ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด และหญิงตั้งครรภ์ ส่วนในสถานการณ์ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานมากกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร บุคลากรของศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และอาสาสมัครสาธารณสุข จะให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และเมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับ 50 - 75 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จะออกหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ รวมทั้งจะติดตามเยี่ยมผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับ 76 - 100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน 3 วัน ขณะเดียวกันยังได้ให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลตนเองจากภัยหรืออันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) แก่ประชาชนในชุมชน ในโรงเรียน ในสถานประกอบการ รวมถึงผู้มารับบริการที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.
          นายสุขสันต์ กิตติศุภกร รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวว่า ในส่วนของ สนพ. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกรณีฝุ่นละออง PM2.5 เกิน 75 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรเกิน 3 วัน รวมถึงจัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ และหน้ากากอนามัย เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน หากมีการรายงานค่าฝุ่นละอองสะสมเพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัด กทม. เฝ้าระวัง วินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาโรค พร้อมรายงานสถิติผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละอองของโรงพยาบาลในสังกัดอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น ได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ แนะนำแนวทางการป้องกัน และผลกระทบต่อสุขภาพจากปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์สำนักการแพทย์ Facebook : สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และแอปพลิเคชัน “กทม. Connect” รวมถึงจัดกิจกรรมออกหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากค่าฝุ่นละออง PM2.5 ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน