กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2562

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 23 ธันวาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 35 ครั้ง

กทม.รณรงค์ใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว - ส่งเสริมการใช้รถ Car Pool ร่วมกัน
           นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กทม. กล่าวตามที่สื่อสังคมออนไลน์จัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นกรณีภาครัฐนำร่องการงดใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ว่า กทม. ได้กำหนดมาตรการให้หน่วยงานในสังกัด ร่วมกันลดการใช้พลังงานเพื่อลดมลพิษ ด้วยการส่งเสริมการใช้รถส่งเอกสารร่วมกัน (Car Pool) ระหว่างศาลาว่าการ กทม. 1 (เสาชิงช้า) และศาลาว่าการ กทม. 2 (ดินแดง) รวมถึงรณรงค์ให้ข้าราชการในสังกัดและประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เปลี่ยนมาใช้รถสาธารณะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด กทม. ทุกแห่ง ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดควันดำ รวมถึงดูแลบำรุงรักษารถยนต์ให้พร้อมใช้งาน ตรวจสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนกำชับพนักงานขับรถยนต์ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อไม่ปฏิบัติงานหรือจอดรถรอรับ-ส่ง อีกทั้งได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการลดพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างต่อเนื่อง

 

 

กทม.พร้อมรองรับจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
           นายธรรมรัตน์ มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กทม. กล่าวกรณีนายลวรณ แสงสนิท ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 จะเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 63 เหมือนเดิม เพียงแต่เลื่อนเวลาชำระภาษีในปี 2563 ออกไปอีก 4 เดือน จากเดิมที่ต้องชำระภาษีดังกล่าวในเดือน เม.ย. 63 เลื่อนออกไปเป็นต้องชำระในเดือน ส.ค.63 เนื่องจากยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางแห่ง สำรวจบัญชีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ไม่แล้วเสร็จ จึงไม่สามารถประเมินการจัดเก็บภาษีได้ทัน นั้น ที่ผ่านมา กทม. ได้เตรียมความพร้อมรองรับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 โดยสั่งการให้ฝ่ายรายได้ทุกสำนักงานเขตเตรียมการสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างล่วงหน้าก่อนภาษีดังกล่าวมีผลบังคับใช้ หลังจากนั้นได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเตรียมความพร้อมเพื่อการดำเนินการตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 รวมทั้งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยภาษีดินและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมทั้งได้จัดให้มีการสัมมนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่เจ้าหน้าที่กองรายได้ สำนักการคลัง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ทุกสำนักงานเขต รวมถึงจัดให้มีการประชุมภาษีสัญจร 6 กลุ่มเขต เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว ตลอดจนเวียนแจ้งแนวทางการเตรียมรองรับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เพื่อดำเนินการและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ส่วนกรณีกระทรวงมหาดไทยประกาศขยายกำหนดเวลาดำเนินการตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวออกไป 4 เดือน เป็นการขยายเวลาการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ อาทิ การจัดทำและประกาศบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลให้ผู้เสียภาษีแต่ละรายทราบ จากเดิมภายในเดือน พ.ย. 2562 ขยายเป็นภายในเดือน มี.ค. 2563 การประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อัตราภาษีที่จัดเก็บและรายละเอียดอื่นที่จำเป็นในการจัดเก็บภาษี จากเดิมก่อนวันที่ 1 ก.พ. 2563 ขยายเป็นก่อนวันที่ 1 มิ.ย. 2563 และการแจ้งประเมินภาษี จากเดิมภายในเดือน ก.พ. 2563 ขยายเป็น ภายในเดือน มิ.ย. 2563

          ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากปี 2563 เป็นปีแรกที่มีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยกฎหมายกำหนดให้ อปท. มีหน้าที่เพิ่มขึ้น เช่น สำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จัดทำบัญชีรายการที่ดินทุกแปลงและรายการสิ่งปลูกสร้างที่ต้องเสียภาษีทุกอาคาร ปิดประกาศและจัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแต่ละรายทราบภายในเดือน พ.ย.2562 และแจ้งการประเมินภาษีภายในเดือน ก.พ.2563 อีกทั้งวิธีคำนวณค่าภาษี ยังมีความซับซ้อน ซึ่งอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ของ กทม. กำหนดไว้เพื่อรับแบบพิมพ์แจ้งรายการทรัพย์สินจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีและแจ้งการประเมินภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่เท่านั้น จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เสียภาษียื่นคำร้องขอแก้ไขรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ถูกต้องที่สำนักงานเขตภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแบบแจ้งข้อมูล อย่างไรก็ตาม แม้จะเกินกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแบบแจ้งข้อมูล ผู้เสียภาษียังสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ถูกต้องได้ แต่หากมีการแจ้งประเมินภาษีแล้ว ผู้เสียภาษีต้องเปลี่ยนจากการยื่นคำร้องขอแก้ไข เป็นการยื่นคำร้องคัดค้านการประเมินภาษีหรือการเรียกเก็บภาษี โดยใช้แบบ ภ.ด.ส. 10 ตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ดังนั้น ผู้เสียภาษีที่ได้รับแบบแจ้งข้อมูลแล้ว ขอให้รีบดำเนินการยื่นคำร้องขอแก้ไขที่ สำนักงานเขตที่จัดส่งข้อมูลไปให้โดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้มีเวลาตรวจสอบและคำนวณค่าภาษีที่ถูกต้อง