กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2563

เผยแพร่โดย : วิทยา บาริศรี | 3 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 68 ครั้ง

กทม.แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นต่อเนื่อง - เปิดคลินิกมลพิษทางอากาศดูแลผู้ป่วยจากฝุ่นละออง
          นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวกรณีนักวิชาการตั้งข้อสังเกตการรายงานค่าฝุ่น PM2.5 ควรระบุถึงสารพิษและเชื้อจุลินทรีย์ สารก่อมะเร็ง สารก่อการกลายพันธุ์ โลหะหนัก ที่แอบแฝงอยู่ในฝุ่น PM2.5 ว่า สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ได้รายงานและแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ให้ประชาชนรับทราบข้อมูล พร้อมแนะนำการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศของ กทม. แบบเรียลไทม์ได้ที่ www.bangkokairquality.com www.air4bangkok.com Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม www.prbangkok.comสำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร และ Facebook : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. ขณะเดียวกันได้เพิ่มความถี่การแจ้งเตือนสถานการณ์มลพิษทางอากาศเป็นวันละ 3 รอบเวลา คือ 07.00 น. 12.00 น. และ 15.00 น. เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงที อีกทั้งมีแผนการปรับปรุงระบบประมวลผลให้สามารถรองรับการเฝ้าระวังและการพยากรณ์คุณภาพอากาศให้ครอบคลุมสารมลพิษที่สำคัญทุกชนิด รวมถึงจัดทำระบบรายงานและแจ้งเตือนคุณภาพอากาศผ่านข้อความทางโทรศัพท์มือถือ (SMS) เพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลคุณภาพอากาศไปพิจารณาหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศต่อตนเอง ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนทราบถึงอันตรายจากฝุ่น PM2.5 และวิธีป้องกันตนเองจากการสัมผัสฝุ่นละออง ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และนิทรรศการ
          ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงสถานการณ์ที่ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกิน 75 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เกิน 3 วัน สำนักการแพทย์ กทม. จะสั่งการให้โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และโรงพยาบาลกลาง เปิดคลินิกมลพิษทางอากาศ เพื่อให้คำปรึกษาและนำไปสู่การรักษาพยาบาล รวมถึงจัดตั้งคลินิกมลพิษทางอากาศออนไลน์ ผ่านสื่อออนไลน์ของสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รวมถึงผลิตสื่อ อินโฟกราฟิก วิดีโอคลิป ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับอันตรายจากฝุ่น โรคที่มากับฝุ่น และวิธีการป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง นอกจากนั้น สำนักอนามัย กทม. ยังได้แนะนำให้กลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ ระบบสมอง ระบบหลอดเลือด ใส่หน้ากาก N95 เมื่อออกนอกบ้าน รวมทั้งกลุ่มที่ต้องทำงานในบริเวณที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 มากกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ควรใส่หน้ากาก N95 ในระหว่างทำงาน และควรมีช่วงพัก 5 - 10 นาที ในทุกหนึ่งชั่วโมง

 

ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ - สร้างจิตสำนึกปฏิบัติตามกฎจราจร
          นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. กล่าวว่า ตามที่ศาลปกครองกลางยกฟ้องคดีห้ามไม่ให้รถจักรยานยนต์ จักรยาน รถยนต์สามล้อ และล้อเลื่อนลากเข็นทุกชนิดเดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก 39 สะพาน และอุโมงค์ลอดทางร่วมทางแยก 5 อุโมงค์ในกรุงเทพฯ โดยศาลฯ พิพากษาให้เหตุผลข้อบังคับดังกล่าวเป็นกฎที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ แต่เป็นการกระทำเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะโดยรวม เพื่อรักษาความปลอดภัย ความสะดวกในการจราจร และไม่กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพในการเดินทางของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ นั้น ที่ผ่านมา สจส. ได้ติดตั้งป้าย เครื่องหมาย ตามข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร โดยห้ามไม่ให้รถจักรยานยนต์ จักรยาน รถยนต์สามล้อ และล้อเลื่อนลากเข็นทุกชนิดเดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก สะพานยกระดับ สะพานข้ามแม่น้ำ และในอุโมงค์ลอดทางร่วมทางแยก เพื่อดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร ทั้งนี้ เมื่อศาลปกครองกลางได้ให้แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน กทม. จะตรวจสอบป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร ป้ายเตือน ฯลฯ ที่ติดตั้งบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก สะพานยกระดับ สะพานข้ามแม่น้ำ และอุโมงค์ลอดทางร่วมทางแยกที่อยู่ในความดูแลของ กทม. ให้พร้อมใช้งานและเป็นไปตามข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อบริหารจัดการจราจรให้มีความคล่องตัวและเกิดความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภท นอกจากนั้น ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข ในการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงรณรงค์เสริมสร้างวินัยจราจรและจิตสำนึกในการปฏิบัติตามกฎจราจรของผู้ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรและช่วยลดอุบัติเหตุจราจรบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

 

กำจัดมูลฝอยอันตรายตามหลักสุขาภิบาล - รณรงค์ร่วมคัดแยกมูลฝอยต่อเนื่อง
          นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวถึงกรณีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประสานความร่วมมือกับ กทม. รับคืนเครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำไปกำจัดว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้จัดเก็บมูลฝอยอันตรายจากบ้านเรือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง และได้ประชาสัมพันธ์โครงการรับคืนซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้แล้วให้ประชาชนรับทราบ พร้อมเพิ่มความถี่การจัดเก็บเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่จะทิ้งซากผลิตภัณฑ์ฯ อีกทั้งได้ขอความร่วมมือประชาชนทิ้งซากผลิตภัณฑ์ฯ ให้กับรถเก็บขนมูลฝอยของ กทม. หรือสามารถนำมาทิ้งได้ที่สำนักงานเขต 50 เขต สำหรับซากผลิตภัณฑ์ฯ ที่จัดเก็บได้ กทม. จะนำไปรวบรวมที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม และประสาน คพ. เพื่อรีไซเคิลและกำจัดตามหลักสุขาภิบาล ขณะเดียวกันได้กำหนดนโยบายการจัดเก็บมูลฝอยอันตรายจากชุมชนทุกวันอาทิตย์ หรือตามวัน เวลา และสถานที่ที่สำนักงานเขตนัดหมาย โดยจัดรถเก็บขนมูลฝอยอันตรายแยกเป็นการเฉพาะพร้อมติดป้ายประชาสัมพันธ์ไว้ที่ตัวรถ นอกจากนั้น ประชาชนยังสามารถแยกทิ้งมูลฝอยอันตรายกับรถเก็บขนมูลฝอยทั่วไป ซึ่งมีถังรองรับมูลฝอยอันตรายที่ตั้งอยู่ บริเวณช่องด้านหลังพนักงานขับรถหรือสามารถทิ้งในจุดรวบรวมมูลฝอยอันตรายของชุมชน และสถานีบริการน้ำมันเชลล์ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 106 สถานี อีกทั้ง ได้รณรงค์สร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วมคัดแยกมูลฝอยในชุมชน สถานประกอบการ สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมูลฝอยไปใช้ประโยชน์และกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

 


แจงพิจารณาคุณสมบัติผู้ร่วมเสนอราคาจ้างกำจัดปลวก ร.ร.กทม. ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
            นายณัฐพงศ์ ดิษยบุตร ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. กล่าวกรณีสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน มีเอกชน 4 ราย ปรากฏชื่อเข้ามารับงานโครงการจ้างรับเหมาป้องกันและกำจัดปลวกภายในโรงเรียนสังกัด กทม. ของสำนักการศึกษา ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท พบ 3 ราย ที่อาจเป็นเอกชนกลุ่มเดียวกัน และอีกหนึ่งราย ศาลแพ่งมีคำพิพากษาสั่งให้จดชื่อคืนสู่ทะเบียนเป็นนิติบุคคล ก่อนหน้าที่จะเข้ามารับงานจ้างรับเหมาฯ เพียง 3 เดือน ว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 - 2560 ได้ดำเนินการจ้างเหมาป้องกันและกำจัดปลวกภายในโรงเรียนสังกัด กทม. ตามประกาศ กทม. เรื่อง ประมูลจ้างเหมาป้องกันและกำจัดปลวกภายในโรงเรียนสังกัด กทม. และสำนักการศึกษา ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประกวดราคายื่นเอกสาร ส่วนที่ 1 ประกอบด้วย สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม เพื่อให้คณะกรรมการดำเนินการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ฯ ตรวจสอบ “ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” ตามข้อบัญญัติ กทม. เรื่องการพัสดุ พ.ศ.2538 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ข้อ 5 ซึ่งในทุกปีงบประมาณที่ผ่านมาคณะกรรมการดำเนินการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ฯ ได้ตรวจสอบเอกสาร ส่วนที่ 1 แล้ว พบผู้เข้าเสนอราคาไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนกรณีบริษัทที่เพิ่งได้รับจดชื่อคืนเข้าสู่ทะเบียนการค้า 3 เดือน ตามแบบตัวอย่างประกาศการประมูลที่คณะกรรมการว่าด้วยวิธีประมูลด้วยวิธีระบบอิเล็กทรอนิกส์ (กวอ.) กรมบัญชีกลาง ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขหรือกำหนดห้ามไว้แต่อย่างใด แม้แต่ผู้เสนอราคาที่จดทะเบียนใหม่ ก็สามารถเสนอราคาได้ และตามประกาศของสำนักการศึกษา ก็ไม่ได้ปิดกั้นหรือกำหนดเงื่อนไขห้ามไว้แต่อย่างใด หากผู้เสนอราคารายใดมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศ ย่อมเป็น ผู้มีสิทธิเสนอราคา

 

กทม.แก้ไขไฟฟ้าส่องสว่างถนนพระรามที่ 3
          นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวกรณีประชาชนร้องเรียนไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณถนนพระรามที่ 3 ตามแนวเกาะกลางถนน แนวทางเท้า และบนสะพานลอยรถข้ามตามทางแยกต่าง ๆ ในพื้นที่เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม โดยเฉพาะสะพานลอยข้ามทางแยก พระรามที่ 3 - สะพานภูมิพล ไฟฟ้าส่องสว่างดับชำรุดว่า สำนักการโยธา ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อบำรุงรักษาไฟฟ้าสาธารณะในแนวถนนพระรามที่ 3 ตามวงรอบทุก 15 วัน หากพบไฟฟ้าดับจะจัดหน่วยซ่อมเข้าดำเนินการทันที ซึ่งปัจจุบันไฟฟ้าในแนวถนนพระราม 3 ร้อยละ 90 สามารถใช้งานได้ตามปกติ ส่วนบริเวณสะพานลอยข้ามแยกภูมิพล ได้มีหนังสือประสานการไฟฟ้านครหลวงเขตยานนาวาเข้าตรวจสอบและดำเนินการจัดซ่อมแล้ว นายณรงค์ ตาปสนันทน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตบางคอแหลมได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง หากพบไฟฟ้าส่องสว่างชำรุด จะประสานแจ้งสำนักการโยธา เพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไข ขณะเดียวกันในปีงบประมาณ 2563ได้จัดทำแผนการติดตั้งและซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่าง โดยการสำรวจถนน ตรอกซอย พื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่เขตที่เป็นที่สาธารณะ รวมทั้งพื้นที่ของหน่วยงานภายนอก และประสานการไฟฟ้านครหลวง เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
นางสาวโศรยา วัธชนะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตยานนาวา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการเขตยานนาวา กทม. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สำนักงานเขตยานนาวา ได้ประสานการไฟฟ้านครหลวงซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณดังกล่าวแล้ว 225 ดวง ส่วนในปีงบประมาณ 2563 ได้ซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างอีก 35 ดวง ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบไฟฟ้าส่องสว่างชำรุด ให้ประสานแจ้งสำนักการโยธาดำเนินการต่อไป

 

กวดขันไม่ให้มีผู้ค้าต่างด้าวในซอยสุขุมวิท 1-3 กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจปฏิบัติงานโดยสุจริต
          นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. กล่าวกรณีมีผู้ร้องเรียนในซอยสุขุมวิท 1 - 3 เขตวัฒนา มีผู้ค้ารถเข็น ที่เป็นคนต่างด้าวหลายราย ซึ่งเมื่อเทศกิจมาจับไปแล้วก็กลับมาขายใหม่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ เพื่อแลกกับการค้าขายว่า สำนักเทศกิจ ได้กำชับฝ่ายเทศกิจทุกสำนักงานเขตให้เพิ่มมาตรการกวดขัน ไม่ให้บุคคลคนต่างด้าว ประกอบอาชีพค้าขายสินค้าใด ๆ ในที่หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายเด็ดขาด รวมทั้งหากตรวจพบผู้ฝ่าฝืน ให้จับกุม เปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย ตลอดจนประสานกับสถานีตำรวจนครบาลท้องที่หรือตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันได้กำชับผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้กำกับ ดูแล สร้างความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงกำหนดแนวทางปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจให้เป็นไปโดยสุจริต ชอบด้วยกฎหมาย หากมีการเรียกรับเงินจากผู้ค้าให้หน่วยงานนั้น ๆ สอบสวนลงโทษทางวินัยทุกราย
          นายสุชัย สกุลรุ่งเรืองชัย ผู้อำนวยการเขตวัฒนา กทม. กล่าวว่า ได้ตรวจสอบบริเวณซอยสุขุมวิท 1 - 3 ไม่พบเจ้าหน้าที่เทศกิจเรียกเก็บเงินผู้ค้าต่างด้าว อย่างไรก็ตาม ได้กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจ ออกตรวจตรา กวดขันความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ให้มีผู้ค้าฝ่าฝืนทำการค้าขาย พร้อมกำชับให้หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน หัวหน้าชุดเข้มงวดตรวจสอบและติดตามกำกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศกิจด้วยตนเอง ป้องกันการประพฤติมิชอบเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชน

 

กวดขันการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงบนโต๊ะในสถานที่จำหน่ายอาหาร
          นายอนุชิต พิพิธกุล ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง กทม. กล่าวกรณีสื่อมวลชนเสนอข่าวร้านหมูกระทะแห่งหนึ่งบริเวณปากซอยลาดพร้าว 48 ได้เชื่อมต่อก๊าซ LPG โดยใช้ท่อแยกเป็นหลายเส้นทาง หุ้มด้วยวัสดุ PVC ส่งต่อกระจายไปยังเตาต่าง ๆ ภายในร้าน เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการทำหมูกระทะ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคว่า สำนักงานเขตฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านดังกล่าวและแจ้งให้เลิกกิจการไปก่อนที่จะมีการเสนอข่าว และจากการตรวจสอบอีกครั้ง พบผู้ประกอบการได้เลิกกิจการ รื้อถอนท่อแก๊ส และขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ออกไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประกอบกิจการในพื้นที่ หากพบการประกอบกิจการในลักษณะดังกล่าวจะดำเนินการตามกฎหมายทันที นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สำนักอนามัยได้ประสานขอความร่วมมือสำนักงานเขตตรวจสอบแนะนำด้านสุขลักษณะและกวดขันเกี่ยวกับการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงบนโต๊ะหรือที่รับประทานอาหารในสถานที่จำหน่ายอาหาร และควบคุมกำกับดูแลให้ผู้ประกอบกิจการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ.2545 และกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 ขณะเดียวกันได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ได้แก่ สุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร การใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงในการปรุงอาหารบนโต๊ะรับประทานอาหาร รวมถึงเจ้าของร้านอาหารและผู้สัมผัสอาหารไม่ผ่านการอบรมมีโทษตามกฎหมาย เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ของกองสุขาภิบาลอาหารและสำนักงานเขต 50 เขต เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบกิจการทราบถึงอันตรายจากการใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงในการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหารบนโต๊ะหรือที่รับประทานอาหาร และบทกำหนดโทษกรณีฝ่าฝืน ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแส กรณีพบเห็นการกระทำความผิด ผ่านสายด่วน กทม. 1555 หรือแจ้งได้ที่สำนักงานเขตทุกเขต
          ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนั้น ในระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2563 สำนักอนามัยจะร่วมกับสำนักงานเขต 50 เขต จัดอบรมหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองสุขาภิบาลอาหาร สำนักอนามัย หมายเลขโทรศัพท์ 0 2035 1861 ต่อ 4 หรือสำนักงานเขตที่สถานที่จำหน่ายอาหารตั้งอยู่