กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม 2563

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 9 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 16 ครั้ง

กทม.เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 - เข้มงวดการแก้ปัญหาแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง
          นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวกรณีสื่อมวลชนเสนอข่าว พบค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐาน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มมาตรการความเข้มงวดและแนวทางป้องกันแก้ไขฝุ่นละออง PM2.5 เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนว่า กทม. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” รวมทั้งเตรียมความพร้อมตามแผนปฏิบัติการเพื่อรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงวิกฤตอย่างต่อเนื่อง โดยกำชับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และสำนักงานเขตพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุม กำกับดูแล และแก้ไขปัญหาแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองจากยานพาหนะ ขณะเดียวกันเมื่อฝุ่นละอองมีค่าเกินมาตรฐาน ได้ประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามภารกิจภายใต้แผนประชาสัมพันธ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ใน กทม. โดยเชื่อมโยงข้อมูลผลการตรวจวัดฝุ่นละอองให้สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ และสำนักงานประชาสัมพันธ์ ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อมีค่าเกินมาตรฐานและเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้แก่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ แผ่นพับ และโปสเตอร์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น สำนักอนามัย กทม. ยังได้เตรียมพร้อมแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยในสถานการณ์ที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ได้ให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลตนเองจากภัยหรืออันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเฝ้าระวังติดตามเป็นพิเศษในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง เด็ก ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด และหญิงตั้งครรภ์ ส่วนในสถานการณ์ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานมากกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร บุคลากรของศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และอาสาสมัครสาธารณสุข จะให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และเมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับ 50 - 75 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จะออกหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ รวมทั้งจะติดตามเยี่ยมผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับ 76 - 100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน 3 วัน

 

 

รณรงค์ลดการเผาในที่โล่ง - ป้องกันไฟไหม้หญ้าหรือกองขยะ
             พันตำรวจโท สมเกียรติ นนทแก้ว ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการเกี่ยวกับการห้ามเผาโดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต่าง ๆ ส่วนในพื้นที่ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครต้องดูแลกวดขันไม่ให้เกิดการเผาไหม้ว่า สปภ. ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการเขต เพื่อให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันไฟไหม้หญ้าและกองขยะในพื้นที่รกร้างว่างเปล่าของ กทม. โดยในภาวะปกติให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบถึงหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 โดยเคร่งครัด สอดส่องและกวดขันไม่ให้มีการฝ่าฝืน พ.ร.บ. ตักเตือนผู้กระทำความผิดหรือสั่งให้ผู้กระทำความผิดแก้ไขหรือขจัดความสกปรกหรือความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยให้หมดไป รวมถึงจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งไม่เชื่อฟังคำตักเตือนและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท ส่วนในภาวะไม่ปกติ ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ในกรณีที่เจ้าของที่ดิน ปล่อยให้มีการทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอย มีวัชพืชเหี่ยวแห้งหรือมีสภาพสกปรกรกรุงรัง อันเป็นเหตุที่อาจทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้นได้ โดยสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดตามความจำเป็นในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากพบเหตุไฟไหม้หญ้าหรือกองขยะให้แจ้ง สปภ. ที่สายด่วน 199 เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุไฟไหม้หญ้าที่เกิดขึ้นโดยเร็ว

           นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 ออกประกาศ กทม. เรื่อง กำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ โดยกำหนดให้การเผาในที่โล่ง ได้แก่ การเผาหญ้า การเผาตอซังข้าว และการเผาขยะ เป็นแหล่งก่อเหตุรำคาญ และให้ผู้อำนวยการเขต เป็นผู้กำกับดูแลในพื้นที่ เพื่อไม่ให้มีการเผาในที่โล่ง หากมีผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้ง ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการให้สำนักงานเขตควบคุมไม่ให้มีการเผาขยะและการเผาในที่โล่งทุกประเภท เพื่อเป็นการลดฝุ่นละออง PM2.5 นอกจากนั้น สำนักสิ่งแวดล้อม ยังได้ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมลดมลพิษทางอากาศ โดยในปีงบประมาณ 2563 ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนสำนักงานเขตเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดมลพิษ เช่น ลดการเผาในที่โล่งทุกชนิด ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ทำช่องจอดรถจักรยานยนต์บริเวณทางแยก จัดระเบียบรอสัญญาณไฟจราจร
            นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวตามที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เสนอให้ภาครัฐทำ “ช่องทางพิเศษเฉพาะรถจักรยานยนต์” ว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้วางมาตรการเพิ่มความปลอดภัยและความคล่องตัวของการจราจร ประกอบด้วย การติดตั้งป้ายแนะนำการใช้ช่องทางเดินรถร่วม ชนิดแขนยื่นเหนือผิวจราจรในถนนสายต่าง ๆ จำนวน 100 ป้าย การปรับเพิ่มพื้นที่ความกว้างช่องทางด้านซ้าย และบีบช่องจราจรด้านขวา เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ช่องรถจักรยานยนต์ รถจักรยาน ใช้ร่วมในช่องด้านซ้ายของถนนสายต่าง ๆ ได้ปลอดภัยมากขึ้น จำนวน 19 สาย และจัดระเบียบพื้นที่ในการรอสัญญาณไฟจราจร โดยจัดทำช่องจอดรถจักรยานยนต์บริเวณทางแยก เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการจราจร ซึ่งปัจจุบันได้จัดช่องจอดรถจักรยานยนต์แล้วเสร็จ จำนวน 43 ทางแยก และในเดือน มี.ค. 2563 จะจัดทำเพิ่มอีกจำนวน 12 ทางแยก รวมเป็น 55 ทางแยก

          ด้าน นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. กล่าวว่า สนย. มีแผนการตรวจสอบการชำรุดและความปลอดภัยของพื้นผิวจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกเส้นทาง เพื่อบำรุงรักษาตามวงรอบทุก ๆ 15 วัน หากพบการชำรุดเป็นหลุมบ่อจะจัดหน่วยซ่อมเข้าดำเนินการทันที ขณะเดียวกันหากตรวจสอบพบฝาบ่อพัก มีสภาพชำรุดทรุดตัว ไม่เรียบเสมอกับพื้นผิวจราจรจะจัดซ่อมชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง รวมทั้งประสานแจ้งหน่วยงานเจ้าของบ่อพัก เช่น สำนักการระบายน้ำ การไฟฟ้านครหลวง เพื่อดำเนินการจัดซ่อมถาวรต่อไป

 

ดูแลรักษาความสะอาดสถานีรถไฟฟ้าและภายในขบวนรถสม่ำเสมอ
          นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. เปิดเผยกรณีผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยาย) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ตั้งข้อสังเกตพื้นสถานีรถไฟฟ้าที่เพิ่งเปิดให้บริการ จำนวน 4 สถานี มีคราบฝุ่นปูน ผงดินทราย ตกค้างจากการก่อสร้างจำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำความสะอาดและตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนเปิดใช้งานว่า สจส. ได้ประสานบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าว ซึ่งได้รับแจ้งว่า บริษัทฯ มีมาตรการในการดูแลรักษาความสะอาดของระบบขนส่งมวลชน ด้วยการทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟฟ้าทุกวันหลังปิดให้บริการ สำหรับในช่วงเวลาการเดินรถ หากพบบริเวณใดสกปรก จะทำความสะอาดทันที ส่วนนอกขบวนรถ หลังจากเข้าจอดรถทุกวัน จะสลับเวลาการทำความสะอาด วันละประมาณ 7 - 8 ขบวน/สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีการทำความสะอาดบริเวณสถานีรถไฟฟ้า โดยมีพนักงานทำความสะอาดประจำสถานีละ 4 คน และจะขัดล้างพื้นด้วยเครื่องเดือนละหนึ่งครั้ง อย่างไรก็ตาม สจส. ได้กำชับบริษัทฯ ให้ตรวจสอบและดูแลรักษาความสะอาดบริเวณสถานีรถไฟฟ้าและภายในขบวนรถอย่างสม่ำเสมอ