กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2562

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 30 กันยายน 2562 | จำนวนเข้าชม 27 ครั้ง

กทม.บูรณาการความร่วมมือโครงการ “Children in Street” – ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
          นายณัฐพงศ์ ดิษยบุตร ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. เปิดเผยถึง โครงการ Children in Street เพื่อค้นหาและวางมาตรการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนบนท้องถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กทม. ได้บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในโครงการ “Children in Street” โดย กทม. มีแนวทางการดำเนินงานที่สนับสนุนการศึกษาและให้โอกาสกับนักเรียน ด้วยการเปิดรับนักเรียนในทุกระดับชั้นและในทุกเขตพื้นที่ ทำให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้เรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีบริการที่ กทม. จัดให้ตามโครงการเรียนฟรี เรียนดี อย่างมีคุณภาพ จำนวน 20 รายการ เช่น ค่าชุดลูกเสือ เนตรนารี ชุดนอนอนุบาล ชุดพละ ค่าจ้างครูสอนภาษาต่างประเทศ ค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าอาหารเช้า และค่าอาหารกลางวัน ขณะเดียวกัน กทม. ได้มีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย 1) การค้นหากลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ได้แก่ โครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนเพื่อติดตามนักเรียนที่หยุดเรียนกลางคันไม่ให้ออกนอกระบบการศึกษา การติดตามส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ให้ผู้ปกครองส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาภาคบังคับ 2) การให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา โดยประสานฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมสร้างโอกาสทางการศึกษาโดยให้เข้าเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. และจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนในสายสามัญหรือต้องการฝึกอาชีพ รวมถึงจัดการเรียนการสอนตามโครงการเรียนดี เรียนฟรี อย่างมีคุณภาพ 3) พัฒนาสมรรถนะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานครให้สามารถจัดการศึกษากับกลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 4) ศึกษาวิจัยและประเมินผลการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว

 

 

กทม.เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ
          นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวกรณีสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรียกร้องภาครัฐเตรียมพร้อมรับมือปัญหาฝุ่นละอองว่า สำนักอนามัย ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกระทรวงสาธารณสุข ในการกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยมาตรการเร่งด่วนเมื่อมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน สำนักอนามัยจะนำเรียนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อออกประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ กำหนดแหล่งก่อเหตุและมาตรการในการระงับเหตุรำคาญ แจกหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และออกหน่วยแพทย์ให้บริการในพื้นที่ที่สถานการณ์คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการดูแลตนเองและป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ส่วนมาตรการในระยะยาว ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่เป็นแหล่งก่อมลพิษอากาศ เช่น กิจการคอนกรีตผสมเสร็จ การเผาถ่าน เป็นต้น

          นายสมชาย จึงมีโชค ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า สำนักการแพทย์ ได้เตรียมความพร้อมของ โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่งในการรับมือกับผู้ป่วยที่มารับการดูแลรักษา นอกจากนั้น ได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตรวจสุขภาพและให้ความรู้แก่ประชาชนในการดูแลป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง แจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5 รวมทั้งให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองผ่านสื่อต่าง ๆ

        นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า สำนักสิ่งแวดล้อม ได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อีกทั้งตั้งศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยใช้เครื่องมือและวิธีการตรวจวัดที่มีความถูกต้อง แม่นยำ แล้วรายงานข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร แบบ Real Time ได้ที่ www.bangkokairquality.com www.air4bangkok.com Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และแอปพลิเคชัน “กทม. Connect”

          สำหรับแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษและควบคุมฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการควบคุมมลพิษที่แหล่งกำเนิด เช่น ควบคุมการเผาในที่โล่ง รณรงค์ ไม่ขับ...ช่วยดับเครื่อง ควบคุมกำกับดูแลการระบายมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมทั้งแจกหน้ากากอนามัยและให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยเฉพาะเด็ก ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ ส่วนมาตรการในระยะยาว กทม. จะเร่งผลักดันให้มีการปรับปรุงมาตรฐานการระบายไอเสียรถยนต์และคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง รณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และการจัดพื้นที่จอดแล้วจร เป็นต้น

          นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า ในส่วนของสำนักการโยธา ได้ดำเนินการลดมลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยร่วมกับสำนักงานเขต ตรวจติดตาม ดูแลโครงการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 อย่างเคร่งครัด รวมทั้งได้กำหนดเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตก่อสร้างดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคารให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามวิธีการเงื่อนไขการก่อสร้างและจะต้องไม่กระทำการใด ๆ อันอาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน โดยผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำบนอาคารและบริเวณรอบสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ปลูกต้นไม้ใหญ่ในโครงการและบริเวณโดยรอบแนวเขตที่ดินของโครงการ เพื่อเป็นแนวป้องกันมลพิษจากการก่อสร้างไม่ให้กระจายออกไป

 

 

เขตหลักสี่พัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา (เชิงสะพานไม้ 2)
          นายสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ กทม. เปิดเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา (เชิงสะพานไม้ 2) เขตหลักสี่ ที่เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาการปลูกบ้านรุกล้ำพื้นที่ลำคลองและโครงการสร้างเขื่อนกั้นริมคลองว่า สำนักงานเขตฯ มีโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและพัฒนาด้านเศรษฐกิจ อาทิ โครงการเกษตรอินทรีย์ วิถีชุมชนคนริมคลองสู่แหล่งเรียนรู้ต้นแบบบ้านมั่นคง โดยฝ่ายพัฒนาชุมชนและและสวัสดิการสังคม ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ ช่วยกันส่งเสริมและนำองค์ความรู้จากสวนเกษตรดาดฟ้ามาสู่การปลูกพืชอินทรีย์แบบใช้พื้นที่น้อย เพื่อการบริโภคในครัวเรือนและเหลือเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริม โครงการส่งเสริมการทำบัญชีครัวเรือนให้กับชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 2 เพื่อให้ความรู้เรื่องการออมอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ สำนักงานเขตฯ ยังได้สำรวจคุณภาพชีวิตและจำนวนของผู้สูงอายุในชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 2 โดยมีการเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 2 เป็นชุมชนนำร่องในการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการสร้างเขื่อน ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ถูกกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม ชุมชนได้รับอนุญาตการก่อสร้างถูกต้อง ได้รับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย ได้บ้านเลขที่ถาวร อีกทั้ง เป็นการพัฒนาคูคลอง พัฒนาสภาพแวดล้อมให้ดี นำไปสู่การต่อยอดพัฒนาในด้านอื่นอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตสำนักงานเขตฯ มีโครงการที่จะพัฒนาสภาพแวดล้อม สร้างความปลอดภัย สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 2 อีกทั้ง ขณะนี้ชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 2 ได้เป็นสถานที่ศึกษาดูงานด้านที่อยู่อาศัยของกลุ่มต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย