กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพุธที่ 4 มีนาคม 2563

4 มีนาคม 2563 | จำนวนเข้าชม 14 ครั้ง

กทม.กำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมมาตรการรับมือโควิด-19
       พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวกรณีพบผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัส โควิด-19 รายแรกในไทยว่า กทม.ดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operations Center : EOC) ในการติดตามสถานการณ์โรค เตรียมความพร้อม ระบบการคัดกรอง คัดแยกโรคและผู้ป่วยที่รวดเร็ว มีการรายงานในระบบข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมงและรายงานทันทีที่พบผู้ป่วย พร้อมประสานความร่วมมือกระทรวงสาธารณสุขในการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2558 นอกจากนี้ ยังจัดทำแผนเวชปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการคัดกรองผู้ป่วย ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลและศูนย์บริการสาธารณสุข เตรียมห้องแยกความดันลบ สำรองเวชภัณฑ์ต่างๆ และอุปกรณ์ป้องกันตนเอง โดยเฉพาะบุคลากรที่ต้องดูแลผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อต้องสวมชุดอุปกรณ์ป้องกันตนเองให้เหมาะสม ในส่วนของโรงพยาบาลจะมีระบบการป้องกันโรคติดเชื้อตามมาตรฐาน มีการทบทวนมาตรการ แนวทางป้องกันการติดเชื้อ และการอบรมซ้อมแผนภายในโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเปิดคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจนอกอาคารโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อไวรัส และแจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Card) สำหรับผู้ที่กลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงหากสงสัยในอาการของโรคสอบถามได้ที่สายด่วนสุขภาพ สำนักการแพทย์ 1646 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. และสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ประชาชนในชุมชนบริเวณรอบโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และพื้นที่ใกล้เคียงให้ปฏิบัติตามมาตรการ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย” เพื่อควบคุมป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกทั้งกำหนดให้ทุกหน่วยงานราชการในสังกัดจัดกิจกรรม Big Cleaning ทำความสะอาดโดยเฉพาะจุดสำคัญที่ประชาชนสัมผัสร่วมกัน เช่น ราวจับบันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟท์ รถเข็นคนไข้ ห้องน้ำ เก้าอี้ และ พื้นที่อื่นๆ รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์และสอนสุขศึกษาเรื่อง โควิด-19 ทั้งในโรงเรียน ชุมชน และสถานประกอบการ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังเชิงรุกอย่างต่อเนื่องด้วย

 

บูรณาการความร่วมมือลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ
       นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวถึงแนวทางการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนว่า กทม. ได้ประกาศวิสัยทัศน์ “กรุงเทพฯ เมืองไร้อุบัติเหตุ (Zero Accident) พ.ศ. 2563 - 2575” โดยมี 6 แนวทาง ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ได้แก่ ตั้งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.กทม.) ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายภายใต้ ศปถ.ระดับประเทศ เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ สร้างกลไกการขับเคลื่อนโดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนเขต (ศปถ.เขต) และบูรณาการความร่วมมือระหว่างชุมชน โรงเรียน สถานศึกษา สถานพยาบาล สน.พื้นที่ สถานประกอบการ รวมถึงสร้างชุมชน “รักษ์ความปลอดภัย ห่วงใยลูกหลาน ต้านอุบัติเหตุ” สร้างเยาวชนเป็นผู้นำลดอุบัติเหตุภายใต้แนวคิด “เด็กเริ่ม ผู้ใหญ่ร่วม” และรณรงค์ในทุกเทศกาล “ฉุกใจ ไม่ฉุกเฉิน” เพื่อที่ประชาชนจะได้ตระหนักและให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย ในการเดินทาง
นายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า สำหรับศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยเพิ่มจุดให้บริการอย่างน้อยปีละ 1 จุด พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ให้บริการในระบบ ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายการให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างเข้มแข็ง รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับสำนักจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล (สยป.) กทม. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. และบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งมีฐานข้อมูลที่ใหญ่และละเอียดมีมาตรวัดตำแหน่งจุดที่เกิดอุบัติบ่อยที่สุด โดย สจส. จะลงพื้นที่สำรวจจุดเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาหาสาเหตุ ทั้งด้านกายภาพถนน สัญญาณไฟจราจร และป้ายสัญญาณต่างๆ อีกทั้งจะจัดทีมสอบสวนอุบัติเหตุใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2 ราย หรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 4 ราย เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในการวางแนวทางป้องกันต่อไป