กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 1 ตุลาคม 2562

เผยแพร่โดย : วิทยา บาริศรี | 1 ตุลาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 29 ครั้ง

 

เพิ่มความถี่การแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ป้องกันอันตรายอย่างทันท่วงที
          นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า ตามที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐานใน 7 พื้นที่ ได้แก่ เขตสาทร เขตภาษีเจริญ เขตบางซื่อ เขตบางเขน เขตหลักสี่ เขตบางพลัด และ อ.เมืองสมุทรสาคร นั้น สำนักอนามัย ได้จัดทีมแพทย์พยาบาลให้บริการในพื้นที่ที่สถานการณ์คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการดูแลตนเองและป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมถึงได้มอบสื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองให้ทุกสำนักงานเขตใช้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์กับประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง ขณะเดียวกันได้ให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ประชาชนในการดูแลตนเองและวิธีป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าสู่ร่างกาย ประกอบด้วย การติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอยู่เสมอ งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านหรืออาคาร หรือจำกัดเวลาในการทำกิจกรรมนอกบ้านหรืออาคารให้น้อยลง กรณีที่ต้องอยู่นอกอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีปริมาณฝุ่นละอองสูง ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (N95) และกลุ่มเสี่ยงควรงดออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง จำกัดเวลาในการออกกำลังกายและกิจกรรมที่ออกแรงหนัก สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย รวมทั้งจัดเตรียมยาหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม
          นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า ในส่วนของสำนักสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้าในเขตที่พบปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐาน โดยจัดการจราจรในพื้นที่ไม่ให้ติดขัด ตรวจสอบรถยนต์ควันดำ เพิ่มความถี่ของการล้างทำความสะอาดถนนและฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศเพื่อดักจับฝุ่นละออง ทั้งนี้ได้เพิ่มความถี่การแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เป็นวันละ 3 รอบ คือเวลา 08.00 น. 12.00 น. และ 15.00 น. เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่อย่างทันท่วงที นอกจากนั้น ประชาชนยังสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศของ กทม. แบบเรียลไทม์ได้ที่ www.bangkokairquality.com , www.air4bangkok.com , Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และแอปพลิเคชัน “กทม. Connect”

 

กทม.บูรณาการความร่วมมือแก้ปัญหาคนเร่ร่อนและคนขอทาน
          นายเฉลิมพล โชตินุชิต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กทม. กล่าวถึงแนวทางการจัดระเบียบกลุ่มคนเร่ร่อนและคนขอทานในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย มูลนิธิกระจกเงา เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหา โดยดำเนินงานร่วมกันตามบทบาทและภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เช่น การปฏิบัติงานในพื้นที่ การตรวจตรา เฝ้าระวัง ซึ่งในส่วนของ กทม. มีแนวทางการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูคุณภาพชีวิต เช่น สำนักเทศกิจ และสำนักงานเขต ดำเนินการจัดระเบียบบุคคลเร่ร่อน คนไร้ที่พึ่ง สำนักการแพทย์และสำนักอนามัย ให้การสนับสนุนดูแลด้านสุขภาพอนามัย การตรวจรักษาโรค นอกจากนี้ สำนักพัฒนาสังคม ยังได้ดำเนินโครงการ “บ้านอิ่มใจ” เพื่อเป็นศูนย์รับเรื่องราว คัดกรองให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ ส่งต่อ ติดตาม ตรวจสอบ ลงพื้นที่ การเยี่ยมบ้านและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ โดยยกเลิกการให้บริการพักค้าง เพื่อการคุ้มครองสวัสดิภาพกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ได้รับความเป็นธรรม ความเสมอภาค ความมั่นคงในชีวิต สามารถช่วยเหลือตนเองได้ตามศักยภาพ และเพื่อรองรับการดำเนินการในภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของ กทม.

 

มาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
          นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวกรณีมีการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์ คาดจะพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า สำนักอนามัย ได้วางมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยแจ้งเตือนสถานการณ์โรคและมาตรการควบคุมป้องกันไปยังประชาชนและส่วนราชการต่าง ๆ รวมทั้งประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันแก่ประชาชนและสถานศึกษา ได้แก่ การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ร่วมกับผู้อื่น ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด และหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานาน ขณะเดียวกันได้จัดให้มีทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ทุกศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อสอบสวนและควบคุมโรคกรณีเกิดการระบาดของโรค และจัดเตรียมเวชภัณฑ์ป้องกันควบคุมโรค ได้แก่ หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์เจล คลอรีน นอกจากนั้น ได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังสถานศึกษาทุกแห่งให้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองเด็กนักเรียนที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ตลอดจนการรณรงค์ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ในการดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค รวมถึงดำเนินโครงการสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อและโครงการคนเมืองยุคใหม่ปลอดภัยจากโรคติดต่อตามฤดูกาล ซึ่งทั้ง 2 โครงการ มีการจัดกิจกรรมออกให้บริการเชิงรุกเพื่อป้องกันโรคติดต่อตามฤดูกาลในสถานศึกษาพื้นที่กรุงเทพฯ และรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อป้องกันและควบคุมโรคติดต่อตามฤดูกาล โดยสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์ให้ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 68 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมความรู้วิธีการป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มช่วงอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด

 

กทม.แก้ไขความเดือดร้อนให้ประชาชนซอยสุขุมวิท 101/1
          นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. เปิดเผยตามที่ประชาชนที่พักอาศัยในซอยสุขุมวิท 101/1 ระบุได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังหลังฝนตก พร้อมขอให้เร่งรัดการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำในบริเวณดังกล่าวว่า ปัจจุบันงานก่อสร้างปล่องอาคารรับน้ำสุขุมวิท 101/1 เฉพาะงานปล่องอุโมงค์แล้วเสร็จ รอการขุดเจาะอุโมงค์จากบึงหนองบอนและยกหัวเจาะขึ้นที่ปล่องดังกล่าว ส่วนงานก่อสร้างอุโมงค์ที่ล่าช้า เกิดจากปัญหาสภาพพื้นที่และสาธารณูปโภคใต้ดิน อย่างไรก็ตาม จะเร่งรัดการดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จในปี 2564
          นางสาวอธิศรี วุฒิภาคภักดี ผู้อำนวยการเขตพระโขนง กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตฯ มีแนวทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ โดยร่วมกับสำนักการระบายน้ำ ตรวจสอบพื้นที่และจัดชุดเฝ้าระวัง ทั้งก่อนฝนตก ขณะฝนตก และหลังฝนตก เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน สำนักงานเขตฯ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะหน้าตะแกรง เพื่อจำกัดขยะและใบไม้ที่กีดขวางการระบายน้ำ พร้อมทั้งประสานสำนักการระบายน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนด้วย

 

ลดผลกระทบจราจรระหว่างก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
          นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงสะพานข้ามแยกบางกะปิ มีรูปแบบการก่อสร้างฐานรากและตอม่อ รถไฟฟ้าบริเวณดังกล่าว ซ้อนทับกับแนวสะพานข้ามแยกบางกะปิ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงสะพานข้ามแยกบางกะปิ ให้มีขนาด 4 ช่องจราจรคงเดิม เพื่อไม่กระทบกับการสัญจรของประชาชนในขณะก่อสร้าง โดยการปรับปรุงสะพานข้ามแยกบางกะปิดังกล่าว การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะต้องปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรงเป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบ AASHTO LRFD นอกจากนั้น รฟม. และผู้รับสัมปทานของ รฟม. จะต้องปรับแผนการก่อสร้าง ตลอดจนขั้นตอนและเทคนิคในการก่อสร้าง ไม่ให้การปรับปรุงสะพานข้ามแยกบางกะปิกระทบกับแผนงานและระยะเวลาการก่อสร้างโดยรวมของโครงการ