กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพุธที่ 8 มกราคม 2563

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 8 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 17 ครั้ง

กทม.ขับเคลื่อนมาตรการลดปริมาณขยะพลาสติก – ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
           นางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวกรณีมีผู้ประกอบการบางส่วน นำถุงผ้าสปันบอนด์ ที่ผลิตจากพลาสติกกลุ่มโพลีพร็อพไพลีน (polypropylene) มาจำหน่ายและแจกจ่ายให้ประชาชน ซึ่งถุงผ้าดังกล่าวเมื่อย่อยสลายแล้ว จะแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกขนาดเล็ก หากเข้าสู่ระบบนิเวศจะเป็นอันตรายว่า กทม. มุ่งมั่นเป็นองค์กรชั้นนำในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลาสติกและโฟม โดยให้หน่วยงานของ กทม. เป็นพื้นที่ปลอดขยะพลาสติกและโฟมอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ได้รณรงค์ขอความร่วมมือสถานประกอบการ ห้างสรรพสินค้า ตลาด ชุมชน และประชาชน ลดการใช้ถุงพลาสติกและโฟม รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้ถุงผ้า ปิ่นโต ภาชนะที่ใช้ซ้ำได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น กทม. ยังได้ลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สภาอุตสาหกรรม และภาคีเครือข่าย ดำเนินการตามโครงการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน โดยดำเนินโครงการนำร่องในพื้นที่เขตคลองเตย เพื่อพัฒนาระบบการทิ้งขยะแยกประเภทภายในอาคาร และลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Plastic) และจะนำไปขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต อีกทั้งได้ร่วมกับ บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการ “วน” เพื่อลดขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน โดยรับบริจาคพลาสติกชนิดอ่อน ถุง และฟิล์มพลาสติกใช้แล้ว เช่น ถุงน้ำแข็ง ฟิล์มหุ้มขวดน้ำ ถุงขนมปัง ถุงหูหิ้ว เพื่อนำมารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกและนำไปผลิตเป็นถุงใช้ซ้ำ (ถุงวน) ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะออกสู่สิ่งแวดล้อม และลดปริมาณขยะในพื้นที่กรุงเทพฯ

           รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น ยังได้สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของพลาสติกและโฟมที่ส่งผลต่อมนุษย์ สัตว์ทะเล และสิ่งแวดล้อม ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ สื่อออนไลน์ รวมถึงรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้พลาสติกและโฟม ควบคู่กับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของ กทม. เช่น การจัดงานกาชาด และกิจกรรมถนนคนเดิน เพื่อรณรงค์ลดปริมาณขยะพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย

 

 

บูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน - เพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ
           นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. เปิดเผยตามที่สื่อออนไลน์ ระบุจากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 พบสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัยว่า ที่ผ่านมา สจส. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาล โดยขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภายใต้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกรุงเทพมหานคร (ศปถ.กทม.) ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญในด้านความปลอดภัยและการจราจรจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุ รวมถึงร่วมรณรงค์กับคณะกรรมการศูนย์ความปลอดภัย ระดับเขต ทั้ง 50 เขต เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ อีกทั้งได้กำหนดจุดอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ร่วมกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในบริเวณเส้นทางเข้า - ออกเมือง จำนวน 7 จุด และสถานีขนส่ง 4 จุด โดยกำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนน เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ มาตรการการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม มาตรการการลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ และมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ

            ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนั้น ยังได้กำหนดมาตรการเสริมด้านการบริหารจัดการ ประกอบด้วย การจัดตั้งศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) บูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน จัดตั้งคณะทำงานวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และกรณีมีผู้บาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิตให้วัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ รวมถึงสนับสนุนสำนักงานเขตที่มีสถิติด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนดีเด่น ทั้งนี้ กทม. จะร่วมถอดบทเรียนและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

กทม.แจงไม่มีการจัดซื้อถุงมือจับสุนัขคู่ละ 15,000 บาท
          นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าว การจัดซื้อถุงมือจับสุนัขของ กทม. ราคาคู่ละ 15,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงมาก ว่า สนอ. ตรวจสอบแล้ว พบสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข ที่รับผิดชอบการจับสุนัขจรจัดตามพื้นที่สาธารณะในเขตกรุงเทพฯ ไม่มีการจัดซื้อถุงมือจับสุนัขในราคาคู่ละ 15,000 บาท อีกทั้งในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา มีการจัดซื้อถุงมือ 2 ชนิด คือ ชนิดถุงมือผ้า ราคาคู่ละ 15 บาท และถุงมือหนัง ราคาคู่ละ 180 บาท โดยแต่ละปีจัดซื้อเพียง 2 – 3 โหลเท่านั้น อีกทั้งในปีงบประมาณ 2563 ก็ไม่มีการตั้งงบประมาณจัดซื้อถุงมือคู่ละ 15,000 บาท แต่อย่างใด