กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2563

เผยแพร่โดย : วิทยา บาริศรี | 10 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 23 ครั้ง

เปิดคลินิกมลพิษทางอากาศใน รพ.สังกัด กทม. - จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการในพื้นที่เสี่ยง
          นายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวตามที่ www.airvisual.com รายงานคุณภาพอากาศทั่วโลกและจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษแบบเรียลไทม์ ซึ่งกรุงเทพฯ อยู่ในลำดับที่ 4 ของโลก โดยมีค่าฝุ่นอยู่ที่ 180 US AQI ว่า สนพ. ได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ทั้งรายวันและรายสัปดาห์ พร้อมรายงานข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคที่อาจมีสาเหตุจากฝุ่นละออง อีกทั้งได้สั่งการให้เปิดคลินิกมลพิษทางอากาศที่โรงพยาบาลตากสิน ในวันจันทร์และวันอังคาร โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ในวันพุธ และโรงพยาบาลกลาง ในวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 13.00 - 15.30 น. เพื่อให้คำปรึกษาและนำไปสู่การรักษาพยาบาล ขณะเดียวกันได้เปิดสายด่วนสุขภาพสำนักการแพทย์ โทร.1646 บริการตอบปัญหาและให้คำปรึกษาเรื่องโรคที่มีสาเหตุจากฝุ่นละออง ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากต้องการปรึกษาแพทย์จะประสานต่อไปยังศูนย์บริหารราชการฉับไว ใสสะอาด (Bangkok Fast & Clear : BFC) ของแต่ละโรงพยาบาลในสังกัด กทม. เพื่อนัดพบแพทย์ พร้อมจัดตั้งคลินิกมลพิษทางอากาศออนไลน์ ผ่านเพจของสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ให้ข้อมูลด้านสุขภาพแก่ประชาชน รวมถึงผลิตชุดความรู้เรื่องฝุ่น PM2.5 ในรูปแบบอินโฟกราฟิกและวิดีโอคลิป เผยแพร่ผ่าน Facebook Fanpage สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือกับสํานักอนามัย กทม. และสถาบันอาชีวเวชศาสตร์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในด้านวิชาการและการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง PM2.5
           ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น ได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการปฏิบัติตน หากอยู่ในพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 สูง ที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี ผู้ที่มีปัญหาในโรคทางเดินหายใจ หรือมีโรคประจำตัว ผู้ที่ทำงานในที่กลางแจ้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปริมาณ PM 2.5 มากกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้ง ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย และไม่อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า สนอ. ยังได้เตรียมพร้อมแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยในสถานการณ์ที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ได้ให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลตนเองจากภัยหรืออันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเฝ้าระวังติดตามเป็นพิเศษในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง เด็ก ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด และหญิงตั้งครรภ์ ส่วนในสถานการณ์ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานมากกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร บุคลากรของศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และอาสาสมัครสาธารณสุข จะให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และเมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับ 50 - 75 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จะออกหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ รวมทั้งจะติดตามเยี่ยมผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับ 76 - 100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน 3 วัน

 

เตรียมกำหนดรายละเอียดทดลองเดินรถ Shuttle Bus 3 เส้นทาง
           นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. กล่าวกรณี กทม.เตรียมทดลองเดินรถ Shuttle Bus เพื่อเป็นขนส่งระบบรอง (Feeder) ป้อนคนเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนหลัก โดยมี ผู้ตั้งข้อสังเกตบางเส้นทางมีรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. และรถโดยสารของเอกชน (รถสองแถว) วิ่งให้บริการอยู่แล้ว ทั้งยังมีระยะทางที่สั้นมากว่า สจส. ได้เตรียมความพร้อมเปิดทดลองเดินรถ Shuttle Bus ใน 3 เส้นทางแรก ได้แก่ 1) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) เขตตลิ่งชัน - สถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า 2) ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง - สถานีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้า 3) ชุมชนเคหะร่มเกล้า - สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ลาดกระบัง ขณะนี้อยู่ระหว่างร่วมกับภาคเอกชนกำหนดรายละเอียดการให้บริการเดินรถใน 3 เส้นทาง ทั้งแนวเส้นทาง จุดจอดรับ - ส่งผู้โดยสาร ความถี่ของรอบการเดินรถที่เหมาะสมในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาการจราจร รวมถึงการจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง กทม. กับภาคเอกชน ในการดำเนินโครงการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
           ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการกำหนดเส้นทางให้บริการเดินรถ Shuttle Bus กทม. คำนึงถึงเส้นทางเดินรถในปัจจุบันที่ประชาชนยังไม่สามารถเดินทางมายังระบบขนส่งมวลชนระบบรางได้สะดวก (Missing Link) ดังนั้น เส้นทางต่าง ๆ ที่กำหนดไว้จึงหลีกเลี่ยงการทับซ้อนกับเส้นทางการให้บริการเดินรถโดยสารประจำทางหลักและรถสองแถว อีกทั้งจุดจอดรถ Shuttle Bus เป็นจุดจอดเฉพาะที่ไม่เกี่ยวข้องกับจุดป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง แต่จะมีจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารเฉพาะจากต้นทาง ได้แก่ ชุมชน สถานที่ราชการต่าง ๆ และปลายทาง ได้แก่ สถานีรถไฟฟ้า ขณะเดียวกันในช่วงเปิดทดลองให้บริการจะมีการเก็บข้อมูลปริมาณผู้โดยสารทั้งจากต้นทางและปลายทาง รวมถึงจัดทำแบบประเมินความพึงพอใจและข้อเสนอแนะของผู้ใช้บริการ เพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลในการดำเนินโครงการ ตลอดจนการขยายเส้นทางการเดินรถให้ครอบคลุมการใช้บริการของประชาชนต่อไป