กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 7 มกราคม 2563

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 7 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 15 ครั้ง

มาตรการรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง - ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพฯ
           พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวตามที่นายกรัฐมนตรีกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกรให้เพาะปลูกหรืองดเว้นตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้ง โดยสำนักการระบายน้ำ ได้จัดทำระบบไหลเวียนน้ำ ควบคุมการปิด - เปิดประตูระบายน้ำตามจังหวะการขึ้นลงของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อนำน้ำเข้ามารักษาระบบนิเวศและลดความเน่าเสีย ตลอดจนนำน้ำที่ผ่านการบำบัดจากโรงควบคุมคุณภาพน้ำของ กทม. มาแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่สัมผัสร่างกาย อาทิ รดน้ำต้นไม้ ล้างถนน ล้างตลาด ล้างเครื่องจักรภายในโรงงาน โดยขอรับได้ที่โรงควบคุมคุณภาพน้ำสี่พระยา โรงควบคุมคุณภาพน้ำรัตนโกสินทร์ โรงควบคุมคุณภาพน้ำช่องนนทรี โรงควบคุมคุณภาพน้ำหนองแขม โรงควบคุมคุณภาพน้ำทุ่งครุ โรงควบคุมคุณภาพน้ำจตุจักร โรงควบคุมคุณภาพน้ำดินแดง และศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ ตลอดจนประสานกรมชลประทานในการผันน้ำเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นช่วง ๆ ตามความเหมาะสม

          นอกจากนั้น ยังได้อนุมัติแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2563 ตามที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. เสนอ และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักและสำนักงานเขตจัดทำแผนรองรับและติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด โดยในขณะนี้พบว่าปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำเค็มเนื่องจากน้ำทะเลหนุน อาจจะทำให้มีผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะในพื้นที่เขตมีนบุรี เขตคลองสามวา เขตหนองจอก เขตลาดกระบัง และการปศุสัตว์ในพื้นที่เขตบางขุนเทียน เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะเขตตลิ่งชัน และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งได้ขอความร่วมมือการประปานครหลวง แจกจ่ายน้ำประปาให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งโดยไม่คิดมูลค่า ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลสถานการณ์ภัยแล้ง ได้ที่หมายเลข 199 หรือ 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันได้มอบหมายสำนักพัฒนาสังคม กทม. และสำนักงานเขตประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนการเพาะปลูกพืชและการใช้น้ำอย่างเหมาะสม พร้อมขอความร่วมมืองดทำนาปรังในช่วงฤดูแล้ง งดการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังในระหว่างนี้จนถึงเดือน เม.ย. 2563 โดยในระหว่างที่เกษตรกรเว้นช่วงทำการเกษตร สามารถเข้ารับการฝึกอบรมอาชีพเสริมจากโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. อีกทั้ง หากพืชผลการเกษตร สัตว์เลี้ยง หรือบ่อปลาได้รับความเสียหายสามารถแจ้งสำนักงานเขตและสำนักพัฒนาสังคม กทม. เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต่อไป

 

 

เตรียมพร้อมจัดถนนคนเดินที่ซอยรางน้ำ - ป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน
           นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยตามที่สื่อสังคมออนไลน์วิจารณ์กรณี กทม. เตรียมจัดถนนคนเดินเพิ่มอีกแห่งที่ซอยรางน้ำ ในวันเสาร์-อาทิตย์ เดือนละ 1 ครั้ง เริ่มครั้งแรกวันที่ 15 - 16 ก.พ. 63 โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นบางส่วน เห็นว่าก่อนจะจัดถนนคนเดินควรศึกษาถึงผลกระทบด้านการจราจรที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ก่อนว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้เตรียมความพร้อมในการจัดถนนคนเดิน โดยก่อนดำเนินงานได้หารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และได้มอบนโยบายให้ทุกพื้นที่พิจารณาการจัดหาสถานที่อย่างรอบคอบ ไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งให้สำนักงานเขตพื้นที่หารือกับสถานีตำรวจ และสอบถาม ทำประชาพิจารณ์กับประชาชนในพื้นที่ด้วย นอกจากนั้น ได้กำชับให้จัดกิจกรรมโดยคำนึงถึงเรื่องสุขาภิบาลอาหาร สะอาด ถูกสุขลักษณะ การจัดระเบียบผู้ค้า และการคัดเลือกผู้ค้าในพื้นที่ให้มีความน่าสนใจ รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การเข้าถึงพื้นที่ อีกทั้งเมื่อกิจกรรมแล้วเสร็จต้องคืนพื้นที่โดยเร็ว พร้อมทำความสะอาดให้เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ได้กำชับสำนักงานเขตพิจารณาแก้ไขปัญหา ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น อาทิ การดูแลความสะอาด การคัดเลือกสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและการคัดเลือกผู้ค้าหมุนเวียนเข้ามาจำหน่ายสินค้าภายในถนนคนเดิน

           รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของสำนักงานเขตราชเทวี ได้สำรวจความพร้อมและความเป็นไปได้ในการจัดกิจกรรมถนนคนเดินบริเวณซอยรางน้ำ โดยสอบถามความเห็นของผู้อยู่อาศัย ผู้ประกอบการ สถานศึกษา ประชาชน และสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ ซึ่งบริเวณดังกล่าว มีพื้นที่เพียงพอตั้งวางสินค้ากว่า 400 ร้าน พร้อมมีพื้นที่นั่งพักและพื้นที่สัญจรของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ขณะเดียวกันยังสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้โดยสะดวก ทั้งทางรถไฟฟ้า รถโดยสารสาธารณะ ประกอบกับมีทางเข้า - ออกพื้นที่ได้หลายเส้นทาง สามารถเชื่อมโยงการทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ อาทิ สวนสาธารณะ (สวนสันติภาพ) ห้องสมุดประชาชนซอยพระนาง ชุมชนอิสลามและแหล่งผลิตผ้าไหมบ้านครัว ตลอดจนมีผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง มีร้านอาหารยอดนิยม รวมถึงเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้มีพื้นที่แนะนำสินค้า นอกจากนั้น สำนักงานเขตราชเทวี ยังได้ประชุมวางแผนการบริการจัดการจราจร ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลพญาไท โดยกำหนดให้เว้นพื้นที่หัวท้ายถนนรางน้ำ ฝั่งละประมาณ 100 เมตร ให้เป็นช่องทางเข้าออกและเป็นจุดรับ - ส่ง ประชาชน รวมถึงปรับเส้นทางเดินรถในซอย เป็นการเดินรถแบบสวนทาง และประสานห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงเรียน ขออนุเคราะห์พื้นที่จอดรถชั่วคราวสำหรับผู้พักอาศัยที่ได้รับผลกระทบจากการปิดถนน พร้อมทั้งได้สนธิกำลังสามประสานในการจัดการจราจรและการตั้งจุดรักษาความปลอดภัยบริเวณหัวท้ายถนนและเส้นทางเชื่อมต่าง ๆ ตลอดจนตรวจสอบสถานะกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงประสานหน่วยพยาบาลและสถานีดับเพลิงในพื้นที่ร่วมวางแผนดูแลประชาชน อย่างไรก็ตาม สำนักงานเขตฯ จะจัดให้มีการประชุมรับฟังข้อเสนอแนะและปรับแผนงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน

 

 

แนวทางรองรับสถานการณ์โรคปอดอักเสบ - สร้างความเข้าใจการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี
            นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. เปิดเผยกรณีมีรายงานข่าว พบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุก่อโรคว่า สนอ. มีแนวทางรองรับสถานการณ์โรคปอดอักเสบ โดยเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ พร้อมสื่อสารความเสี่ยงไปยังผู้บริหาร กทม. และประชาชน ขณะเดียวกันได้ประสานโรงพยาบาลและศูนย์บริการสาธารณสุขในการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจหรือปอดอักเสบที่มีประวัติการเดินทางมาจากมณฑลอู่ฮั่น ประเทศจีน และประเทศที่ประกาศมีการระบาดของโรค ตลอดจนจัดเตรียมหน้ากากอนามัยและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

          ด้าน นายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวว่า ในส่วนของ สนพ. ได้ติดตามสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบ กรณีพบผู้ป่วยต้องสงสัยให้คัดแยกผู้ป่วยไว้ในห้องแยก พร้อมแจ้งข้อมูลไปยังกองควบคุมโรค สำนักอนามัย กทม. เพื่อสอบสวนโรค ขณะเดียวกันได้จัดทำแบบคัดกรองประวัติผู้ป่วยที่มาใช้บริการที่ห้องอุบัติเหตุ - ฉุกเฉิน (ER) และจุดคัดกรองทุกจุด เพื่อแยกผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายสงสัยการติดเชื้อออกจากผู้ป่วยที่ไม่ติดเชื้อ โดยหากมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ คือ ไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส มีอาการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ มีประวัติปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่สงสัยติดเชื้อโรคซาร์ หรือเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดหรือเขตติดโรคโรคซาร์ หรือสัมผัสสัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรคซาร์ และหากภายใน 14 วันก่อนมีอาการดังกล่าว และมีประวัติเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ให้เจ้าหน้าที่สวมหน้ากาก N-95 แยกผู้ป่วยไปตรวจที่ห้องแยกโรคประจำโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยและญาติควรสวมหน้ากากปิดปากและจมูก (surgical mask) และทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล เน้นการทำความสะอาดมือของผู้ปฏิบัติงาน (Hand hygiene) เพื่อลดการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อภายในโรงพยาบาล จากนั้นแจ้งคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล แล้วรายงานสถานการณ์แก่คณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลและผู้บริหารตามลำดับชั้น จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย นอกจากนั้น ได้ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนในการดูแลป้องกันตนเองจากโรคปอดอักเสบ รวมถึงแนวทางปฏิบัติของโรงพยาบาล ผ่าน Facebook Fanpage สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และสื่อออนไลน์ของทุกโรงพยาบาล รวมถึงจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ภายในโรงพยาบาล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อลดความตื่นตระหนกและก่อให้เกิดการดูแลตนเองอย่างถูกวิธีต่อไป

 

 

เฝ้าระวังสุขภาพผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในช่วงสถานการณ์ภัยแล้ง
            นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้มีความเค็มผ่านเข้ามาในระบบผลิตน้ำประปา ทำให้รสชาติของน้ำประปาในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยามีรสชาติกร่อยเล็กน้อยในบางช่วงเวลา ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องจนกว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนหรือประมาณเดือน พ.ค. 63 ว่า สนอ. ได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพในช่วงสถานการณ์ภัยแล้ง โดยผู้ที่มีสุขภาพปกติ สามารถบริโภคน้ำประปาในช่วงเวลานี้ได้ ซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากปริมาณโซเดียมในน้ำประปามีน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณโซเดียมในอาหารทั่วไปที่บริโภคประจำวัน ส่วนในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคทางสมอง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ควรงดบริโภคน้ำประปาในช่วงเวลานี้ เนื่องจากอาจจะทำให้
ได้รับปริมาณโซเดียมที่เกินกว่าปริมาณที่แนะนำ อาจส่งผลกับภาวะโรคที่เป็นอยู่ได้

 

 

ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนย้ายรถยนต์จอดกีดขวางหน้าวัดพลับพลาชัย
            นายยุทธนา ป่าไม้ ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. เปิดเผยกรณีประชาชนร้องเรียนมีผู้นำซากรถยนต์เก่ามาจอดทิ้งไว้ กีดขวางทางสัญจร บริเวณถนนไมตรีจิตต์ หน้าวัดพลับพลาชัย ว่า สำนักงานเขตฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้ ไม่ใช่ซากรถ สำนักงานเขตฯ จึงบูรณาการร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกวดขันการจอดยานพาหนะหรือตั้งวางสิ่งของต่าง ๆ ในพื้นที่สาธารณะ โดยไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนส่วนรวม พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ ให้เคลื่อนย้ายรถยนต์ ออกจากบริเวณดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาการจอดรถกีดขวางทางสัญจรเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 กวดขันพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในที่สาธารณะ ตลอดจนรณรงค์ให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างต่อเนื่อง