กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2562

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 17 ธันวาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 15 ครั้ง

กทม.พร้อมรับมือปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐาน
           นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวตามที่นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุถึงการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐาน และจากคาดการณ์โดยใช้แบบจำลอง WRF-Chem พบค่าฝุ่นละอองในภาพรวมมีโอกาสสูงเกินกว่ามาตรฐาน พื้นที่เฝ้าระวัง คือ กรุงเทพเหนือ กรุงเทพกลาง และกรุงธนใต้ ว่า กทม. มีความพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นละอองมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะสำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพเหนือ กรุงเทพกลาง และกรุงธนใต้ ได้เข้มงวดการตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำทุกประเภท ควบคุมดูแลแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดจากการก่อสร้างอาคาร รวมถึงเพิ่มความถี่ในการล้างถนน ขณะเดียวกันได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะพบค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานรับทราบข่าวสารอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศของ กทม. แบบเรียลไทม์ได้ที่ www.bangkokairquality.com www.air4bangkok.com Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร
ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ยังได้ดำเนินมาตรการป้องกันฝุ่นละอองจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าในส่วนที่ กทม. ดูแล โดยกำชับให้ผู้รับจ้างฉีดพรมน้ำในพื้นที่ก่อสร้างทุกชั่วโมง กวาดล้างผิวจราจรและทางเท้าบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ก่อสร้างทุกวันในช่วงเวลากลางคืน ตลอดจนร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ศึกษาและพัฒนาระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจร (ATC) เพื่อช่วยบริหารจัดการจราจรบริเวณทางแยกในพื้นที่เขตพญาไท แยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกตึกชัย แยกสะพานควาย แยกประดิพัทธ์ และจะขยายการดำเนินการในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป รวมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเดินทางเชื่อมต่อล้อ ราง เรือ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาจราจรและปัญหามลพิษทางอากาศ ขณะเดียวกันสำนักอนามัย กทม. ยังได้จัดทำคำแนะนำการดูแลสุขภาพในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กโทรนิกส์ เผยแพร่ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และสำนักงานเขตต่าง ๆ พร้อมทั้งจัดแพทย์พยาบาลจากศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ลงพื้นที่รณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM2.5 อย่างต่อเนื่อง

 

 

กทม.ขยายบริการทางการแพทย์ - เพิ่มการเข้าถึงหน่วยบริการสาธารณสุขให้กลุ่มประชากรแฝง
          นายพิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวกรณีพบสถานการณ์ปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของกลุ่มประชากรแฝงในเขตสายไหม โดยประชากรแฝงในพื้นที่ร้อยละ 90 เป็นคนต่างถิ่น ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านพื้นที่เขตสายไหม และมีปัญหาหน่วยบริการสุขภาพในชุมชนไม่เพียงพอ รวมถึงไม่สะดวกไปรับบริการตามสิทธิบัตรทอง เมื่อเจ็บป่วยคนกลุ่มนี้จะไปใช้บริการจากคลินิกเอกชนและร้านขายยาว่า ปัจจุบัน กทม. ได้ขยายบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่ 4 มุมเมือง ครอบคลุม 6 กลุ่มเขต จำนวน 11 โรงพยาบาล ประกอบด้วย โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ รักษาโรคเฉพาะทาง จำนวน 4 แห่ง และโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ รักษาโรคทั่วไป จำนวน 7 แห่ง ขณะเดียวกันได้ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มประชากรแฝงผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) ทราบถึงหลักเกณฑ์และการย้ายสิทธิการรักษาหรือการเปลี่ยนหน่วยบริการมาใช้สิทธิการรักษาในพื้นที่ที่พักอาศัยจริง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงหน่วยบริการให้ประชากรกลุ่มดังกล่าวผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล เว็บไซต์ของสำนักการแพทย์ และ FB Fanpage สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร นอกจากนั้น ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ทั้ง 68 แห่ง โดยไม่คำนึงถึงสิทธิในการรักษาพยาบาล อีกทั้งได้บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติในพื้นที่ชุมชนรอบกรุงเทพฯ ในวันหยุดราชการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้มากขึ้น โดยมีกิจกรรม อาทิ การตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น คัดกรองภาวะต้อกระจก หน่วยทันตกรรม การคัดกรองและให้คำปรึกษาสุขภาพจิต ตลอดจนแนะนำโภชนาการที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสมมากขึ้น

 

 

ปรับลดพื้นที่สีเขียวลายในร่างผังเมือง กทม. ลดความแออัด ไม่ขัดขวางการพัฒนาเมือง
         นายสมชาย เดชากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง (สวพ.) กทม. กล่าวว่า ตามที่สื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตกรณีนายกรัฐมนตรีขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางขยายกรุงเทพมหานครออกไปรอบนอก เพื่อสร้างให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) สิ่งที่อาจขัดขวางการพัฒนาดังกล่าว คือ ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ปรับปรุงครั้งที่ 4 ที่มีการปรับลดพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ชนบท (เส้นทแยงเขียว) เป็นพื้นที่รับน้ำระบายน้ำจากทางเหนือไม่ให้ผ่านกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นส่วนที่พาดไปทางทิศตะวันออกบางส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิ จะส่งผลให้สนามบินสุวรรณภูมิขวางทางระบายน้ำ นั้น ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร เป็นเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองความปลอดภัย สุขลักษณะ และสวัสดิภาพให้กับประชาชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สมดุลกับศักยภาพพื้นที่ ด้วยการควบคุมกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดิน ความหนาแน่นของอาคาร และกำหนดมาตรการทางผังเมืองต่าง ๆ ให้เหมาะสม ขณะเดียวกันในการจัดทำผังเมืองรวม กทม. ยังได้นำแนวคิดการพัฒนาเมืองสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) มาประยุกต์ใช้และส่งเสริม ภายใต้กรอบอำนาจที่ผังเมืองรวมสามารถสนับสนุนได้ ด้วยการจัดทำแผนผัง ข้อกำหนด และมาตรการทางผังเมืองที่เหมาะสมเช่น เขตเมืองชั้นใน ย่านปทุมวัน สีลม สาทร สุขุมวิท มักกะสัน และพหลโยธิน หรือฝั่งธนบุรี ย่านสะพานตากสิน คลองสาน ผังเมืองรวมได้สนับสนุนและส่งเสริมให้เป็นศูนย์พาณิชยกรรมหลัก ศูนย์คมนาคม และย่านนวัตกรรมหรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเมือง ส่วนเขตพื้นที่รอบนอกได้ส่งเสริมให้เกิดความสมดุลระหว่างแหล่งงานและที่พักอาศัย ลดความแออัด และลดการเดินทางเข้าสู่เมืองชั้นใน

          ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม. ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียวลาย) เพื่อสงวนรักษาพื้นที่ไว้ช่วยระบายน้ำตามนโยบายการระบายน้ำของประเทศ เร่งปรับปรุงระบบการระบายน้ำในพื้นที่ให้สมบูรณ์ เพื่อลดความเสียหายและความเดือดร้อนของประชาชน หากเกิดน้ำท่วมใหญ่ รวมทั้งเป็นแนวระบายน้ำที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากปริมาณน้ำหลากจะสิ้นสุดที่คลองประเวศบุรีรมย์ และระบายออกในพื้นที่ที่กำหนดไว้ลงสู่อ่าวไทยต่อไป ดังนั้น การปรับลดพื้นที่เขียวลายดังกล่าว จึงไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาเมือง แต่เป็นการช่วยลดความแออัด สามารถปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินตามความต้องการของประชาชนได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม สวพ. จะเร่งประชาสัมพันธ์รายละเอียดการปรับเปลี่ยนสาระสำคัญต่าง ๆ ในผังเมืองรวมฉบับใหม่ ให้ทุกภาคส่วนเกิดความเข้าใจ ก่อนที่ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่จะประกาศใช้ในช่วงปลายปี 2563

 

 

 

ปรับปรุงสะพานข้ามซอยเพชรบุรี 32 ระดับท้องพื้นสะพานเท่าเดิมไม่กระทบการเดินเรือ
         นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวการปรับปรุงสะพานข้ามซอยเพชรบุรี 32 โดยปรับระดับความสูงของสะพานเป็นแนวตรง ทำให้ความสูงของท้องสะพานลดลง เกรงจะกระทบต่อการเดินเรือในคลองแสนแสบ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ปริมาณน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลให้เรือไม่สามารถลอดผ่านสะพานฯ ได้ นั้น สะพานข้ามคลองแสนแสบในซอยเพชรบุรี 32 มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เสาตอม่อ รวมถึงพื้นสะพานเดิมที่เป็นเหล็ก มีสภาพชำรุดผุกร่อน สนย. จึงได้ดำเนินการปรับปรุงสะพานดังกล่าว ด้วยการรื้อพื้นสะพานเดิม ซ่อมคอนกรีตเสาและคานขวางรับพื้นเดิม เปลี่ยนเป็นพื้นคอนกรีตอัดแรง (plank) โดยระดับของท้องพื้นสะพานไม่ได้ต่ำลงกว่าเดิม เนื่องจากไม่ได้รื้อเสาและคานขวางที่รองรับพื้นสะพานเดิม ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบค่าระดับท้องพื้นสะพาน พบว่าสะพานเดิมมีค่าระดับคานเหล็กรองรับพื้นสะพานเท่ากับระดับท้องพื้นในปัจจุบัน

 

 

ตรวจสอบ - บำรุงรักษาพื้นผิวจราจรตามวงรอบทุก 15 วัน
            นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. กล่าวกรณีสื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตถนนหลายสายที่ กทม. เพิ่งปรับปรุงได้ไม่นาน ผิวจราจรเริ่มชำรุดว่า สนย. มีแผนการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความชำรุดและความปลอดภัยของพื้นผิวจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อบำรุงรักษาตามวงรอบทุก 15 วัน หากพบถนนชำรุดเป็นหลุมบ่อ จะจัดเจ้าหน้าที่หน่วยซ่อมเข้าปรับปรุงหรือซ่อมแซมผิวจราจรทันทีเมื่อปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. เพื่อเข้าดำเนินการตีเส้นจราจรต่อไป

 

 

กวดขันพื้นที่ - ขอความร่วมมือประชาชนรักษาความสะอาดคลองโอ่งอ่าง
            นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร กทม. กล่าวกรณีคอลัมนิสต์แสดงความชื่นชมการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคลองโอ่งอ่าง โดยเฉพาะบริเวณสะพานเหล็ก สะพานหัน แต่เกรงจะมีผู้มักง่ายทิ้งขยะลงในคลองว่า สำนักงานเขตพระนคร ได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลอง รวมถึงประชาชนที่เข้ามาใช้พื้นที่ ไม่ให้ทิ้งขยะในที่สาธารณะและในคลองอย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อดูแลรักษาความสะอาดของคลอง
นางสาวอาทิตยา โชคกิจมนัสชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการเขต สัมพันธวงศ์ กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ขอความร่วมมือจากประชาชนในการดูแลรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณคลองโอ่งอ่าง พร้อมแจกประกาศสำนักงานเขต แจ้งแก่ผู้พักอาศัยและร้านค้าบริเวณริมคลองโอ่งอ่าง ห้ามล้างภาชนะจานชาม หรือเทน้ำทิ้งในที่สาธารณะบริเวณริมคลองโอ่งอ่าง รวมทั้งขอความร่วมมือร้านอาหารให้ติดตั้งบ่อดักไขมัน ขณะเดียวกันสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ยังมีมาตรการจับปรับผู้ทิ้งขยะในพื้นที่สาธารณะ โดยจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจและฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ ลงพื้นที่กวดขันเป็นประจำ หากพบผู้กระทำผิด จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535