กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2563

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 16 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 36 ครั้ง

ฉีดพ่นละอองน้ำล้างฝุ่นละออง - ออกหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ดูแลสุขภาพประชาชน
           นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กทม. กล่าวตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับ กทม. เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ตลอดจนพิจารณาล้างถนนและต้นไม้ริมข้างทางทุกวัน เพื่อช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ตรวจสุขภาพประชาชนว่า ที่ผ่านมา สสล. ได้สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ได้แก่ การสร้างสวนสาธารณะเพิ่มเติม การดำเนินโครงการ “มอบล้านกล้า สู่ล้านต้น จากล้านคน สู่สังคมเมือง” ซึ่งมีประชาชนรับกล้าไม้ไปปลูกแล้วกว่า 250,000 ต้น และจะทยอยแจกจ่ายกล้าไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นได้เพิ่มความถี่การล้างถนน รวมถึงฉีดล้างฝุ่นละอองจากต้นไม้ใบไม้บริเวณริมถนนและในสวนสาธารณะ ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งข้อมูลรถที่ปล่อยควันดำ ไปยังสายด่วน กทม. 1555 เพื่อประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกำชับทุกหน่วยงานในสังกัด ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดมลพิษ เข้มงวดมาตรการห้ามเผาขยะและการเผาในที่โล่งทุกชนิด ตลอดจนเพิ่มความเข้มงวดให้ผู้รับเหมาฉีดน้ำทำความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกจากสถานที่ก่อสร้างและทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างทุกวัน เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง

         นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวว่า สนอ. ได้ออกหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ เพื่อให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM2.5 และแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง พร้อมสาธิตวิธีการใส่ที่ถูกต้อง รวมถึงได้เตรียมพร้อมแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยในสถานการณ์ที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับไม่เกิน 50ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ได้ให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลตนเองจากภัยหรืออันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน แก่ประชาชน รวมถึงเฝ้าระวังติดตามในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง เด็ก ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด และหญิงตั้งครรภ์ส่วนในสถานการณ์ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานมากกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร บุคลากรของศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และอาสาสมัครสาธารณสุข จะให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และเมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับ 50 - 75 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จะออกหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ รวมทั้งจะติดตามเยี่ยมผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับ 76 - 100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน 3 วัน นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. กล่าวว่า ในส่วนของ สนย. ได้แจ้งให้เจ้าของอาคาร อาคารสูง และอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้ปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขในการก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และจะต้องไม่กระทำการใด ๆ อันอาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน โดยจะต้องฉีดพ่นละอองน้ำบนอาคารและบริเวณโดยรอบสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ รวมทั้งได้กำชับให้เจ้าของอาคารที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ปฏิบัติตามความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการอย่างเคร่งครัด ส่วนอาคารที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและใช้งานแล้ว ได้ขอความร่วมมือให้ติดตั้งระบบสปริงเกอร์หัวฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณดาดฟ้าอาคาร เพื่อพ่นละอองน้ำดักจับฝุ่นละอองอีกด้วย

 

 

ซ่อมแซมคันทางแก้ปัญหาผิวจราจรซอยสุวินทวงศ์ 42 ทรุดตัว
         นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. เปิดเผยกรณีเกิดเหตุผิวจราจรในซอยสุวินทวงศ์ 42 ทรุดตัวว่า การทรุดตัวของถนนบริเวณซอยสุวินทวงศ์ 42 เขตหนองจอก เกิดจากสภาวะภัยแล้งและระดับน้ำในคลองลดลง ส่งผลให้น้ำหนักของน้ำที่กดทับบริเวณฐาน slope คันทางหายไป คันทางจึงเคลื่อนและทรุดตัวลงคลอง อย่างไรก็ตาม สนย. ได้เร่งซ่อมแซมคันทาง โดยในเบื้องต้นได้ตอกเสาเข็มไม้เพิ่มเสถียรภาพคันทางและถมดินพร้อมบดอัด เพื่อให้สามารถใช้ทางสัญจรได้สะดวก จากนั้นจะแก้ไขด้วยการเสริมเสถียรภาพคันทาง เช่น การป้องกันลาดตลิ่ง (slope protection) และจัดซ่อมผิวจราจรตามมาตรฐานงานทางต่อไป ขณะเดียวกันได้มีมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบสภาพผิวจราจรถนนสายต่าง ๆ ที่อยู่ในความดูแลของ กทม. โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง โดยตรวจสอบถนนเลียบคลอง หากพบผิวจราจรแตกหรือถนนจุดใดมีความเสี่ยง เช่น มีความชันและตลิ่งค่อนข้างสูง จะนำเข็มไม้มาทำเขื่อนป้องกันและจำกัดน้ำหนักรถบรรทุกไม่ให้วิ่งผ่านในถนนเส้นดังกล่าว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง

 

 

เขตทวีวัฒนาขอความร่วมมือไม่เผาขยะ - ฟางข้าว
           นางสาวกนกวรรณ เอี่ยวลิ้ม ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา กทม. กล่าวว่า ตามที่ประชาชนที่พักอาศัยในชุมชนคลองเนินทราย หมู่ 8 แจ้งว่า มีการลักลอบเผาขยะ ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจาย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบด้วย นั้น สำนักงานเขตฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจลงพื้นที่ตรวจสอบ ไม่พบการเผาขยะในบริเวณดังกล่าว แต่จากการสอบถามประธานชุมชนคลองเนินทราย ทราบว่าภายในซอยส่วนบุคคลข้างสถานีบริการแก๊ส เอ็นจีวี ปตท. ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ในพื้นที่ของจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับชุมชนคลองเนินทราย มีร่องรอยการเผาขยะและฟางข้าวในทุ่งนา อาจเป็นสาเหตุให้ควันจากการเผา ส่งผลกระทบไปยังบริเวณข้างเคียง สำนักงานเขตฯ จึงได้ขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกรในบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 ไม่ให้เผาขยะและฟางข้าว ทั้งนี้ หากพบเห็นการเผาขยะและฟางข้าวให้แจ้งสำนักงานเขตฯ ทราบ เพื่อจะได้จัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ต่อไป