กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพุธที่ 15 มกราคม 2563

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 15 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 17 ครั้ง

กทม.ชวนประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนลดมลพิษจากรถยนต์
     นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำชับ กทม. และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กให้กวดขันการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง โดยเฉพาะมาตรการลดมลพิษจากต้นกำเนิดว่า สำนักการจราจรและขนส่งร่วมกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) ดำเนินการติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำขนาดเล็กที่มีความสามารถดักจับอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยติดตั้งไว้ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสจำนวน 8 สถานี ได้แก่ สถานีสะพานควาย สยาม หมอชิต ชิดลม เพลินจิต นานา อโศก และสถานีศาลาแดง นอกจากนี้ มีมาตรการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายระบบขนส่งครอบคลุมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมพัฒนาจุดเชื่อมต่อล้อ ราง เรือ จัดทำและปรับปรุงเส้นทางจักรยานโดยให้บริการจักรยานสาธารณะกรุงเทพมหานคร (ปันปั่น) ในย่านกลางเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น และล่าสุดได้ทดลองเดินรถ Shuttle Bus เพื่อเป็นขนส่งระบบรอง (Feeder) ป้อนคนเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนหลัก โดยนำร่องใน 3 เส้นทาง คือ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) เขตตลิ่งชัน – สถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า จากศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง - สถานีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้า และชุมชนเคหะร่มเกล้า - สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ลาดกระบัง ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง บรรเทาความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากปัญหาการจราจร และช่วยลดมลพิษจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กด้วย

 

กทม.แนะประชาชนลดปัจจัยเสี่ยง Sick Building Syndrome
     นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวกรณีสื่อมวลชนเสนอบทความ เมืองแห่งโอกาส..แต่ไม่น่าอยู่ (กทม.) ระบุเนื้อหาวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจว่า ปัจจุบันคนในสังคมใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบมีการเเข่งขันเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ด้าน เกิดความเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลาส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่ทำงานในตึกหรือภายในอาคารที่มีสิ่งเเวดล้อมทางกายภาพไม่เหมาะสมรวมทั้งปัจจัยทางจิตสังคมส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยที่สัมพันธ์กับอาคารที่เรียกว่า Sick Building Syndrome (SBS) หมายถึงภาวะผิดปกติด้านสุขภาพ ทางระบบตา ระบบทางเดินหายใจ ระบบผิวหนัง อาการทั่วไปที่เกิดขึ้นคล้ายๆกลุ่มคนทำงานในอาคารที่มีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่อยู่ในอาคาร แต่ไม่สามารถระบุสาเหตุที่เเน่นอนได้ ซึ่งอาการจะหายไปเมื่อออกนอกอาคาร โดยมีปัจจัยจากอุณหภูมิ แสง เสียง การสั่นสะเทือน การระบายอากาศ มลพิษเช่น ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ปัญหาน้ำรั่วซึม ระบบปรับอากาศเเละระบายอากาศ ไม่เหมาะสม ซึ่งควรเพิ่มอัตราการระบายอากาศ โดยจัดให้มีพัดลมดูดอากาศ จัดผังองค์กร แยกส่วนที่ชัดเจนลดแหล่งกำเนิดพิษ หลีกเลี่ยงการสัมผัส ลดความเครียดจากการทำงานพักสายตา ออกกำลังกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เป็นต้น ส่วนการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาคาร (Building Related Illness) เป็นการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงานในอาคารที่สามารถระบุสาเหตุของการเจ็บป่วยได้ เช่น วัณโรค เชื้อไข้หวัดใหญ่ เชื้อเเบคทีเรีย ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานในออฟฟิศ ลดการเจ็บป่วยด้วยโรคออฟฟิศซินโดรม สำนักอนามัยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคคนวัยทำงานในสถานประกอบการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวปฏิบัติในการป้องกันและลดการเกิดออฟฟิศซินโดรม ตลอดจนออกหน่วยคัดกรองสุขภาพในสถานประกอบการ เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ พร้อมทั้งให้ความรู้ในการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค
ในส่วนของปัญหามลพิษทางอากาศในอาคารที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ที่ผ่านมาสำนักอนามัยได้จัดบริการตรวจวัดคุณภาพอากาศในอาคารสาธารณะต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และอาคารสำนักงานต่าง ๆ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้มีความเหมาะสมต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้บริการในอาคารนั้น ส่วนอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า มีการดำเนินการภายใต้โครงการ Bangkok Clean and Green เพื่อให้อาคารสาธารณะเหล่านี้ มีการจัดการด้านความสะอาด ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ดีไม่ก่อให้เกิดโรคหรืออันตรายแก่ประชาชนผู้ใช้บริการในอาคารสาธารณะนั้น นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จะมีการสัมมนาผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่กว่า 200 แห่ง เพื่อกำหนดมาตรการในการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมภายในอาคารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นการป้องกันโรคติดต่อต่าง ๆ รวมทั้งการจัดการหม้อไอน้ำเพื่อลดการปล่อยฝุ่นละอองและมลพิษอากาศออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก

 

ตั้งวางถังรองรับมูลฝอยในที่สาธารณะเพียงพอ
     นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์ระบุพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งวางถังขยะในที่สาธารณะไม่เพียงพอว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้มีการจัดถังรองรับมูลฝอยในที่สาธารณะบนถนนสายหลักและถนนสายรอง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประชาชนสัญจรหนาแน่น เช่น หน้าห้างสรรพสินค้า ตลาด ป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นถังห่วงและถุงใสตามมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยสำนักงานเขตได้รายงานข้อมูลการใช้ถังรองรับมูลฝอยรวมถึงความต้องการถังรองรับมูลฝอยประเภทต่าง ๆ รายไตรมาสเป็นประจำ อีกทั้งพิจารณาตั้งถังรองรับมูลฝอยในพื้นที่สาธารณะอย่างน้อยจุดละ 2 ถัง ประกอบด้วยถังขยะสีน้ำเงินสำหรับขยะทั่วไป และถังขยะสีเหลืองสำหรับขยะรีไซเคิล นอกจากนี้ ยังได้ปรับรูปแบบคอกกั้นขยะ โดยความร่วมมือกับภาคเอกชน (บริษัท IRPC จำกัด) จัดทำคอกกั้นขยะแบบพับได้ ผลิตจากพลาสติกรักษ์โลก มีรูปแบบที่สวยงาม มิดชิด เหมาะสมกับการตั้งวางบนทางเท้า สามารถเคลื่อนย้าย และทำความสะอาดได้ง่าย รองรับขยะมูลฝอยที่รวบรวมใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุง ตามโครงการ “ทิ้งเป็นที่ เก็บเป็นเวลา” ซึ่งกำหนดเวลาทิ้ง เวลาเก็บ และมี QR Code เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารกับประชาชนในการแจ้งปัญหาและข้อเสนอแนะการให้บริการจัดเก็บมูลฝอย ขณะเดียวกัน สำนักสิ่งแวดล้อมได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์สร้างจิตสำนึกประชาชน ลดและคัดแยกขยะมาอย่างต่อเนื่องโดยการลงพื้นที่ในชุมชมผ่านกิจกรรมของหน่วยงานทั้งสำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักงานเขต การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ การลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สภาอุตสาหกรรมและภาคีเครือข่าย เป็นต้น

 

กทม.กำชับตรวจสอบการให้บริการตู้คีบตุ๊กตาในห้างสรรพสินค้า
     นางชมจิตร พงษ์เสมา ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ กล่าวกรณีเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนันและมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดและตรวจสอบการลักลอบให้บริการตู้คีบตุ๊กตาผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าและสถานที่ที่มีเยาวชนเข้าไปใช้บริการจำนวนมากว่า สำนักงานเขตฯ ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว เข้าตรวจสอบตู้คีบตุ๊กตาในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ พบตู้คีบตุ๊กตาจำนวน 48 ตู้ ขณะนี้อยู่ระหว่างปิดปรับปรุงเนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตและอยู่ระหว่างการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทตู้เกมส์ ซึ่งในการประกอบกิจการตู้คีบตุ๊กตาหยอดเหรียญที่มีลักษณะเป็นการพนัน จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกกฎหมายว่าด้วยการพนันก่อนถึงจะกระทำได้ ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ จะร่วมกับ สน.พื้นที่เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบตู้คีบตุ๊กตาในห้างสรรพสินค้าแห่งอื่น ๆ ต่อไป
นางสาวปัญชพัฒน์ หลักดี ผู้อำนวยการเขตบางพลัด ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ ปิ่นเกล้า พบตู้คีบตุ๊กตาจำนวน 38 ตู้ ให้บริการในลักษณะของการหยอดเหรียญเท่ากับราคาของสินค้า เมื่อหยอดเหรียญแล้วสินค้าจะหล่นออกมาจากเครื่อง โดยที่ไม่ต้องทำการคีบแต่อย่างใด จึงไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.การพนัน
นางช่อทิพย์ สิทธิพูล ผู้อำนวยการเขตคันนายาว กล่าวว่า สำนักงานเขตฯ ได้ตรวจสอบตู้คีบตุ๊กตาในห้างสรรพสินค้าแฟชั่น ไอแลนด์ พบมีจำนวน 30 ตู้ ลักษณะเป็นตู้หยอดเหรียญ มีตัวคีบเมื่อผู้ซื้อมีการหยอดเหรียญและหยิบสินค้าตามที่เลือกจะไปรับสินค้าที่ช่องรับสินค้า โดยไม่มีการกำหนดเวลา ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้มีหนังสือหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาลักษณะและวิธีการใช้งานดังกล่าวพบไม่เป็นการเสี่ยงโชคหรือเสียประโยชน์ที่เป็นลักษณะการพนันหรือวิธีการ กด ดึง สัมผัสฯ หรืออื่นใดไม่ได้นำมาเพื่อผลของการแพ้ชนะกันอย่างใด ดังนั้น เครื่องจำหน่ายสินค้าดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นการพนันตาม พ.ร.บ.การพนันพุทธศักราช 2478
นายเจน วราหะ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี กล่าวว่า จากการตรวจสอบตู้คีบตุ๊กตาในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ท่าพระ พบมีการเปิดประกอบกิจการอยู่ เเต่การประกอบการไม่เข้าข่ายการพนันเนื่องจากผู้ประกอบการปรับราคาเหรียญที่ใช้ในการเล่นตู้คีบตุ๊กตาให้เท่ากับราคาสินค้าในตู้ และมีการเเสดงราคาชัดเจนในเเต่ละตู้ ซึ่งลูกค้าจะได้รับสินค้ากลับไปทุกคน ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ได้ประสานขอความร่วมมือ สน. ในพื้นที่กวดขัน ตรวจตราการลักลอบติดตั้งตู้คีบตุ๊กตาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับตู้คีบตุ๊กตาว่าเป็นการพนันซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในโรงเรียน ผู้ประกอบการห้างร้าน ประชาชน และเยาวชนด้วย นางสาวโศรยา วัธชนะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตยานนาวา แจ้งว่า ที่ผ่านมาสำนักงานเขตฯ ได้มีการตรวจสอบตู้คีบตุ๊กตาในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระราม 3 และให้ผู้ประกอบการดำเนินการยื่นขออนุญาตเล่นการพนัน แต่ทางผู้ประกอบการได้แจ้งว่าการประกอบธุรกิจดังกล่าวได้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่ไม่มีลักษณะการพนัน พร้อมมีหนังสือตอบข้อหารือของสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ว่าการดำเนินการของบริษัทฯ ไม่มีลักษณะการเสี่ยงโชค ทั้งนี้ ทางผู้ประกอบการได้ยื่นเรื่องขออนุญาตแล้วปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา