กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 24 กันยายน 2562

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 24 กันยายน 2562 | จำนวนเข้าชม 24 ครั้ง

เตรียมพร้อมมาตรการดูแลประชาชนรองรับสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวน
         นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุวันที่ 19 - 25 ก.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนว่า สำนักอนามัย ได้แจ้งเตือนประชาชนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ระวังโรคและภัยสุขภาพที่มากับน้ำท่วม ได้แก่ การรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ เพื่อให้ร่างกายมีความต้านทานโรค รับประทานอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหม่ กำจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูลอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน และระมัดระวังหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านขณะน้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ร่างกายเปียกหรือแช่อยู่ในน้ำ

           นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า สำนักการระบายน้ำ ได้จัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี โดยจัดการประชุมหารือทำความเข้าใจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินการลอกท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำชนิดเคลื่อนที่เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากถนนสายหลักที่ประชาชนใช้สัญจร จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประจำอุโมงค์ระบายน้ำ พร่องลดระดับน้ำบริเวณแก้มลิงและคูคลองให้อยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งจัดเตรียมหน่วยปฏิบัติงานภาคสนามเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

           นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ได้กำหนดแนวทางการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของต้นไม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ร่วมกับสำนักงานเขตและภาคเอกชน โดยในพื้นที่สาธารณะได้ตรวจสอบความแข็งแรงต้นไม้ใหญ่และวัสดุค้ำยันต้นไม้เพื่อป้องกันการโค่นล้ม ส่วนต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่เอกชน ได้ประสานเจ้าของพื้นที่ตรวจสอบต้นไม้ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย พร้อมทั้งตัดแต่งต้นไม้ให้โปร่งและลดทอนความสูงลง ป้องกันกิ่งหัก ฉีกขาด สำหรับกรณีต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะหักโค่นจากเหตุพายุฝน ได้จัดทีมเคลื่อนที่เร็วประจำหน่วยปฏิบัติการเร่งด่วนกรุงเทพมหานคร (BEST) พร้อมรถกระเช้า รถบรรทุก และเครื่องมืออุปกรณ์แก้ไขปัญหาเร่งด่วนกรณีต้นไม้โค่นล้ม นอกจากนี้ สำนักสิ่งแวดล้อมได้ประสานสำนักงานเขตให้เพิ่มการตรวจสอบเฝ้าระวังดูแลต้นไม้ใหญ่ช่วงฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

           นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า สำนักการโยธา มีมาตรการป้องกันเหตุป้ายโฆษณาในพื้นที่สาธารณะหักโค่นจากเหตุพายุฝนและลมกระโชก ได้แก่ แจ้งเจ้าของป้ายโฆษณาให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของป้าย รวมถึงตรวจสอบสภาพโครงสร้างของป้ายโฆษณาโดยผู้ประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นประจำทุกปี ในกรณีที่ตรวจสอบพบป้ายโฆษณามีสภาพที่ใช้งานแล้วอาจไม่ปลอดภัย ต้องแจ้งให้เจ้าของป้ายแก้ไข หากแก้ไขไม่ได้ให้รื้อถอนป้ายโฆษณาหรือปลดแผ่นป้ายโฆษณาออก ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดจากป้ายโฆษณาล้มและให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่อาศัยหรือเข้าใกล้ป้ายโฆษณาในระหว่างที่ฝนตกและมีลมกระโชกแรง รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องมือกลหนักและเบา เข้ารื้อถอนป้าย หากเกิดอุบัติภัยหรือป้ายโฆษณาล้ม

 

 

กทม.วางระบบผังเมืองสอดรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
           นายสมชาย เดชากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. เปิดเผยตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าว แนวคิดการย้ายเมืองหลวง เนื่องจากตัวแปร สภาพแวดล้อม ประชากร การพัฒนาเมือง การทรุดตัวของพื้นดิน ส่งผลให้เมืองเปลี่ยนแปลงไปว่า ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ที่ดำเนินการภายใต้หลักการเมืองกระชับ (Compact City) ได้ส่งเสริมการพัฒนาเมืองภายในพื้นที่กรอบถนนวงแหวนถนนรัชดาภิเษกให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีความหนาแน่นสูง สอดคล้องกับระบบโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค สาธารณูปการ และการเดินทาง ส่วนในพื้นที่รอบนอกที่ระบบสาธารณูปโภคยังไม่ทั่วถึง การสัญจรไม่สะดวก ได้กำหนดให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม

           นอกจากนี้ ในร่างผังเมืองรวมดังกล่าว ได้วางระบบผังเมืองเพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม โดยจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว ได้แก่ โครงการขุดลอกคลอง ปรับปรุงคลอง ขุดคลองลัด ก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์เพื่อการระบายน้ำ จัดหาพื้นที่แก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำ จัดทำแผนผังแสดงโครงการกิจการสาธารณูโภคเพื่อช่วยระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ จัดทำแผนผังแสดงพื้นที่แก้มลิง รวมถึงวางมาตรการทางผังเมือง เช่น ทุกอาคารหรือโครงการที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องจัดหาพื้นที่โล่งที่น้ำสามารถซึมผ่านได้และปลูกต้นไม้ เพื่อช่วยระบายน้ำฝนลงสู่ชั้นดิน หรือการจูงใจให้ภาคเอกชนหรือทุกคนสามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอาคารของตนได้หากช่วยเมืองจัดทำพื้นที่หน่วงน้ำหรือแก้มลิงในแปลงที่ดิน อย่างไรก็ตาม กทม. มีเป้าหมายการพัฒนาเมืองให้เป็นมหานครที่อยู่สะดวกสบาย โดยส่งเสริมการพัฒนาเมืองควบคู่กับการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าเพื่อให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากกว่ารถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อลดความแออัดสอดรับกับการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายของการพัฒนาประเทศต่อไป

 

 

ชี้แจงกรณีผิวจราจรสะพานข้ามแยกอโศก-เพชรชำรุด
           นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. เปิดเผยกรณีในสื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตสะพานข้ามแยกอโศก - เพชรบุรี เพิ่งเปิดใช้งานได้ไม่นาน ผิวทางก็ชำรุด เส้นจราจรมีสีซีดจางสะท้อนถึงมาตรฐานงานก่อสร้างของ กทม. ที่ไม่มีคุณภาพว่า สำนักการโยธา ได้สั่งการให้ผู้รับจ้างเข้าดำเนินการซ่อมแซมผิวทางแอสฟัลต์บนสะพานแล้ว โดยเบื้องต้นได้ใช้แอสฟัลต์ผสมเย็นซ่อมแซมชั่วคราวเพื่อให้ใช้สัญจรก่อน สำหรับเส้นจราจรที่สีซีดจาง เกิดจากรถปูนคอนกรีตผสมเสร็จที่วิ่งขึ้นสะพานและทำเศษปูนร่วงหล่นลงบนผิวจราจรและเส้นจราจร ซึ่งสำนักการโยธา ได้มีหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำชับและป้องกันมิให้ทำเศษปูนร่วงหล่นลงบนผิวจราจรอีก นอกจากนี้ ยังได้มีแนวคิดที่จะติดตั้งเครื่องกั้นบริเวณทางขึ้น-ลงสะพานข้ามแยก เพื่อป้องกันรถบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นสะพาน ซึ่งเดิมเคยมีการติดตั้งแล้ว แต่เกิดอุบัติเหตุรถชนเครื่องกั้นอยู่บ่อยครั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมในการติดตั้งของรูปแบบการติดตั้งเครื่องกั้นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการปรับปรุงสะพานของสำนักการโยธา เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น มาตรฐานงานทางของกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2542 มาตรฐานของสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ซึ่งมีการตรวจสอบและนำส่งวัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างไปทดสอบคุณสมบัติในสถาบันต่าง ๆ เช่น กองวิเคราะห์วิจัย สำนักการโยธา และสถาบันการศึกษาที่น่าเชื่อถือ เพื่อควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบรูปรายการและมาตรฐานที่กำหนด ทั้งนี้ สำนักการโยธา จะกำหนดมาตรการในการเข้มงวด และกวดขันการทำงานของผู้รับจ้างให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ในระหว่างการก่อสร้างให้มากยิ่งขึ้น

 

 

บำรุงรักษาต้นไม้ให้แข็งแรง เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน
           นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวตามที่ นายกมล ชอบดีงาม เจ้าของร้านเลิศทิพย์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความเตือนภัยผ่านเฟซบุ๊ก ระบุรถยนต์ของตนจอดอยู่บริเวณหน้าปากซอยลาดพร้าว 17 แล้วมีต้นไม้โค่นล้มทับ จนกระจกด้านหลังแตก ซึ่งต้นไม้ดังกล่าวมีขนาดใหญ่ สภาพผุพร้อมจะหักและโค่นล้มว่า สำนักสิ่งแวดล้อมได้วางแนวทางการตรวจวัดและประเมินความเสี่ยงของต้นไม้ด้วยการนำเครื่องมือวัดโพรงในลำต้นมาใช้ประเมินความเสี่ยงของไม้ยืนต้นที่จะหักเสียหายจากแผลภายในลำต้น เพื่อป้องกันและบรรเทาอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากต้นไม้หัก นอกจากนี้ ได้กำชับให้สำนักงานเขตหมั่นสำรวจต้นไม้ การค้ำยันต้นไม้ที่สุ่มเสี่ยงต่อการโค่นล้ม การตัดแต่งต้นไม้ให้โปร่ง และลดทอนความสูงป้องกันกิ่งหัก ฉีกขาด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนต่อไป

          นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผู้อำนวยการเขตจตุจักร กทม. กล่าวว่า เมื่อได้รับแจ้งเหตุต้นไม้โค่นล้ม บริเวณปากซอยลาดพร้าว 17 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ และหน่วยเร่งด่วน (เบสท์) เข้าตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประขาชนทันที ซึ่งจากการตรวจสอบต้นไม้ที่โค่นล้ม พบเป็นต้นพญาสัตบรรณ บริเวณโคนต้นด้านใน มีสภาพผุ แต่สภาพภายนอกลำต้นแข็งแรง สาเหตุที่ต้นไม้โค่นล้มอาจเกิดจากฝนตกในปริมาณมากติดต่อกันหลายวัน ทำให้ดินอุ้มน้ำ จนเกิดเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำนักงานเขตจตุจักร ได้ดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้ในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง โดยวางแผนการตัดแต่งต้นไม้ในถนนสายหลัก - สายรอง อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ รวมทั้งได้ดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้ให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง หากพบต้นไม้ที่อาจโค่นล้มหรือเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย จะดำเนินการตัดแต่งทันที ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้หมั่นตรวจตรา ตรวจสอบต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ให้อยู่ในสภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมจัดทำประกาศประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ หากพบเห็นต้นไม้อยู่ในลักษณะที่อาจจะโค่นล้มหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขอให้แจ้งฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตจตุจักร เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไข ป้องกันเหตุโดยทันที