กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 17 กันยายน 2562

เผยแพร่โดย : วิทยา บาริศรี | 17 กันยายน 2562 | จำนวนเข้าชม 24 ครั้ง

 

กทม. - รพ.ภาคีเครือข่ายบูรณาการดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
         นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวตามที่มีการเสนอข่าวประเทศไทยต้องเตรียมแผนการดูแลกลุ่มผู้สูงวัย รองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคม ประชากร และครอบครัวว่า สำนักอนามัย ได้พัฒนาและขยายเครือข่ายระบบส่งต่อผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ระหว่างศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และโรงพยาบาลภาคีเครือข่าย โดยมีศูนย์ส่งต่อเพื่อการพยาบาลต่อเนื่องที่บ้าน กรุงเทพมหานคร (BMA Home Ward Referral Center) และโรงพยาบาลเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยและผู้สูงอายุผ่านโปรแกรม BMA Home Ward Referral จำนวน 78 แห่ง จากโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด 125 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลเครือข่ายในเขตปริมณฑลที่ประสานส่งต่อผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ในการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ โรงพยาบาลจะบันทึกข้อมูลส่งต่อผ่านโปรแกรม BMA Home Ward Referral ไปยังศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่ง ตามพื้นที่รับผิดชอบในระบบออนไลน์ นอกจากนั้น ได้จัดการอบรมผู้ดูแลเพื่อช่วยเหลืองานพยาบาล (Caregiver) ไม่น้อยกว่า 70 ชั่วโมง โดย Caregiver ที่ผ่านการอบรมจะให้การดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (ผู้ป่วยและผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง) ในสัดส่วน 1:5 - 10 คน ซึ่ง Caregiver จะทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ เช่น ทำความสะอาดร่างกาย การป้อนอาหาร การให้อาหารทางสายยางและการช่วยทำแผล ตลอดจนประเมินผู้ป่วยและผู้สูงอายุตามแบบประเมินความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน (ADL) แบบทดสอบสภาพสมองเบื้องต้น (MMSE) แบบคัดกรองโรคซึมเศร้า 2 คำถาม (2Q) หากผลการประเมินมีภาวะผิดปกติ Caregiver จะรายงานพยาบาลผู้จัดการสุขภาพเพื่อติดตามเยี่ยมบ้านและให้การพยาบาลที่บ้านอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งต่อผู้ป่วยเพื่อพบแพทย์ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติและจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อไป
          นายสมชาย จึงมีโชค ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า สำนักการแพทย์ มีนโยบายให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง จัดบริการคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพแบบบูรณาการ โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องทุกสาขาวิชาชีพ ให้การดูแลรักษาและตรวจคัดกรองสุขภาพแบบเบ็ดเสร็จ รวมทั้งได้ประสานกับศูนย์ส่งต่อเพื่อการพยาบาลต่อเนื่องที่บ้าน กรุงเทพมหานคร (BMA Home Ward Referral Center) เพื่อส่งต่อผู้ป่วยสูงอายุที่รับการดูแลรักษาและให้กลับไปดูแลต่อเนื่องที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เตรียมแผนระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
          นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกภาคส่วนบริหารจัดการ ลดความเสียหายจากน้ำท่วม ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์น้ำว่า กทม. ได้เตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำในพื้นที่ตั้งแต่ก่อนฤดูฝนจะมาถึง ประกอบด้วย การล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำในถนน ตรอก ซอย พร้อมทั้งขุดลอกคู คลอง เปิดทางน้ำไหล ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วม เตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำ บ่อสูบน้ำและประตูระบายน้ำ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประจำสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ เตรียมหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อแก้ไขปัญหาหากเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง และมีระบบแก้มลิงช่วยหน่วงน้ำที่สูงเกินกว่าประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขัง นอกจากนั้น ได้วางแนวทางการบริหารจัดการระบบระบายน้ำในพื้นที่ กทม. โดยใช้ระบบพื้นที่ปิดล้อม เนื่องจาก กทม. เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำมีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาน้ำท่วม ซึ่งสาเหตุหลักมาจากภาวะฝนตกหนัก น้ำเหนือไหลบ่าและน้ำทะเลหนุนสูง จึงดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาคลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ รวมถึงแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริในการป้องกันน้ำเหนือไหลบ่าเข้าพื้นที่และน้ำทะเลหนุนสูง
          ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวต่อไปว่า สำนักการระบายน้ำยังได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย ซึ่งรูปแบบรายการได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอโครงการฯ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ อย่างไรก็ตาม กทม. ได้เตรียมแผนการระบายน้ำหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินฝนตกหนัก ได้แก่ 1) การเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ตามจุดเสี่ยงน้ำท่วมให้เพียงพอและพร้อมใช้งานได้ทันที 2) แจ้งเตือนสถานการณ์ฝนให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานภาคสนามทราบ ผ่านระบบวิทยุสื่อสาร Trunked Radio แจ้งเตือนสำนักงานเขต ผ่านวิทยุสื่อสารเครือข่าย “อัมรินทร์” แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านกลุ่ม Line “เตือนภัยน้ำท่วม กทม.” 3) ส่งหน่วยปฏิบัติการเร่งด่วน (BEST) ประจำจุดเสี่ยง เพื่อเร่งระบายน้ำและแก้ปัญหาการการจราจร และ 4) จัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยมีผู้อำนวยการเขตเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ฝนตกหรือจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมจากเรดาร์ และการแจ้งเตือนสถานการณ์ โดยศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น ป้ายจราจรอัจฉริยะ จ.ส.100 รายการร่วมด้วยช่วยกัน และผ่านทางเว็บไซต์กรุงเทพมหานคร http://www.bangkok.go.th และสำนักการระบายน้ำ http://dds.bangkok.go.th/, e-mail : ddsbma@gmail.com Facebook : Bangkok.Water Twitter : bkk best Line @ “ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม” : @bkk_best แอปพลิเคชัน กทม. Connect และศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมหมายเลขโทรศัพท์ 02 - 248 - 5115 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยรอบสวนลุมพินี - ซอยร่วมฤดี
          นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เปิดเผยตามที่เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงและภาคีเครือข่ายสร้างเมืองปลอดภัย เปิดตัวโครงการ “ปักหมุดจุดเผือก” เพื่อชวนประชาชนร่วมกันออกสำรวจค้นหาจุดเสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศในเมืองใหญ่ และร่วมกันสร้างเมืองปลอดภัยผ่าน Chat bot #ทีมเผือก ในแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยเบื้องต้นขอให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) และเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณรอบสวนลุมพินี ป้ายรถเมล์ใกล้ชุมชน สะพานลอยข้ามถนน เป็นต้น รวมทั้งพิจารณาเพิ่มโทษการกระทำอนาจารทางเพศให้สูงขึ้นว่า สำนักสิ่งแวดล้อม ได้เพิ่มมาตรการดูแลและตรวจตราความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบสวนลุมพินี โดยเฝ้าระวังป้องกันจุดเสี่ยงดังกล่าว และตรวจสอบดูแลไฟส่องสว่างบริเวณหัวเสารอบรั้วสวนลุมพินี โดยเฉพาะจุดริมถนนวิทยุและถนนสารสินให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ตลอดเวลา อีกทั้งได้ขอความร่วมมือสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยที่มีพื้นที่ติดกัน ช่วยสอดส่องดูแลและเปิดไฟส่องสว่างในพื้นที่ช่วงเวลากลางคืน รวมถึงขอความอนุเคราะห์การไฟฟ้านครหลวง พิจารณาเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณจุดเสี่ยงถนนสารสินหัวมุมหน้าสนามแบดมินตัน ถนนวิทยุ/ถนนสารสินรอบรั้วสวนและบริเวณสะพานลอยหน้าสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี พร้อมทั้งประสานสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เพิ่มความถี่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เพื่อดูแลจุดเสี่ยงนอกรั้วสวนลุมพินีหน้าสนามแบดมินตันและบนสะพานลอยหน้าสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี นอกจากนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ตรวจตราพื้นที่ใกล้จุดเสี่ยงในช่วงกลางคืน หากพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติ ให้ระงับเหตุในเบื้องต้น หรือหากพบเหตุอาชญากรรม ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน
          นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวว่า บริเวณรอบสวนลุมพินี มีกล้อง CCTV จำนวน 130 ตัว กล้องส่วนใหญ่จะติดตั้งบริเวณทางแยก ซึ่งยังไม่ครอบคลุมช่วงถนนรอบสวนลุมพินี ซอยร่วมฤดี และจุดเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่พื้นที่เขตปทุมวันเป็นสถานที่จัดประชุมระดับประเทศอยู่เป็นประจำ และยังเป็นที่พักของผู้นำเมื่อมาเยือนประเทศไทย แต่มีกล้อง CCTV 52 จุด และการติดตั้งยังไม่เป็นโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง สำนักการจราจรและขนส่ง จึงได้กำหนดแผนที่จะดำเนินการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นระบบและสอดคล้องกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและประสานข้อมูลกับสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป