กทม.ลุยยกซากรถต่อเนื่องที่พื้นที่เขตวัฒนาและคลองเตย เตรียมจัดสรรรถลากยกซากรถเพิ่มเติม

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 20 ตุลาคม 2563 | จำนวนเข้าชม 105 ครั้ง

          (20 ต.ค.63) เวลา 13.30 น. : นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดเก็บซากยานยนต์ (ซากรถยนต์) ที่จอดทิ้งในที่หรือทางสาธารณะในพื้นที่เขตวัฒนาและเขตคลองเตย โดยมี นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมลงพื้นที่ และมีนายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ นางสาวสุชิรา ศิลานนท์ ผู้อำนวยการเขตวัฒนา และนางสาวปิยธิดา นิยม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย รายงานสภาพปัญหาและผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่กองโรงงานช่างกล เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 50 คน ร่วมกันดำเนินการขนย้ายซากรถยนต์ ณ หน้าสถานเอกอัครราชทูตบังกลาเทศ ซอยเอกมัย 30 เขตวัฒนา และซอยสุขุมวิท 22 เขตคลองเตย

          รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า วันนี้กรุงเทพมหานคร โดยสำนักเทศกิจ สำนักงานเขตวัฒนา สำนักงานเขตคลองเตย กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง กทม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเคลื่อนย้ายซากรถยนต์ในพื้นที่เขตวัฒนาที่ครบกำหนดเคลื่อนย้าย จำนวน 1 คัน บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตบังกลาเทศ ซอยเอกมัย 28 แยก 2 (เอกมัย 30) แขวงคลองตันเหนือ ซึ่งพื้นที่เขตวัฒนามีซากรถ จำนวน 13 คัน เคลื่อนย้ายแล้ว จำนวน 8 คัน ดำเนินการปิดประกาศและอยู่ระหว่างตรวจสอบผู้ถือครองกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครอง จำนวน 4 คัน จากนั้นลงพื้นที่เขตคลองเตยเพื่อซากรถอีก จำนวน 1 คัน บริเวณซอยสุขุมวิท 22 แขวงคลองเตย ซึ่งในพื้นที่เขตคลองเตยมีซากรถทั้งสิ้น จำนวน 3 คัน เคลื่อนย้ายหมดแล้ว โดยกรุงเทพมหานครได้เริ่มดำเนินการจัดเก็บซากยานยนต์ที่จอดทิ้งในที่หรือทางสาธารณะตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.63 และจากการสำรวจจำนวนซากรถในพื้นที่ 50 เขต รวมทั้งที่ประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาพบว่าในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น รวม 653 คัน เคลื่อนย้ายแล้ว จำนวน 523 คัน แบ่งเป็นเจ้าของเคลื่อนย้ายเอง จำนวน 493 คัน และสำนักงานเขตเคลื่อนย้าย จำนวน 30 คัน คงเหลืออีก 130 คัน โดยกรุงเทพมหานครจะทยอยเคลื่อนย้ายในส่วนที่เหลือ และจะสำรวจซากรถที่จอดทิ้งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนการเคลื่อนย้าย จะตรวจสอบติดตามเจ้าของรถและตรวจสอบผู้ครอบครองรถจากฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก หากไม่พบเจ้าของ จะประสานกับสน.ท้องที่ว่าเป็นรถที่เกี่ยวข้องในคดีหรือไม่ หากได้รับคำยืนยันว่าไม่ใช่รถในคดี จะติดประกาศให้เคลื่อนย้ายซากรถยนต์ภายใน 15 วัน หากเกินกำหนด กรุงเทพมหานครจะเคลื่อนย้ายซากรถไปเก็บ ณ สถานที่เก็บของกลาง (โรงกำจัดขยะอ่อนนุช เขตประเวศ และโรงกำจัดขยะหนองแขม เขตหนองแขม) หรือพื้นที่ที่สำนักงานเขตเตรียมไว้รองรับ เพื่อรอเจ้าของมารับคืนหรือขายทอดตลาดแล้วแต่กรณี พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวันที่สน.ท้องที่ไว้เป็นหลักฐาน สำหรับการยกซากรถในแต่ละพื้นที่เขตนั้น ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการที่สำคัญ คือ การขาดเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับเคลื่อนย้ายซากรถ และการไม่มีสถานที่จัดเก็บของกลางซากรถ ซึ่งขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารกรุงเทพมหานครในการดำเนินการแล้ว

          รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาซากรถที่จอดในที่สาธารณะนอกจากจะกีดขวางการจราจรแล้ว ยังเป็นเรื่องของความปลอดภัย เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และยังเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอีกด้วย กรุงเทพมหานครจึงขอความร่วมมือเจ้าของรถที่จอดกีดขวางการจราจรภายในซอยที่ยังไม่เป็นซากรถ ขอให้เคลื่อนย้ายออกจากที่สาธารณะ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนที่พบเห็นการจอดทิ้งซากรถยนต์ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ฝ่ายเทศกิจทุกสำนักงานเขต หากเบาะแสดังกล่าวนำไปสู่การจับปรับ ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของค่าปรับตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 18 ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดทิ้ง วาง หรือกองซากยานยนต์บนถนนหรือสถานสาธารณะ โดยบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 56 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท  


--------- (สกณธ์...สปส.รายงาน)

 

อัลบั้มภาพ