• ขอเชิญร่วมงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย 3-4-5 เมษายน พ.ศ.2562

กรุงเทพมหานคร ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองทางอากาศ พร้อมแนะนำประชาชนดูแลสุขภาพ

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 24 ธันวาคม 2561 | จำนวนเข้าชม 52 ครั้ง

          (24 ธ.ค.61)เวลา 13.00 น. : นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานฉีดละอองน้ำเพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองพื้นที่วิกฤต ในกรุงเทพฯ บริเวณถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดภาวะอากาศคล้ายหมอก ซึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์สภาวะอากาศนิ่ง ลมสงบ ทำให้ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (pm2.5) และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 10 ไมครอน (pm10) ในอากาศกระจายตัวได้น้อยและเกิดการสะสมตัวในปริมาณมาก กลายเป็นมลพิษทางอากาศ ปรากฏการณ์นี้จะพบในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ระบบทางเดินหายใจ

          ทั้งนี้กรุงเทพมหานครมีความห่วงใยในสุขภาพและอนามัยของประชาชน จึงให้สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับสำนักงานเขต 50 เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ โดยในวันนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตดินแดง รวมจำนวน 150 คน รถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน รถฉีดพ่นน้ำระยะไกล 2 คัน รถบรรทุกน้ำ 14 คัน ลงพื้นที่ทำความสะอาดฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่นละอองในอากาศ และในคืนนี้ เวลา 21.00 น. โดยประมาณ กรุงเทพมหานครจะดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำ ดูดฝุ่น และล้างทำความสะอาด ถนนพญาไทและบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และจะดำเนินการเช่นเดียวกันนี้ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่จนกว่าค่าฝุ่นละอองในอกาศจะอยู่ในระดับเกณฑ์มาตรฐาน

          กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการควบคุมปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่

          รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้กำชับให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการในการควบคุมปัญหาฝุ่นละออง เช่น โครงการตรวจเข้มรถยนต์ควันดำพื้นที่กรุงเทพฯ โครงการนำร่องถนนอากาศสะอาด โดยเข้มงวดการดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น การเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ การควบคุมมลพิษที่แหล่งกำเนิด อาทิ สถานที่ก่อสร้าง ยานพาหนะ และเตาเผาศพ ให้เป็นไปตามมาตรฐานและถูกสุขลักษณะ การล้าง ทำความสะอาดถนน การปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการจราจร ให้มีสภาพคล่องตัวเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองจากท่อไอเสีย ตลอดจนการประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกในการรักษาคุณภาพอากาศ รวมทั้งการติดตามตรวจสอบโครงการก่อสร้างต่างๆ ให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมฝุ่นละอองในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจัดเตรียมยาให้พร้อมสำหรับประชาชนทั่วไป และประชาชนกลุ่มเสี่ยง จัดเตรียมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กสำหรับประชาชนและเจ้าหน้าที่ และประสานแจ้งโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ฯลฯ เพื่อขอความร่วมมืองดกิจกรรมนอกอาคาร

          ขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขภาพ และงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง

          รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้ายว่า ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขภาพ และขอให้ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอได้ที่แอพพลิเคชั่น Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ และงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง เช่น การงดสูบบุหรี่ งดการใช้รถยนต์ส่วนตัว งดการเผาในที่โล่งแจ้ง ฯลฯ หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านหรืออาคาร หรือจำกัดเวลาในการทำกิจกรรมที่ออกนอกบ้านหรืออาคารให้น้อยลง สวมใส่หน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (N95) กรณีที่ต้องอยู่นอกอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีปริมาณฝุ่นละอองสูง ปิดประตู หน้าต่าง ไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าภายในอาคาร รวมทั้งดูแลทำความสะอาดภายในอาคารด้วยการเช็ด ถู หลีกเลี่ยงการกวาดเนื่องจากทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่นผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดหรือโรคระบบทางเดินหายใจ ควรงดออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง ควรจำกัดเวลาในการออกกำลังกายและกิจกรรมที่ออกแรงหนัก รวมทั้งให้ความสำคัญในการสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย ควรจัดเตรียมยาหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมเสมอ

          สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (pm2.5) ประจำวันจันทร์ที่ 24 ธ.ค.61 เวลา 08.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานครตรวจวัดได้ 39-72 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)พบว่าเกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 20 เขต คือ 1.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม. 2.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม. 3.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 มีค่าเท่ากับ 70 มคก./ลบ.ม. 4.เขตปทุมวัน บริเวณริมถนนจามจุรีสแควร์ เยื้อง MRT สามย่าน มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 5.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม. 6.เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอย ถนนเซนต์หลุยส์ มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม. 7.เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก มีค่าเท่ากับ 64 มคก./ลบ.ม. 8.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 9.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีค่าเท่ากับ 72 มคก./ลบ.ม. 10.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ มีค่าเท่ากับ 58 มคก./ลบ.ม. 11.เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ มีค่าเท่ากับ 65 มคก./ลบ.ม. 12.เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม. 13.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36) มีค่าเท่ากับ 58 มคก./ลบ.ม. 14.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร มีค่าเท่ากับ 64 มคก./ลบ.ม. 15.เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 16.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ มีค่าเท่ากับ 61 มคก./ลบ.ม. 17.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม. 18.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน มีค่าเท่ากับ 62 มคก./ลบ.ม. 19.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม มีค่าเท่ากับ 58 มคก./ลบ.ม. 20.เขตราชเทวี บริเวณสำนักงานเขตราชเทวี มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.

          ส่วนสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า เกินมาตรฐานจำนวน 5 เขต คือ 1.เขตบางขุนเทียน บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม. 2.เขตบางกะปิ แขวงคลองจั่น มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 3.เขตธนบุรี บริเวณริมถนนอินทรพิทักษ์ มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม. 4.เขตวังทองหลาง บริเวณริมถนนลาดพร้าว มีค่าเท่ากับ 59 มคก./ลบ.ม.
5.เขตดินแดง บริเวณริมถนนดินแดง มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม.
—————(อรรจน์ชญาณ์... สปส. รายงาน)

อัลบั้มภาพ