ขึ้นปีที่ 16 ภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มุ่งมั่นพัฒนางานดูแลความปลอดภัยประชาชนต่อเนื่อง

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 2 พฤศจิกายน 2561 | จำนวนเข้าชม 137 ครั้ง

 

           (2 พ.ย. 61) นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี 2561 และมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการดีเด่น ลูกจ้างประจำดีเด่น สถานีดับเพลิงดีเด่น นักดับเพลิงแกร่ง นักดับเพลิงบริการประชาชนดีเด่น และบุคคลผู้ให้การสนับสนุนงานด้านป้องกันและเทาสาธารณภัยประจำปี 2561 โดยมี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหารสำนักเทศกิจ ร่วมพิธีเปิดงาน ณ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี

           ทั้งนี้ เดิมกองบังคับการตำรวจดับเพลิง สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีภารกิจงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ต่อมาคณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้ถ่ายโอนภารกิจกองบังคับการตำรวจดับเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาอยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2546 กรุงเทพมหานครจึงได้มีมติ ก.ก. ครั้งที่ 8/2546 ลงวันที่ 18 ส.ค. 2546 อนุมัติให้จัดตั้งสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขึ้น เป็นหน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร รับโอนภารกิจการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากสำนักตำรวจแห่งชาติมาอยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับมอบภารกิจและเริ่มภารกิจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. 2546 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

           รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการวางระบบและบริหารจัดการงานด้านสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งบุคลากรต้องมีจิตวิญญาณของนักดับเพลิงและกู้ภัย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง พัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า ทันต่อความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยอยู่บนพื้นฐานของการร่วมคิด ร่วมสร้างสรรค์ และปฏิบัติงานเชิงรุก เพื่อป้องกันมิให้เกิดภัยเป็นประการสำคัญ นอกจากนี้ต้องรู้จักบริหารจัดการทรัพยากรทั้งอัตรากำลัง รถ เรือ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

          รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า นักดับเพลิงเป็นอาชีพที่เสียสละ ต้องอุทิศเวลาเพื่อให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง กรุงเทพมหานครตระหนักถึงปัญหาและอุปสรรคของนักดับเพลิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักประกันความเสี่ยงภัยของเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าหน่วยอื่น การชำรุดและขาดแคลนอุปกรณ์ประจำกายที่จำเป็น สภาพความเป็นอยู่ของอาคารที่พักซึ่งแออัดและไม่เพียงพอ โดยได้เร่งผลักดันแก้ไขเพื่อให้นักดับเพลิงของกรุงเทพมหานครมีคุณภาพชีวิตที่ดี สมกับที่ได้ทุ่มเททำงานเพื่อพี่น้องประชาชน

----------- (พัทธนันท์...สปส. รายงาน)

 

อัลบั้มภาพ