ถอดบทเรียนต่างประเทศมาปรับใช้ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในกรุงเทพฯ

เผยแพร่โดย : ณัฐวุฒิ อยู่พุ่ม | 21 พฤษภาคม 2563 | จำนวนเข้าชม 38 ครั้ง

         (21 พ.ค. 63) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 46/2563 โดย พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะโฆษกกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้แทนสำนัก ผู้แทนกลุ่มเขต และผู้แทนส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)

         สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครวันนี้(21 พ.ค. 63) พบผู้ป่วยโควิด เพิ่ม 2 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมในพื้นที่กรุงเทพฯ รวม 1,533 คน โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้สูงอายุ เพศชาย ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ มีโรคประจำตัว อาทิ เบาหวาน และโรคมะเร็งปอด โดยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จึงได้ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19  ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 1 ราย เป็นชายที่มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง และไม่แสดงอาการป่วย แต่สาเหตุที่ตรวจพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพก่อนการทำงาน  ที่ประชุมจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ระมัดระวังดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล อาทิ สวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างระหว่างบุคคล หมั่นล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ร่วมกับผู้อื่น รวมทั้งขอให้สถานประกอบการและประชาชนที่ประกอบกิจกรรมต่างๆ ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อกำหนดของมาตรการป้องกันและควบคุมคุมการแพร่โรคโควิด-19 ที่ภาครัฐรวมทั้งกรุงเทพมหานครกำหนด เช่น การใช้แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” การปฏิบัติตนในร้านอาหาร  การปฏิบัติตนในสวนสาธารณะ หรือสถานที่ต่างๆ ที่ได้รับการผ่อนปรน  ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในวงกว้างต่อไป

ถอดบทเรียนต่างประเทศมาปรับใช้กับกรุงเทพมหานคร

          นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้นำแนวทางการปฏิบัติ ผลการปฏิบัติ จากประสบการณ์ของประเทศต่างๆ อาทิ สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐฝรั่งเศส  สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศอังกฤษ ที่ใช้ในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทั้งในส่วนที่ประสบผลสำเร็จและไม่สำเร็จ ทั้งก่อนและหลังการผ่อนปรนมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดฯ ของประเทศนั้นๆ  มาศึกษาวิเคราะห์และปรับใช้กับการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ  อาทิ กรณีการแพร่ระบาดของโรคในโรงเรียนของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสสั่งปิดโรงเรียนที่มีรายงานการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ทันที เพื่อค้นหาสาเหตุ  กรณีศึกษาการแพร่ระบาดซ้ำในสถานบันเทิงย่านอีแทวอน กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี แนวทางพัฒนาการขนส่งสาธารณะภายหลังการปิดเมืองเนื่องจากโควิด 19 ของสหราชอาณาจักร แนวทางพัฒนาการขนส่งสาธารณะด้วยมาตรฐานสุขภาพและการติดตามผู้สัมผัสเชื้อ ของประเทศจีน  เป็นต้น

 

กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจแนะนำเข้มข้นจริงจัง

         ทั้งนี้ที่ประชุมได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต ตำรวจนครบาล และ กอ.รมน.กทม. ตรวจแนะนำสถานประกอบการ และสถานที่ประกอบกิจกรรมทุกประเภทอย่างเข้มข้น อาทิ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านค้า ร้านอาหาร โดยเฉพาะในสวนสาธารณะ เพื่อให้คำแนะนำประชาชนปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรการผ่อนปรนอย่างเคร่งครัด  ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล  และประสานผู้ให้บริการสถานประกอบการต่างๆ ตลอดจนให้คำแนะนำร้านค้า สถานประกอบการ จัดทำคิวอาร์โค้ดของแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ" ติดตั้งหลายจุด เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่จะสแกน และขอให้ร้านค้า สถานประกอบการขอความร่วมมือประชาชนสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อเช็คอินก่อนเข้ารับบริการ และหลังจากออกจากสถานประกอบการทุกครั้งด้วย

------------------------------

อัลบั้มภาพ