รอผลสอบวินัย 3 เทศกิจคลองเตยวันนี้ ยอดค่าปรับขี่/จอดบนทางเท้า 3 เดือน รวมเกือบ 6 ล้าน

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 15 ตุลาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 104 ครั้ง

         (15 ต.ค.62) เวลา 09.30 น. : นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมแนวดิ่งสำนักเทศกิจ เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่เทศกิจ โดยมีผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักเทศกิจ และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 50 เขต ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกรุงธน 3 สำนักเทศกิจ

         ที่ประชุมรายงานว่า สำนักเทศกิจได้ดำเนินนโยบายด้านการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย โดยจัดทำแผนปฏิบัติการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย เพื่อคืนทางเท้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยมีเป้าหมายยกเลิกจุดผ่อนผันให้ครอบคลุมพื้นที่ 50 สำนักงานเขต จำนวน 683 จุด ณ ปัจจุบันได้ดำเนินการประกาศยกเลิกจุดผ่อนผันเรียบร้อยแล้ว จำนวน 508 จุด ยังเหลือจุดผ่อนผันที่อยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิกอีก จำนวน 175 จุด ในพื้นที่ 19 สำนักงานเขต ซึ่งในรอบเดือน ต.ค. 62 มี 2 สำนักงานเขต เสนอยกเลิกจุดผ่อนผัน ได้แก่ เขตบางกอกน้อย และเขตคลองสาน ขณะนี้สำนักเทศกิจอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเพื่อเสนอผู้บริหารลงนามประกาศยกเลิก ทั้งนี้ตามแผนปฏิบัติการจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. 62 สำหรับการดำเนินการโครงการกวดขันรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จอดหรือขับขี่บนทางเท้า ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 61-13 ต.ค. 62 สำนักงานเขต จับกุม 24,337 ราย ว่ากล่าวตักเตือน 4,224 ราย ดำเนินคดี 18,049 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดี 2,064 ราย ปรับเป็นเงิน 17,335,300 บาท โดยระหว่างวันที่ 1-13 ต.ค. 62 สำนักงานเขตจับกุม 614 ราย ดำเนินคดี 600 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดี 14 ราย ปรับเป็นเงิน 1,176,500 บาท ส่วนการดำเนินการกรณีป้ายโฆษณาที่ติดตั้งในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 61-13 ต.ค. 62 สำนักงานเขตจัดเก็บ 126,497 ป้าย แจ้งความดำเนินคดี 49 ราย จับปรับ 2,964 คดี ปรับเป็นเงิน 9,424,400 บาท โดยระหว่างวันที่ 1-13 ต.ค. 62 สำนักงานเขต จัดเก็บ 2,782 ป้าย จับ-ปรับ 106 คดี ปรับเป็นเงิน 368,900 บาท

        รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่เทศกิจเขตคลองเตยเรียกรับเงินผู้ค้ารถเข็นผลไม้ ทันทีที่ทราบเรื่องได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตคลองเตยตั้งกรรมการสอบสวนวินัยทันที โดยในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีการสอบสวนเจ้าหน้าที่เทศกิจทั้ง 3 นายนอกรอบ พบว่ามีมูลความผิด จึงมีคำสั่งให้ทั้ง 3 นายออกจากราชการไว้ก่อน โดยในช่วงเช้าของวันนี้ (15 ต.ค.62) จะมีการสอบสวนอย่างจริงจังและเป็นลายลักษณ์อักษร คาดว่าภายในวันนี้หรืออย่างช้าวันพรุ่งนี้น่าจะทราบผลการสอบสวนว่าจะให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 รายออกจากราชการเลยหรือไม่ อย่างไรก็ตามขอให้รอผลสรุปจากคณะกรรมการสอบสวนก่อน ทั้งนี้ ถนนสุขุมวิททั้งเส้นไม่ใช่จุดผ่อนผัน เป็นถนนที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและตนได้ลงพื้นที่และตักเตือนไปหลายครั้ง แต่ยังมีผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยมาทำการค้าอยู่ พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจึงชัดเจนได้ว่าที่ยังมีผู้ค้าอยู่นั้นอาจเพราะมีเจ้าหน้าที่บางคนรับเงินจากผู้ค้าทำให้ยังขายได้

         รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการกวดขันจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย ได้กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจอย่างต่อเนื่องในการกวดขันจุดผ่อนผันที่ยกเลิกแล้วรวมทั้งจุดที่ไม่ใช่จุดผ่อนผันห้ามไม่ให้มีผู้ค้าทำการค้าโดยเด็ดขาด หากตนลงตรวจพื้นที่แล้วพบในครั้งแรกจะให้ใบเหลืองก่อน หากมีครั้งที่ 2 จะพิจารณาโยกย้ายทั้งชุด สำหรับจุดผ่อนผันที่ยังเหลือ 175 จุด ต้องจัดระเบียบให้ดีจุดไหนที่จัดไม่ดีหรือไม่เรียบร้อยก็จะพิจารณายกเลิก ส่วนจุดไหนที่จำเป็นก็ยังให้มีอยู่ อย่างที่ทราบกันว่า กทม. เป็นมหานครแห่ง Street Food จะไม่ให้มีการค้าขายเลยคงเป็นไปไม่ได้ จึงมอบหมายสำนักเทศกิจพิจารณาว่าผู้ค้าต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ทางเท้ากว้างเท่าไหร่ เป็นจุดที่มีอัตลักษณ์หรือไม่ เป็นต้น เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาจุดผ่อนผันทั้ง 175 จุด ว่าจุดใดมีความจำเป็น เหมาะสม และเป็นระเบียบเรียบร้อยจะให้คงอยู่ หากจุดใดที่สำรวจแล้วไม่สามารถดำเนินการตามที่ กทม. กำหนดได้ก็ต้องยกเลิกไป ส่วนการโครงการกวดขันรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จอดหรือขับขี่บนทางเท้า กทม. ดำเนินการเข้มงวดอย่างเต็มที่ แต่ที่ยังมีผู้ฝ่าฝืน เรียกได้ว่าเป็นความเคยชินและมักง่ายของผู้ขับขี่ ตรงจุดไหนที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ก็พร้อมที่จะฝ่าฝืน ซึ่งตนได้ย้ำเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจพื้นที่ตามจุดต่างๆ นอกจากการประจำจุดตั้งโต๊ะจับปรับเพียงอย่างเดียว ซึ่งตั้งแต่มีการขึ้นค่าปรับจาก 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 62 เป็นต้นมา ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน มียอดค่าปรับรวมเกือบ 6 ล้านบาท ถือว่า กทม. ทำงานเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังมีผู้ฝ่าฝืนคงต้องแก้ที่จิตสำนึกของคน


————(อรรจน์ชญาณ์... สปส. รายงาน)

 

อัลบั้มภาพ