สภากทม.รณรงค์ไม่ให้ทิ้งขยะและน้ำเสียลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 27 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 50 ครั้ง

          (27 ม.ค.63) เวลา 09.30 น. นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ ประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง สำนักการระบายน้ำ สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการโยธา สำนักงานเขตพระนคร ลงพื้นที่ท่าช้าง เขตพระนคร รณรงค์ให้ผู้ประกอบการริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นักท่องเที่ยวและประชาชนไม่ทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการวิสามัญชุดดังกล่าว ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่รณรงค์ให้ชาวชุมชนที่อาศัยอยู่ริมคลองและริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงสู่ลำน้ำสาธารณะ อย่างต่อเนื่อง โดยในการรณรงค์ได้เปิดโอกาสให้ชาวชุมชนได้แสดงความคิดเห็น เพื่อให้ชาวชุมชนตระหนักถึงความสำคัญ และร่วมเป็นกำลังหลักในการรักษาแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นสายน้ำแห่งชีวิตของแผ่นดินอย่างยั่งยืน

         นายไพฑูรย์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ของคณะกรรมการวิสามัญฯ ครั้งนี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ที่อยู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งริมคลองสายหลัก ซึ่งเชื่อมต่อสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ พื้นที่ฝั่งธนบุรีจากสะพานพระพุทธยอดฟ้าถึงวัดกัลยาณมิตร พื้นที่ฝั่งพระนคร ตั้งแต่บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองตลาด ผ่านโรงเรียนราชินีสิ้นสุดที่บริเวณท่าช้าง จากท่าช้างผ่านท่ามหาราชสู่บริเวณท่าพระจันทร์ พื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร บริเวณท่าเตียน เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้มีความใส สะอาด สวยงาม ปราศจากขยะ รวมทั้งขอความร่วมมือ งดทิ้งขยะ น้ำเสียคงแม่น้ำ คู คลอง ติดตั้ง ถังดักไขมัน และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 อย่างไรก็ดี การรณรงค์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ และประชาชน ในการแสดงความรับผิดชอบร่วมกันในการอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเส้นทางการคมนาคมทางน้ำสายหลัก ของกรุงเทพมหานครทั้งในอดีตและปัจจุบัน และเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของภาคกลาง ทั้งในด้านการเดินทางและวิถีการดำรงชีวิต นอกจากนี้แม่น้ำเจ้าพระยายังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง ประกอบกับในปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวใช้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการเส้นทางหลักในการไปสู่แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำอื่นๆ จำนวนมาก

         กรุงเทพมหานครจึงขอเชิญชวนประชาชน และทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนให้แม่น้ำเจ้าพระยาคืนสู่ความสะอาดสดใสและเป็นธรรมชาติ อันจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็น "แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก” ตามที่กองทุนโบราณสถานโลกได้ประกาศให้ แม่น้ำเจ้าพระยาเป็น 1 ใน 28 สายน้ำประวัติศาสตร์ที่เป็นแหล่งมรดก ทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ต่อไป

 

อัลบั้มภาพ