ฟัน 86 คลินิก โกงบัตรทอง

เผยแพร่โดย : ศิวพงษ์ กลุ่มกรุงเทพตะวันออก | 30 กรกฎาคม 2563 | จำนวนเข้าชม 59 ครั้ง

 

          ค้นทั่วกรุง-ปริมณฑล สปสช.สอบเจอเพียบ


          ทุจริตงบบัตรทอง! สปสช.อึ้งยิ่งสอบยิ่งเจอ! ลุยแจ้งความเอาผิดคลินิกโกงงบบัตรทองแล้ว 86 แห่ง ขยายผลระดมเจ้าหน้าที่ร่วม500 คน ปูพรมตรวจสอบคลิกนิกทั่ว กทม.ปริมณฑล คาดเสร็จเดือน ส.ค.นี้ ลั่นเรียกเงินคืนทั้งหมด พร้อมค่าเสียหาย-ค่าปรับด้วย แถมฟ้องร้องเอาผิด ก.ม.สถานพยาบาล-วิชาชีพซ้ำอีก ขณะที่ดีเอสไอสนธิกำลัง 3 หน่วยงาน เข้าตรวจค้นคลินิกเวชกรรมและทันตกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปทุมธานีหลังพบความผิดปกติส่อทุจริตงบบัตรทอง


          เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. แถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินการเอาผิดหน่วยบริการทุจริตเงินบัตรทองว่าจากที่ สปสช. ตรวจพบว่าคลินิกชุมชนอบอุ่นทำเอกสารหลักฐานเท็จ เพื่อเบิกเงินค่าบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในกลุ่มของโรคเมตาบอลิก 18 แห่ง และเข้าแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว จากนั้นมีการตรวจสอบเพิ่มพบคลินิกทันตกรรมอีก 2 แห่งที่คลินิกทันตแพทย์สมรักษ์ และคลินิกทันต แพทย์อนุสรณ์ เบิกจ่ายทุจริตแบบเดียวกันจึงได้แจ้งความเอาผิดเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา และยังพบห้องปฏิบัติการ (Lab) 2 แห่ง สมรู้ร่วมคิด บริษัทสยามเมดิคัลไฮคิวแลป จำกัด และบริษัท โปรเซ็นทรัล เมดิคอล กรุ๊ป จำกัดที่ตั้งอยู่ใน จ.ปทุมธานี โดยได้แจ้งความเมื่อ วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา


          นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการขยายผลการตรวจสอบคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ตรวจเจอความผิดอีก 63 แห่ง เมื่อตรวจสอบต่อพบอีก 3 แห่งเป็นคลินิกทันตกรรม รวมแล้วมีสถานพยาบาลที่มีการทุจริต 66 แห่ง และได้ดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ทั้งนี้เมื่อรวมการตรวจสอบสถานพยาบาลทุจริตรอบแรก 20 แห่ง (ไม่รวบแล็บ 2 แห่งที่สมรู้ร่วมคิด) และทุจริตรอบ 2 จำนวน 66 แห่ง เท่ากับมีสถานพยาบาลทุจริต 86 แห่ง ทั้งนี้จากการหารือร่วมกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 8 แสนคน ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุขได้สั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงร่วมดูแลด้วย


          ด้าน นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่าคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตกรณีดังกล่าวมีแผนที่จะสอบขยายผลไปยังคลินิกชุมชนอบอุ่นและคลินิกทันตกรรมทั้งหมดใน กทม. และจังหวัดปริมณฑล ย้อนหลังไปจนถึงปี 2553 แต่เฟสแรกจะตรวจสอบใน กทม. ให้ครบก่อน ขณะนี้ยังเหลือคลินิกอบอุ่นประมาณ 107 แห่ง และคลินิกทันตกรรม 66 แห่ง จึงได้ระดมผู้ตรวจสอบ 300 กว่าคน และเจ้าหน้าที่สมทบอีก 100 กว่าคนมาดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค. 63 ก่อนเริ่มเฟสต่อ ๆ ไปจนครอบคลุมงบประมาณที่มีการทุจริตโดยหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อเรียกคืนเงินทั้งหมด


          ขณะที่ นายวีระพงศ์ เจริญเกตุ ผอ. สำนักกฎหมาย สปสช. กล่าวว่า ขณะนี้มีการดำเนินการเอาผิดสถานพยาบาลทั้ง 86 แห่งไปแล้ว แต่เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมายหลายฉบับ สปสช. จึงดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม หากพบความผิดอะไรจะทยอยส่งพนักงานสอบสวนเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันนอกจาก สปสช. จะติดตามเรียกเงินคืนแล้ว ยังจะเรียกค่าเสียหายและค่าปรับ โดยอยู่ระหว่างการประเมินค่าเสียหายทั้งหมด เมื่อได้ตัวเลขที่ชัดเจนจะเร่งดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งคลินิกที่เกี่ยวข้อง ส่วนกฎหมายสถานพยาบาล และ พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม ได้ส่งให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาแล้ว


          ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. พ.ต.ท. กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ สนธิกำลังร่วมกับกองบังคับการปราบปรามกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 4 แห่งใน จ.ปทุมธานี และกรุงเทพฯ


          ประกอบด้วย 1.บริษัทสยามเมดิคอล ไฮคิว แล็บ จำกัด 2.บริษัทโปรเซ็นทรัล เมดิคอล กรุ๊ป จำกัด 3.คลินิกทันตแพทย์สมรักษ์และ 4.คลินิกทันตแพทย์อนุสรณ์ ผลการตรวจค้นได้ยึดเอกสารการรักษาใบเสร็จ เวชระเบียน และเครื่องคอมพิวเตอร์ ไว้เพื่อตรวจสอบ หลังจากเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขจากเงินงบประมาณของ สปสช. ที่อาจส่อไปในทางไม่สุจริต.