'ป้ายรถเมล์'อัจฉริยะ กทม.ตั้งเป้า350แห่ง 'เช็ก-ชาร์จ-แชร์'ฟรี!

เผยแพร่โดย : ศิวพงษ์ กลุ่มกรุงเทพตะวันออก | 31 กรกฎาคม 2563 | จำนวนเข้าชม 20 ครั้ง

 

          กทม.เปิดตัว'ป้ายรถเมล์'โฉมใหม่อัจฉริยะ'เช็ก ชาร์จ แชร์'ฟรี! ปี'64 ตั้งเป้า 350 แห่งทั่วกรุง แยกเป็นแบบฟูล ฟังก์ชั่น 100 หลัง-แบบไลท์ ฟังก์ชั่น 250 หลัง


          เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. นำคณะผู้บริหาร กทม.ลงพื้นที่ตรวจการติดตั้งศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางอัจฉริยะ (Smart Bus Shelter) เช็ก ชาร์จ แชร์ ได้ฟรี และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่บริเวณด้านหน้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 เขตห้วยขวาง กทม.


          พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ร่วมกับบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) พัฒนาและปรับปรุงศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางรูปแบบเดิม ให้เป็นศาลาที่พัก ผู้โดยสารรถประจำทางอัจฉริยะรูปแบบใหม่ที่สามารถนำร่องให้ประชาชนได้ใช้เป็นแห่งแรก บริเวณแยกพระราม 9 ฝั่งเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 และกำหนดปรับปรุงศาลาที่พักผู้โดยสารให้เป็นรูปแบบใหม่ในระยะแรก จำนวน 350 หลัง ภายในปี 2564 เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ มีความทันสมัย อีกทั้งสอดคล้องกับ รูปแบบการใช้ชีวิตของประชาชน เพื่อให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะมากขึ้น ลดมลพิษทางอากาศ มีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน ตลอดจนบริหารจัดการเวลาในการวางแผนการเดินทาง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป


          "สำหรับศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางอัจฉริยะรูปแบบใหม่ที่ กทม.จะดำเนินการนั้น มี 2 รูปแบบคือ แบบ ฟูล ฟังก์ชั่น (Full Function) 100 หลัง และแบบไลท์ ฟังก์ชั่น (Light Function) 250 หลัง โดยแบบฟูล ฟังก์ชั่น จะมีระบบบอกสายรถโดยสารประจำทาง และเวลาการมาถึงของรถโดยสารประจำทางบนจอแอลเอฟดี (LFD) ขนาด 32 นิ้ว เพื่อให้ประชาชนที่ใช้บริการวางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) และระบบไฟฟ้าส่องสว่าง พร้อมทั้งระบบการแสดงข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์ของ กทม. บนจอแสดงผลขนาด 55 นิ้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารของ กทม." ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว และว่า นอกจากนี้ ยังมีระบบชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ และฟรีไว-ไฟ (Free Wi-Fi) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้โดยสารรถประจำทางในปัจจุบัน สอดรับกับนโยบาย Smart Bus Shelter ตามแนวคิดการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งในส่วนของไลท ฟังก์ชั่น จะไม่มีจอแสดง ผลขนาด 55 นิ้ว และระบบไว-ไฟ เราเตอร์ (Wi-Fi Router)


          พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กทม.ยังได้พัฒนาระบบบอกเวลาการมาถึงของรถโดยสารประจำทางที่พัฒนาสำหรับแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือผ่านแอพพลิเคชั่น Via Bus เพื่อให้บริการค้นหาป้ายและสายรถโดยสารประจำทาง เส้นทางการเดินรถของแต่ละสาย การค้นหาวิธีการเดินทางแต่ละจุด การแสดงป้ายรถประจำทางที่อยู่ใกล้ที่สุด การแสดงตำแหน่ง และระยะเวลาที่จะมาถึงของรถโดยสารประจำทางที่จะผ่านแต่ละป้ายทั้งในรูปแบบของข้อความหรือแผนที่ รวมทั้งการแสดงข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการจราจรและการเดินทางอื่นๆ โดยปัจจุบันสามารถให้บริการข้อมูลตำแหน่งและระยะเวลารถที่จะมาถึงป้ายเฉพาะรถโดยสารของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ที่ติดสัญญาณจีพีเอส (GPS) เท่านั้น และอยู่ระหว่างการพัฒนาข้อมูลให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น


          "วันนี้เป็นวันแรกที่กรุงเทพฯ จะมีป้ายรถประจำทางแบบอัจฉริยะ ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯ มีป้ายรถประจำทางอยู่แล้วกว่า 5,000 หลัง และสามารถใช้การประมาณ 3,000 หลัง กทม.จึงพยายามที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยร่วมมือกับ ขสมก. ซึ่งให้บริการรถโดยสารประจำทางรวมจำนวนกว่า 3,000 คัน และรถร่วมบริการอีกประมาณ 3,000 คัน พัฒนาป้ายรถประจำทางอัจฉริยะนำร่องจุดแรกเพื่อศึกษาถึงข้อบกพร่องต่างๆ แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีและทันสมัยขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ หรือผู้ที่จะต้องอาศัยรถประจำทางในการเดินทาง โดยป้ายรถประจำทางอัจฉริยะนี้พร้อมให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แก่ผู้ที่รอรถโดยสาร อาทิ ที่ชาร์จสำหรับโทรศัพท์ ระบบไว-ไฟ กล้องซีซีทีวี เชื่อมต่อระบบไปยังศูนย์บริหารจัดการกล้องซีซีทีวีของ กทม.และของสถานีตำรวจ" ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว


          พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า จะปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนของกันสาด และส่วนของด้านหลังป้ายเพื่อกันฝนให้ผู้โดยสารขณะรอรถ โดยภายใน 1 ปี จะติดตั้งป้ายรถแบบฟูล ฟังก์ชั่น ให้ได้ 100 หลัง และแบบไลท์ ฟังก์ชั่น อีก 250 หลัง ภายในปี 2563 คาดแล้วเสร็จ 200 หลัง และภายในเดือนเมษายน 2564 จะติดตั้งครบทั้ง 350 หลัง โดยจะติดตั้งป้ายรถประจำทางแบบอัจฉริยะในจุดที่มีประชาชนใช้บริการรถประจำทางเป็นจำนวนมาก และขยายโครงข่ายให้ทั่วกรุงเทพฯ ต่อไป