เกี่ยวกับ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
- กรุงเทพมหานคร แบ่งการปกครองเป็น 50 เขตปกครอง (มี 61 เขตเลือกตั้ง)
- จำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 61 คน ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี
- พื้นที่เขตที่มี ส.ก. ได้ 1 คน มีจำนวน 39 เขต
- พื้นที่เขตที่มี ส.ก. ได้ 2 คน มีจำนวน 11 เขต ได้แก่ เขตบางเขน เขตจตุจักร เขตดอนเมือง เขตสายไหม เขตลาดกระบัง เขตคลองสามวา เขตบางกะปิ เขตประเวศ เขตจอมทอง เขตบางแค และเขตบางขุนเทียน
- คุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ก.
1) มีสัญชาติไทย โดยการเกิด
2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง คือ ผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2528
3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นเวลาติดต่อกันจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับกรุงเทพมหานครเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง
- ผู้ควบคุมและรับผิดชอบการจัดการเลือกตั้ง คือ
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
- คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.)
- คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (กกต.ทถ.กทม.หรือ กกต.ท้องถิ่น)
- กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ช่วยเหลือดำเนินการเลือกตั้งตามที่ได้รับมอบหมาย โดยส่วนใหญ่จะได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการเลือกตั้ง
- กฎหมายและระเบียบที่ใช้ในการเลือกตั้ง ส.ก. ได้แก่
1) พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2546
2) ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
- จำนวนประชากร 50 เขตปกครอง 5,702,595 คน
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยประมาณ 4,259,643 คน
- จำนวนหน่วยเลือกตั้ง 6,433 หน่วย
- คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก.
1) มีสัญชาติไทย หรือมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม 2553 ซึ่งคือ ผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 3 มกราคม 2535
3) มีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง คือ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งก่อนวันที่ 30 สิงหาคม 2552
- วงเงินค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ก.
- คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กำหนดไว้ไม่เกินคนละ 800,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายจะนับรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายใน 60 วันก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่ง (22 พ.ค.53) จนถึงวันเลือกตั้ง (29 ส.ค.53)
- ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง มีดังนี้
- ค่าใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง
- ค่าจ้างแรงงานทุกประเภทเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งต้องไม่ขัดกับสภาพความเป็นจริง
- ค่าเช่าและค่าตกแต่งสถานที่
- ค่าเช่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
- ค่าจัดซื้อหรือเช่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง
- ค่าโฆษณาในสื่อต่างๆ
- ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง
- ค่าสาธารณูปโภค และค่าไปรษณียากร
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่สุจริต
- ภายใน 90 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งซึ่งรับรองความถูกต้อง พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความจริงต่อ กกต.กทม.
- การลงคะแนน หนึ่งคน หนึ่งเสียง (One Man One Vote) หากกากบาท (X) เกินจะทำให้เป็นบัตรเสีย
- ไม่มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า
- ข้อพึงระวัง
- ห้ามจำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง (28 ส.ค.53)จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง เวลา 24.00 น.ของวันที่ 29 ส.ค.53 ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง ต้องแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ก. ในวันเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ สำนักงานเขตท้องที่ โดยสามารถแจ้งเหตุด้วยตนเอง มอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการ หรือ ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน ดังนี้
- รอบแรก แจ้งก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 7 วัน คือ ภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2553
- รอบสอง แจ้งภายใน 7 วันนับจากวันเลือกตั้ง จนถึงวันที่ 5 กันยายน 2553
- หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. จะเสียสิทธิทางการเมือง 6 ประการ
1) สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
2) สิทธิร้องคัดค้านการเลือกตั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
3) สิทธิสมัครรับเลือกตังเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
4) สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
5) สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
6) สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
- การนับคะแนนเลือกตั้ง ณ สถานที่นับคะแนนของแต่ละเขตเลือกตั้ง
คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จะนำหีบบัตรเลือกตั้งซึ่งบรรจุบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ส่งให้กรรมการนับคะแนน ณ สถานที่นับคะแนนเพียงแห่งเดียวของแต่ละเขตเลือกตั้ง ซึ่งสถานที่นับคะแนนส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ ณ สำนักงานเขต
- การประกาศผลการนับคะแนน และ การประกาศผลการเลือกตั้ง
- เมื่อรวมผลคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว จะประกาศผลการนับคะแนน ณ สถานที่นับคะแนน
- คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (กกต.ท้องถิ่น) เป็นผู้ประกาศผลการนับคะแนน
- กกต.ท้องถิ่น จะส่งประกาศผลการนับคะแนนของแต่ละเขตเลือกตั้งไปยัง กกต.กทม. เพื่อส่งต่อไปให้ กกต. (ระดับชาติ) เป็นผู้ประกาศผลการเลือกตั้ง
- การร้องคัดค้านการเลือกตั้ง
- ผู้สมัคร หรือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 คน มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านได้ภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
- ให้ยื่นต่อ กกต. ซึ่งเป็นผู้วินิจฉัย โดยอาจยื่นผ่าน กกต.กทม. เพื่อพิจารณาก่อน
- งบประมาณ
- กรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณสำหรับใช้ในการเลือกตั้งทั้งหมด เว้นแต่ค่าใช้จ่ายของ กกต. และ กกต.กทม.
- กรุงเทพมหานคร ตั้งงบประมาณเพื่อการเลือกตั้ง ส.ก. 50 เขต และ ส.ข. 36 เขต เป็นเงินประมาณ 250ล้านบาท
- สถิติการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว (23 ก.ค.49) มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 41.94%
- แจ้งเหตุทุจริตเลือกตั้ง โทร. 1171
| < ย้อนกลับ |
|---|












