ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน
แปลภาษา
pr_bangkok: สำนักงานเขตมีนบุรีรับสมัครครูสอนภาษาจีน 2 อัตรา ยื่นใบสมัครที่ฝ่ายการศึกษา เขตมีนบุรี บัดนี้-25 พ.ค. หรือโทร.0 2540 7172 ในวันเวลาราชการ
17 hours ago from web
pr_bangkok: สำนักการแพทย์กทม.รับจนท.ช่วยปฏิบัติราชการตำแหน่งนักสถิติ/บริหารงานทั่วไป/วิเคราะห์นโยบายและแผน อย่างละ1อัตรา รับสมัครถึง11มิ.ย.โทร.022207534
17 hours ago from web
pr_bangkok: กทม.ประสานกฟน.ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในที่สาธารณะ3,995ดวง ซึ่งคืบหน้าแล้ว75%เหลืออีก1,183ดวง มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน7วัน
17 hours ago from web
powered by TweetXT!
การเฝ้าระวังเหตุก่อการร้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ี้
สาระสำคัญ
น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณี 12 ประเทศในทวีปยุโรปเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังการก่อการร้ายในประเทศไทยว่า รัฐบาลไทยยืนยันความปลอดภัยในสถานที่สาธารณะและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กองทัพ และสภาความมั่นคง แห่งชาติ (สมช.) คอยจับตาและรายงานสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ประสานกับทุกประเทศที่เตือนภัย โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและไม่ให้กระทบ ต่อการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ขอให้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สอท.) ช่วยสื่อสารและ ยืนยันรัฐบาลไทยสามารถดูแลความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง จึงต้องการให้คนไทยและนักท่องเที่ยวสบายใจ (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
นาย อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุจากนี้ไปให้ กต. กระทรวงกลาโหม (กห.) สตช. และ สมช. ร่วมประชุมและกำหนดทิศทางสื่อสารอย่างเป็นทางการ รวมทั้งมอบให้ พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวนี้อีกครั้ง ในวันที่ 16 มกราคม เพื่อแสดงถึงความเชื่อมั่นและเป็นหลักประกันให้ประชาชนทราบว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวและผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย(ไทยรัฐ, เดลินิวส์)
พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า จากการสืบสวนขยายผลชาวต่างชาติมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการก่อการร้ายต่างชาติ ซึ่งไม่ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดี เนื่องจากไม่เข้าข่ายกฎหมาย แต่ได้ซักถามก่อนดำเนินการตามกฎหมายเข้าเมือง เนื่องจากเป็นบุคคลที่เข้าข่าย เป็นภัยต่อความมั่นคง สามารถควบคุมได้ 60 วัน ก่อนจะดำเนินการส่งกลับประเทศ แต่คาดจะใช้เวลาน้อยกว่านั้น หากสิ้นสุดขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารจะดำเนินการส่งตัวกลับทันที ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
จากผลการจับกุมตัวชาวต่างชาติเท่ากับเป็นการล้มแผนขบวนการทั้งหมด จึงขอให้ประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติทุกคนมีความมั่นใจในระบบการรักษาความปลอดภัย ฝ่ายรัฐบาล หน่วยข่าวกรองทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นผลการประสานงานของหน่วยข่าวไทยและหน่วยข่าวกรองต่างประเทศที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้ประมาท ขณะเดียวกันได้มีคำสั่งกำชับ เจ้าหน้าที่สายตรวจเพิ่มความเข้มในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเดินทาง เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี (ด้านความมั่นคง) กล่าวว่า หน่วยงานด้าน ความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ สมช. สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และ กต. ได้ทำงานติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดทุกระยะ และทางราชการไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวช่วงเวลาใดมีบุคคลต้องสงสัยเดินทางเข้า-ออก ประเทศ เพราะเป็นหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่จะต้องติดตามดูแลพฤติกรรมต่างๆ จึงขอย้ำฝ่ายรัฐบาลผู้รับผิดชอบจะดูแลความสงบเรียบร้อย อย่างเต็มที่ ประชาชนไม่ต้องกังวล (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
พล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กห. กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เริ่มมีการเคลื่อนไหวตั้งแต่ วันที่ 18 ธันวาคม 2554 โดยรัฐบาลไทยได้รับรายงานจากฝ่ายการข่าวอิสราเอล ที่เรียกว่า ‘ หน่วยงานมอสสาด ’ (MOSSAD) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สามารถติดตามข่าวต่างๆ ได้อย่างแน่นอนและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายต่างๆ ทั้งตำรวจสันติบาล หน่วยรักษาความปลอดภัย และหน่วยการข่าวของกองทัพถึงข่าวคราวความเคลื่อนไหวของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งยืนยันรัฐบาลทราบข้อมูลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ที่ไม่ได้เข้าไปจับกุม เพราะยังไม่ปรากฏความผิด ประกอบกับมีข้อตกลงกับประเทศอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ที่เป็นฝ่ายข่าวในประเทศไทยว่า เรื่องนี้จะดำเนินการด้วยความเงียบสงบและไม่แพร่งพราย เนื่องจากไม่ต้องการให้มีข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศไทย หรือกรุงเทพฯ เพราะจะทำให้ประชาชนตกใจ มีความกังวล โดยเฉพาะ อย่างยิ่งจะกระทบกับการท่องเที่ยว (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
พล.ต.ต. ปิยะ อุทาโย โฆษก สตช. กล่าวว่า การควบคุมตัวนาย อาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน ผู้ต้องสงสัยอาจก่อเหตุร้าย และการออกภาพสเกตช์ชายชาวตะวันออกกลางอีก 1 ราย ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหา กับนายอาทริส แต่ควบคุมตัวไว้เพื่อซักถามเรื่องต่างๆ ในสถานที่ปลอดภัยและยังไม่ได้ผลักดันออกนอกประเทศ สำหรับชายตามภาพสเกตช์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ไม่มีผู้ใดแจ้งเบาะแสพบชายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากมีการพบชายต้องสงสัยตามภาพ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือโทรศัพท์หมายเลข 191 ได้ทันที ขณะนี้มีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ อาจเป็นไปได้ว่าชายดังกล่าวออกนอกประเทศไปแล้ว หรือยังอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง(มติชน, ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, ข่าวสด, เดลินิวส์)
นาย สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.กต. แถลงกรณีสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์จะเกิดเหตุก่อการร้ายในไทยว่า ได้แจ้งให้เอกอัครทูตไทยในประเทศต่างๆ ชี้แจงให้ประเทศเหล่านั้นเข้าใจสถานการณ์ที่ถูกต้อง เพราะมีผลกระทบที่ทัวร์ประเทศต่างๆ ยกเลิกการเดินทางมาไทย ซึ่งต้องเร่งให้เอกอัครทูตไทยประจำประเทศต่างๆ นำข้อเท็จจริงไปชี้แจงให้เข้าใจสถานการณ์และยืนยันประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมายของการก่อการร้าย(มติชน, ไทยรัฐ, สยามรัฐ)
นาย ธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษก กต. กล่าวว่า กต. ได้ทำความเข้าใจกับประเทศต่างๆ ที่แจ้งเตือนประชาชนของตนเอง โดยอ้างคำเตือนของสหรัฐฯ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กรมต่างๆ ได้หารือและให้ข้อมูลกับบางประเทศที่ออกคำแจ้งเตือนดังกล่าว นอกจากนี้ กต. ได้จัดทำคำแปลการแถลงข่าวของกต. ส่งให้กับคณะทูตประเทศต่างๆ รับทราบ พร้อมกับส่งให้กับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจแล้ว (มติชน, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, ข่าวสด, คม ชัด ลึก,โพสต์ทูเดย์)
นาย ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รผว.กทม. กล่าวว่า หลังจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาออกประกาศ เตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังการก่อการการร้ายในกรุงเทพฯ ได้สั่งการให้คุมเข้มเรื่องกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ) ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ และให้เจ้าหน้าที่คอยตรวจภาพดูความผิดปกติให้ถี่ขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มี นักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯ อยู่มาก รวมถึงนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ทั้งจากยุโรป รวมถึงเอเชีย เช่น ถนนข้าวสาร สุขุมวิท และย่านถนนสีลม พร้อมกับกำชับให้เจ้าหน้าที่เทศกิจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องตรวจตราความผิดปกติให้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยในพื้นที่เกี่ยวข้อง (สำนักข่าวไทย)
เฮซบอลเลาะห์ แปลตามตัวอักษร มีความหมายว่า ‘ พรรคแห่งพระเจ้า ’ เป็นองค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองและการทหารที่ทรงอิทธิพลในประเทศเลบานอน เริ่มแรกจัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มติดอาวุธมุสลิมนิกายชีอะห์กลุ่มเล็กๆ ในช่วงทศวรรษ 1980 โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงิน การทหาร และอาวุธจากอิหร่าน ส่วนทางการเมืองได้รับการสนับสนุนจากซีเรีย โดยมุ่งหมายต่อต้านการเข้ายึดครองโลกมุสลิมของอิสราเอล สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ อิสราเอล โดยประเทศออสเตรเลียและแคนาดา จัดให้กลุ่ม เฮซบอลเลาะห์เป็นองค์กรก่อการร้ายที่สำคัญ (เคียงข่าว–มติชน)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ
นาย ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ การที่สถานทูต 12 ประเทศ ออกคำเตือนประชาชนในประเทศของตนไม่ให้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย เนื่องจากกลุ่มเฮซบอลเลาะห์เตรียมก่อวินาศกรรมในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจ การบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง เพราะรัฐบาลระบุทราบเรื่องดังกล่าว ล่วงหน้าแล้ว และมีการประสานงานภายในอย่างต่อเนื่องกับต่างชาติ และสถานทูต แต่ชาวต่างชาติกลับยังไม่มั่นใจ รัฐบาลจะปกป้องภัยจากผู้ก่อวินาศกรรมได้ (มติชน, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, ไทยรัฐ, เดลินิวส์)
นายก งกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบาย สอท. กล่าวว่า การประกาศเตือนภัยของสหรัฐฯ ที่ระบุชัดเจนจะมีการก่อการร้ายในไทย มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาไทยจะเปลี่ยนใจทันที ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวยุโรป แต่รวมถึงนักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียด้วย ซึ่งเป็นฐานนักท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย (มติชน, สยามรัฐ)
หนังสือพิมพ์ฮาอาเรตซ์ของอิสราเอล รายงานสถานการณ์ภัยคุกคามการก่อการร้ายในไทย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2555 ว่า สำนักต่อต้านการก่อการร้ายอิสราเอล ได้ประกาศเตือนพลเรือนให้หลีกเลี่ยง การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และแนะนำชาวอิสราเอลในกรุงเทพฯ ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่เป็นแหล่งชุมนุมของคนอิสราเอล
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ฮาอาเรตซ์ รายงานรัฐบาลไทยกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อยับยั้งการก่อเหตุร้าย โดยคาดอาจเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งเป็นวันครบรอบการลอบสังหาร อิหมัด มุกห์นิเยห์ (Imad Mughniyeh) แกนนำระดับสูง และหัวหน้าชุดปฏิบัติการของเฮซบอลเลาะห์ ขณะที่ แหล่งข่าวด้านกลาโหมไทย ให้ข้อมูลกับหนังสือพิมพ์ฮาอาเรตซ์ ระบุแม้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน แต่การเตือนภัย ก่อการร้ายยังคงมีผลอยู่ พร้อมเรียกร้องให้ชาวอิสราเอลในประเทศไทยปฏิบัติตามคำสั่งของทางการและ หลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ในช่วงนี้ ประกอบกับรัฐบาลอเมริกา ได้แจ้งรัฐบาลไทย ตั้งแต่ช่วงก่อนคริสต์มาส ได้รับข้อมูลจากอิสราเอล เกี่ยวกับแผนก่อการร้าย โดยมีเป้าหมายที่ชาวตะวันตกและชาวอเมริกันในกรุงเทพฯ(เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, สยามรัฐ)
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 13 มกราคมว่า เว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ แจ้งเตือนพลเมืองอเมริกัน ขอให้ใช้ความระมัดระวังสูงสุดและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังจุด ที่นักท่องเที่ยวตะวันตกนิยมไปรวมตัวกันในกรุงเทพฯ หลังจากมีรายงานว่า กลุ่มก่อการร้ายต่างชาติมีแผนลงมือก่อวินาศกรรมโจมตีจุดท่องเที่ยวต่างๆ ในกรุงเทพฯ ในอนาคตอันใกล้นี้ จึงขอให้พลเมืองอเมริกันใช้ความระมัดระวังเวลาอยู่ในสถานที่สาธารณะต่างๆ ในกรุงเทพฯ หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัย หรือวัตถุต้องสงสัย อาทิ กระเป๋า พัสดุฯลฯ ที่ผิดสังเกต ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที (มติชน, ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, เดลินิวส์, ข่าวสด)
นาง คริสตี้ เคนนีย์ ทูตสหรัฐประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ระบุ ‘ ภัยคุกคามครั้งนี้จริงจัง น่าเชื่อถือและเฉพาะเจาะจงมาที่กรุงเทพฯ ’ (มติชน, ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, เดลินิวส์, ข่าวสด)
นาย ปณิธาน วัฒนายาการ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ระบุ กรณีสหรัฐฯ แจ้งเตือนให้ระวังการก่อการร้ายในกรุงเทพฯ มี 2 ประเด็นที่น่าจะเป็นห่วง คือ (1) การแจ้งเตือนของสถานทูตสหรัฐฯ ผ่านเว็บไซต์และโพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ เหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก และ (2) การที่รัฐบาลอ้างว่าจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว ต้องติดตามว่าการสอบสวนเป็นอย่างไร ที่สำคัญคือ รัฐบาลไทยจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้ประเทศใด ระหว่างสหรัฐฯ หรือประเทศที่เป็นพัธมิตรสหรัฐฯ หรือปล่อยตัวผลักดันออกนอกประเทศ เนื่องจากเรื่องนี้อ่อนไหวมาก และส่งผลต่อสวัสดิภาพของประเทสไทยในอนาคตด้วย เพราะหากส่งสัญญานไม่ดี อาจทำให้ไทยกลายเป็นศัตรูกับขบวนการก่อการร้าย (คม ชัด ลึก, ข่าวสด)
นาย แมทธิว เลวิตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและข่าวกรองจากสถาบันวอชิงตัน กล่าวว่า กลุ่มเฮซบอลเลาะห์เคยมีปฏิบัติการในประเทศไทยแล้วในอดีต หนึ่งในเหตุการณ์ที่โด่งดังคือ ความพยายามที่จะระเบิดสถานทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2537 ขณะที่กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศไทยอีกหลายปี ดังนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นหากเป็นจริงว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่ม เฮซบอลเลาะห์ จึงไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด(มติชน, ไทยรัฐ, โพสต์ทูเดย์)
แม้ พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. จะออกมายืนยันให้ประชาชนผ่อนคลายความกังวล ว่าผู้ที่คิดจะก่อเหตุล้มเลิกแผนการก่อการร้ายไปแล้ว แต่จะให้ความรู้สึกของคนที่กังวลกลับมาเป็นปกติ คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก (รองกรุง–ข่าวสด)
ข้อเสนอแนะ
พล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กห. กล่าวยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมายของการ ก่อการร้าย แต่การที่ผู้ก่อการร้ายมาใช้พื้นที่ในกรุงเทพฯ ดำเนินการ เพราะประเทศไทยมีความสงบมาก (Soft Target ) เป็นเป้าหมายที่อ่อนนุ่มที่ผู้ก่อการร้ายและผู้ที่นำผู้ก่อการร้ายมาเคลื่อนไหว ดังนั้น จึงเห็นว่าจุดหมายที่เกิดขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับทุกจังหวัดในประเทศไทย แต่เกี่ยวกับจังหวัดเดียว คือ กรุงเทพฯ และบางจุดเท่านั้นที่เป็นที่ชุมนุมของชาวอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเช่น ถนนข้าวสารที่มีชาวอิสราเอลอยู่มากที่สุดในกรุงเทพฯ แต่ขอให้คนไทยและชาวต่างชาติที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทย สบายใจ เนื่องจากสถานการณ์ทั้งหมดอยู่ในการ ควบคุมของเจ้าหน้าที่ ส่วนบุคคลที่ต้องการเข้ามาก่อการร้ายได้หลบหนีออกไปหมดแล้ว (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
นาย ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อมีการแจ้งเตือน เหตุก่อการร้าย รัฐบาลควรจะชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับประชาชนและสังคมทราบโดยทันที รวมทั้งควรหาทางแก้ไข โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือ เชิญทูตานุทูตของทุกประเทศเข้ารับฟังความจริงและควรให้เอกอัครราชทูตไทย ในประเทศต่างๆ เดินทางไปให้ข้อเท็จจริงกับทุกประเทศโดยทันที ขณะที่ กต. ควรมียุทธศาสตร์ด้านสื่อ เพื่อแก้ไขภาพลักษณ์ให้ประเทศ เพราะขณะนี้เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ทำให้ยอดการจองโรงแรมในกรุงเทพฯ ลดลง และกำลังลามไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ ในภาคต่างๆ (มติชน, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, ไทยรัฐ, เดลินิวส์)
นายก งกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบาย สอท. กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้หารือร่วมกันและได้ข้อสรุปตรงกันว่ารัฐบาลควรหามาตรการเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในทุกๆ จุดให้ได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และขอให้รัฐบาลเผยแพร่ข่าวสารความคืบหน้ากรณีนี้เป็นระยะๆ จะได้ช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังบริษัทท่องเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่น
นอกจากนี้ ขอฝากให้รัฐบาลเพิ่มความเข้มข้นทั้งเรื่องข่าวกรอง ระบบรักษาความปลอดภัย ของประเทศ ส่วนภาคเอกชนเองได้ขอความร่วมมือให้ทุกสถานประกอบการที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปพักจำนวนมากให้ช่วยกันตรวจตราสิ่งของต้องสงสัย และสิ่งของที่ไม่มีเจ้าของที่ถูกทิ้งไว้ตามบริเวณต่างๆ อย่างเข้มงวด เพื่อช่วยภาครัฐอีกทางหนึ่ง (มติชน, สยามรัฐ)
พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า หน่วยข่าวของสำนักงาน สมช. ได้ประสานข้อมูลกับหน่วยข่าวทุกหน่วยมาโดยตลอด ทั้งการแจ้งเตือนหน่วยพื้นที่ สืบสวนหาข่าว และเพิ่มมาตรฐานรักษาความปลอดภัยทั้งตัวบุคคลและสถานที่ โดยเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยข่าวทำงานอย่างเต็มที่ จนได้ตัวชาวต่างชาติ ซึ่งมีลักษณะน่าสงสัย เป็นไปได้ แต่ไม่ได้พยานหลักฐานชัดเจน ขณะนี้ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ไม่ถึงระดับสูงสุด ไม่ถึงระดับที่ต้องจัดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการก่อการร้าย ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และเลขาธิการ สมช.ทำหน้าที่เลขาคณะกรรมการฯ จึงขอให้ประชาชนคนไทย และชาวต่างชาติสบายใจได้ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วย มีมาตรการสืบสวน ป้องกันเรื่องการก่อการร้ายอย่างเต็มที่ และเฝ้าติดตามสถานการณ์โดยต่อเนื่อง(ไทยรัฐ, มติชน)
ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีคำเตือนจากสหรัฐฯ ขอให้คนไทยและชาวต่างชาติสบายใจได้ว่า ตำรวจไทยทราบเรื่องมาก่อนปีใหม่แล้ว โดยได้รับข่าวจากฝ่ายอิสราเอล ในประเทศไทย ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ชาวเลบานอน ตำรวจจึงได้ตรวจสอบจนพบตัว และเชิญมาสอบสวน โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมืองมาตรา 12 (7) ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย และแจ้งต่อรัฐบาลไปทางอิสราเอล โดย ยืนยันสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องใดน่าเป็นห่วง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถ ควบคุมสถานการณ์ได้ (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ขอให้ประชาชนสบายใจได้ เพราะสถานการณ์ ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะเกิดเหตุร้าย ทั้งถนนข้าวสารและซอยสุขุมวิท 22 เนื่องจากตำรวจได้เพิ่มรถสายตรวจทั้ง บช.น. กองปราบปราม และตำรวจท่องเที่ยวคอยตรวจตราความเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมส่งหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) และสุนัขตำรวจลงพื้นที่แล้ว (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก ต้องมีสติ และตั้งรับต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากข่าวที่เกิดขึ้นมีการแจ้งเตือนมาตามลำดับ และเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ต้องมีการหารือร่วมกัน เพื่อหามาตรการในการเฝ้าระวัง ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงาน ด้านความมั่นคงเฝ้าระวังตั้งแต่ช่วงปีใหม่แล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเรื่องของความร่วมมือประชาคมข่าวกรองของโลกที่ต้องแจ้งเตือนต่อเนื่องกันมา
ทั้งนี้ สิ่งที่จะระมัดระวังได้ดีที่สุดคือ การที่ประชาชนต้องตื่นตัว ช่วยกันดูแล แก้ไข และแจ้งข่าวสาร หรือสิ่งที่ต้องสงสัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่เก็บขยะ หรือดูแลขยะ หรือเวรยามต่างๆ หรือพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สัญลักษณ์ และพื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงพื้นที่ที่หน่วยราชการรับผิดชอบ ซึ่งช่วงนี้เป็นหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองต่างๆ และทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน ดังนั้น ในหน่วยทหารได้มีการแจ้งเตือนให้ระวัง โดยเฉพาะคลังอาวุธ ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยภายนอกเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่หากมีการร้องขอทหารก็พร้อมจะดูแล (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย เนื่องจาก ขณะนี้ได้สั่งการให้ใช้มาตรการเข้มข้น โดยเฉพาะในพื้นที่จุดเสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ทั้งบริเวณถนนข้าวสาร หรือถนนสุขุมวิท 22 และจุดเสี่ยงอื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดยขณะนี้ยังไม่มีเรื่องใดน่าเป็นห่วง ขณะที่ การตรวจสอบยังไม่พบเบาะแสข่าว หรือแนวโน้มว่ากรุงเทพฯ จะเป็นพื้นที่ที่มีการ ถูกลอบก่อการร้ายแต่อย่างใด (ไทยรัฐ, มติชน)
กรณีสถานทูตสหรัฐฯ แจ้งเตือนจะมีการก่อเหตุในพื้นที่สุขุมวิทและบางลำพู วันที่ 16 - 17 มกราคมนี้ ทำให้หลายฝ่ายแตกตื่น โดยเฉพาะการที่ สตช. ออกมาตรการตรวจเข้มทุกพื้นที่เตรียมป้องกันเหตุร้าย อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตาแจ้งข่าวสารให้ตำรวจด้วย(สังคมประชาคมเมือง–สยามรัฐ)
รัฐบาลควรบูรณาการหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานข่าวกรอง การเฝ้าระวังเหตุ ก่อการร้ายข้ามชาติ รวมทั้งการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อป้องปรามเหตุตัดไฟแต่ต้นลมให้ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนานาประเทศ ว่าการดูแลความมั่นคงของไทยได้มาตรฐานระดับสากล และสามารถเฝ้าระวังป้องปรามเหตุก่อการร้ายข้ามชาติแบบมืออาชีพ (บทบรรณาธิการ–โพสต์ทูเดย์)
..........ธนัตถ์ชวนันทน์......วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|












