ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน
แปลภาษา
pr_bangkok: สำนักงานเขตมีนบุรีรับสมัครครูสอนภาษาจีน 2 อัตรา ยื่นใบสมัครที่ฝ่ายการศึกษา เขตมีนบุรี บัดนี้-25 พ.ค. หรือโทร.0 2540 7172 ในวันเวลาราชการ
17 hours ago from web
pr_bangkok: สำนักการแพทย์กทม.รับจนท.ช่วยปฏิบัติราชการตำแหน่งนักสถิติ/บริหารงานทั่วไป/วิเคราะห์นโยบายและแผน อย่างละ1อัตรา รับสมัครถึง11มิ.ย.โทร.022207534
17 hours ago from web
pr_bangkok: กทม.ประสานกฟน.ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในที่สาธารณะ3,995ดวง ซึ่งคืบหน้าแล้ว75%เหลืออีก1,183ดวง มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน7วัน
17 hours ago from web
powered by TweetXT!
มาตรการและยุทธศาสตร์ป้องกันน้ำท่วม
กองประชาสัมพันธ์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว บทความ บทวิจารณ์ และคอลัมน์ต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์รายวัน ประจำวันที่ 10 มกราคม 2555 ปรากฏว่าการนำเสนอข่าวและการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนและคอลัมนิสต์ให้ความสำคัญกับ มาตรการและยุทธศาสตร์ป้องกันน้ำท่วม โดยสรุปสาระสำคัญ ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ ดังนี้
สาระสำคัญ
• นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ประธานคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) มอบหมายให้กรมชลประทานตั้งคณะกรรมการศึกษาวางแนวทาง ในการป้องกันพื้นที่ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา–อ่าวไทยไม่ให้น้ำท่วม เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่รับน้ำหลากจากภาคเหนือ โดยให้เวลาศึกษาวางยุทธศาสตร์ 1 เดือน ก่อนเสนอ กยน. เพื่อพิจารณาต่อไป (เดลินิวส์)
• นพ. อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า ใน การจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติระหว่างวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์นี้ จะทบทวนข้อเสนอเกี่ยวกับการเตรียมรับมือ ภัยพิบัติในทุกรูปแบบให้เข้มข้น ชัดเจน และจริงจังขึ้น เพื่อผลักดันให้เป็นนโยบายทั้งระดับชาติท้องถิ่นและองค์กร โดยจะเน้นการบริหารจัดการให้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง ขณะที่ฝ่ายรัฐเป็นเพียงฝ่ายสนับสนุน (โพสต์ทูเดย์)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ
• นาย สมิทธ ธรรมสโรช อดีต ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในฐานะ กยน. ระบุ ขณะนี้ ยังไม่เห็นมาตรการของ กยน. ในการรองรับฤดูฝนที่จะมาถึงในอีก 4 เดือนข้างหน้า และคาดปัญหาอุทกภัยที่ จะเกิดขึ้นในปี 2555 ปริมาณน้ำอาจมากกว่าปี 2554 และจะท่วมหนักอีก เพราะระบบการบริหารจัดการน้ำหลาก ยังไม่มีความชัดเจน (เดลินิวส์)
• นาย สุรเจตส์ บุญญาอรุณเนตร หัวหน้ากลุ่มงานแบบจำลองสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) กล่าวว่า น้ำท่วมใหญ่ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นถึงจุดบกพร่องการบริหารจัดการน้ำ ขณะเดียวกันต้องยอมรับประเทศไทยยังบริหารจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ ขาดการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน การสื่อสารระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชนยังบกพร่อง ไม่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ ไม่มีการตรวจจับและติดตาม ทำให้การคาดการณ์ ไม่มีความแม่นยำ (กรุงเทพธุรกิจ)
• ดร. ภรณี ธนภรรคภวิน หัวหน้ากลุ่มงานวิเคราะห์ข้อมูลและรายงาน กล่าวว่า ความถี่ ที่เพิ่มขึ้นของปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา ส่งผลให้ข้อมูลค่าเฉลี่ยด้านสถิติที่สะสมมาก่อนหน้านี้ไม่สามารถนำมาบริหารจัดการได้อีกต่อไป และชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนการจัดการน้ำ ยกตัวอย่าง ความแปรปรวนของปริมาณน้ำฝนสะสมที่เพิ่มขึ้น เบี่ยงเบนไปจากค่าเฉลี่ยปกติร้อยละ 35 ในปี 2554 จากค่าเฉลี่ยปกติที่ร้อยละ 9-12 จากปริมาณฝนที่มาเร็วและตกชุกมากกว่าปกติถึง 20 เท่า ความแปรปรวนที่เกิดขึ้นทั้งช่วงเวลาและพื้นที่ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่เดียวกัน
นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องพายุจากทะเลฝั่งอ่าวไทยและแปซิฟิกที่มากถึง 40 ลูก ซึ่งไทยได้รับผลกระทบ จากพายุ 5 ลูกในปีเดียว ประกอบกับการที่น้ำทะเลหนุน จึงเกินศักยภาพการระบายน้ำ ซึ่งมีขีดจำกัด (กรุงเทพธุรกิจ)
• หาก พิจารณารายละเอียดของภาพรวมโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ จะพบว่าโครงการเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานตามปกติอยู่แล้ว โดยเฉพาะในส่วนของงานเร่งด่วนเรื่องการซ่อมแซมประตูระบายน้ำและการขุดลอกคูคลองต่างๆ มีการยืนยันข้อมูลว่า ในแต่ละปีหน่วยงานที่รับผิดชอบได้รับงบประมาณในการซ่อมแซมโครงการเรื่องน้ำต่างๆ ไปจำนวนมาก คำถามที่ตามมา คือ เมื่อได้รับงบประมาณไปแล้ว เหตุใดจึงปล่อยเครื่องมือที่มีอยู่ให้ชำรุดทรุดโทรมเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (จอดป้ายประชาชื่น – มติชน)
• ระบบข้อมูลที่ผ่านมา แม้ไทยจะไม่ได้ด้อยกว่าใคร แต่ยังมีปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้เกิดระบบพยากรณ์ที่สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ มีความแม่นยำ และสามารถส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นไปยังประชาชน เพื่อให้เตรียมรับมือไปพร้อมกับการนำข้อมูลเหล่านั้น ไปวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องยอมรับระบบการประมวลข้อมูลร่วมกันของแต่ละหน่วยงานยังไม่ดีเพียงพอ (แกะรอย – กรุงเทพธุรกิจ)
• การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยหลังละ 5,000 บาท คนกรุงเทพฯ รับเงินช้ากว่าคนต่างจังหวัด เพราะระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของ กทม. ที่ใช้อยู่ไม่ทันสมัย ข้อมูลที่ลงใน เว็บไซต์ล่าช้า ส่วนต่างจังหวัดใช้ของกรมการปกครองทันสมัยกว่า ดังนั้น ทั้งที่ใกล้ครบกำหนดที่จะจ่ายค่าเยียวยา ครบทุกครัวเรือนภายใน 15 มกราคมนี้ แต่ขณะนี้ยังมีผู้ตกค้างมากกว่าครึ่ง จึงอาจต้องยืดเวลาออกไปอีก (กระแซะ มากระซิบ – บ้านเมือง)
ข้อเสนอแนะ
• นาย สมิทธ ธรรมสโรช อดีต ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในฐานะ กยน. กล่าวว่า กรณีนาย กิจจา ผลภาษี ประธานคณะอนุกรรมการ กยน.สรุปมาตรการและยุทธศาสตร์ป้องกันน้ำท่วมระยะกลาง และระยะยาว โดยกำหนด 6 พื้นที่ห้ามน้ำท่วม ตั้งแต่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ สมุทรปราการ (ปากน้ำ) และสมุทรสาคร (มหาชัย) โดย กยน.มีมติอนุมัติเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ในการแก้ไขปัญหา น้ำท่วมทั้งระบบ เห็นว่า กยน.ควรทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเบ็ดเสร็จและถาวร เช่น การทำฟลัดเวย์ การเพิ่มทางระบายน้ำให้ไหลลงทะเลโดยเร็วที่สุด (เดลินิวส์)
• นาย สุรเจตส์ บุญญาอรุณเนตร หัวหน้ากลุ่มงานแบบจำลองสถาบันสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อป้องกันอุทกภัยเกิดซ้ำและรุนแรง คือ ฟื้นคันพระราชดำริให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากปัจจุบันพบการทรุดตัว ตลอดจนทำคูน้ำ หรือร่องน้ำข้างคันพระราชดำริ เพื่อกั้นน้ำและผันน้ำ ขณะเดียวกัน พื้นที่รับน้ำ หรือแก้มลิงยังเป็นสิ่งจำเป็นในการแก้ปัญหาน้ำท่วม หากพิจารณาพบว่ายังมีพื้นที่รับน้ำ ที่เหมาะสม เช่น สวนปาล์มในปทุมธานีที่มีความสามารถทนน้ำ ตลอดจนพื้นที่ที่ปรับสภาพเป็นคูรับน้ำ ซึ่งมีประสิทธิภาพรองรับน้ำได้ถึง 700 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/ไร่
การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยใช้ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกรอบนอกฝั่งตะวันออกและตะวันตก ตลอดจนถนนด้านข้างวงแหวนทำเป็นฟลัดเวย์น้ำในช่วงน้ำท่วม โดยไม่จำเป็นต้องเวนคืนที่ดิน ที่สำคัญคือ ต้องเร่งขุดลอกสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยาและท่าจีน รวมถึงเพิ่มคลองลัด คลองประดิษฐ์ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองแนวตั้ง เนื่องจากปัจจุบันพบการรุกล้ำพื้นที่ จนทำให้การระบายน้ำ ในเขตเมืองทำได้ไม่เต็มศักยภาพ (กรุงเทพธุรกิจ)
• ดร. ภรณี ธนภรรคภวิน หัวหน้ากลุ่มงานวิเคราะห์ข้อมูลและรายงาน กล่าวว่า หากประเทศไทย มีโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมและสร้างความมั่นคงทางน้ำให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จะทำให้ประเทศไทยมีต้นทุนน้ำที่มากพอสำหรับใช้ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่เกษตรกรรมเพียงร้อยละ 17 ที่อยู่ในระบบชลประทาน จากพื้นที่ทั้งหมด 110 ล้านไร่เท่านั้น (กรุงเทพธุรกิจ)
• การประชุม ครม.ในวันที่ 10 ม.ค.นี้ เป็นวันเริ่มต้นของโครงการฟื้นฟูประเทศไทยภายหลังมหาอุทกภัยใหญ่ในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา และได้เวลาวางอนาคตประเทศไทยในช่วง 10 ปีข้างหน้า อย่างเป็นรูปธรรม จากการผ่านร่างพระราชกำหนด 4 ฉบับ ซึ่ง การผ่านร่าง พ.ร.ก.ทั้ง 4 ฉบับ โดยเฉพาะฉบับที่ 2 ร่าง พ.ร.ก.เงินกู้เพื่อการบูรณะและฟื้นฟูประเทศที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย จำนวน 350,000 ล้านบาท จะช่วยสร้างความมั่นใจของประชาชนคนไทยและนักลงทุน ซึ่งจะดีขึ้นที่สุดเมื่อโครงการเริ่มลงมือทำ และทำได้สำเร็จ (กระจก 8 หน้า – ไทยรัฐ)
• หากโครงการแก้น้ำท่วมและสร้างอนาคตประเทศในระยะสั้นและระยะยาว มูลค่ารวม 2.62 ล้านล้านบาท ได้รับความเห็นชอบจาก ครม. จะสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที ซึ่งเป็นวงเงินลงทุนก้อนใหญ่ที่สุด เป็นเงินที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันแบกรับภาระ เพราะมาจากเงินภาษีและหนี้เงินกู้ที่รัฐบาลต้องไปกู้มาลงทุน จึงไม่ใช่เป็นเรื่องของรัฐบาลเพียงกลุ่มเดียว แต่เป็นเรื่องของคนไทย 65 ล้านคน ในฐานะผู้จ่ายเงินภาษี และผู้รับหนี้ในอนาคตที่ จะต้องร่วมรับรู้รายละเอียดของทุกโครงการในทุกขั้นตอน ดังนั้น การก่อหนี้ของรัฐบาลไม่ควรจะเป็นเรื่องของคนกลุ่มเดียว หรือคณะรัฐมนตรี 36 คนเป็นผู้ตัดสินใจเพียงกลุ่มเดียวอีกต่อไป แต่ควรให้ประชาชนร่วมรับรู้และร่วมตัดสินใจ เพราะการพัฒนาประเทศไม่ใช่เรื่องลับ เมื่อผิดพลาดขึ้นมาก็หาคนรับผิดชอบไม่ได้ จึง เห็นด้วยกับการลงทุนเพื่อสร้างอนาคตประเทศใหม่ ไม่ว่าจะต้องลงทุนมากเพียงใดก็ต้องทำ แต่ทุกอย่างต้องโปร่งใส ทุกโครงการต้องเปิดเผย และมีการเผยแพร่ให้คนไทยเจ้าของเงินรับรู้ ผ่านทางสื่อที่ดูได้ง่าย เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถตรวจสอบได้ จะได้มีการทุจริตคอร์รัปชันน้อยลง (หมายเหตุประเทศไทย – ไทยรัฐ)
• ขณะนี้ รัฐบาลเตรียมความพร้อมเรื่องแหล่งเงินไว้แล้ว หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ที่จะนำเงินเหล่านี้ไปใช้จ่ายให้เกิดผลประโยชน์กับงานอย่างแท้จริง (จอดป้ายประชาชื่น – มติชน)
• ศ. นพ. ประเวศ วะสี ระบุสถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว ประเทศไทยจะต้องเผชิญ ภัยพิบัติต่างๆ ทุกคนจึงต้องเปลี่ยนวิถีคิดใหม่ มีความตื่นตัว มีการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ต้องใช้ข้อมูลข่าวสาร และความรู้ มีนิสัยของการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบ ขณะที่การสื่อสารต่างๆ ต้องสื่อเพื่อการเปลี่ยนนิสัยดังกล่าว (บทความ – กรุงเทพธุรกิจ)
• โครงการลงทุนขนาดใหญ่ เรื่องการออกแบบทางระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน การกำหนด พื้นที่รับน้ำ ล้วนเป็นเรื่องจำเป็น แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืม คือ การลงทุนเรื่องระบบข้อมูล การพยากรณ์อากาศที่ถูกต้องแม่นยำ (แกะรอย – กรุงเทพธุรกิจ)
• หากแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืนเกิดผลสำเร็จจะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยที่มีรายได้หลักจากเกษตรกรรม (สำนักข่าวหัวเขียว – ไทยรัฐ)
• ก่อนที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. จะตัดสินใจอนุมัติงบประมาณเสริมคันกั้นน้ำ ยกระดับถนน ควรหาสาเหตุที่ทำให้การบริหารจัดการน้ำของ กทม.บกพร่องล้มเหลว มาชี้แจงให้ประชาชนทราบ (รอบกรุง – ข่าวสด)
..........ธนัตถ์ชวนันทน์......วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|












