ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน
แปลภาษา
pr_bangkok: สำนักงานเขตมีนบุรีรับสมัครครูสอนภาษาจีน 2 อัตรา ยื่นใบสมัครที่ฝ่ายการศึกษา เขตมีนบุรี บัดนี้-25 พ.ค. หรือโทร.0 2540 7172 ในวันเวลาราชการ
17 hours ago from web
pr_bangkok: สำนักการแพทย์กทม.รับจนท.ช่วยปฏิบัติราชการตำแหน่งนักสถิติ/บริหารงานทั่วไป/วิเคราะห์นโยบายและแผน อย่างละ1อัตรา รับสมัครถึง11มิ.ย.โทร.022207534
17 hours ago from web
pr_bangkok: กทม.ประสานกฟน.ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในที่สาธารณะ3,995ดวง ซึ่งคืบหน้าแล้ว75%เหลืออีก1,183ดวง มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน7วัน
17 hours ago from web
powered by TweetXT!
การวางยุทธศาสตร์ระบบบริหารจัดการน้ำ ของประเทศ
กองประชาสัมพันธ์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว บทความ บทวิจารณ์ และคอลัมน์ต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์รายวัน ระหว่างวันที่ 7 - 9 มกราคม 2555 ปรากฏว่าการนำเสนอข่าวและการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนและคอลัมนิสต์ให้ความสำคัญกับ การวางยุทธศาสตร์ระบบบริหารจัดการน้ำ ของประเทศ โดยสรุปสาระสำคัญ ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ ดังนี้
สาระสำคัญ
• น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) วันที่ 6 มกราคม 2555 โดยที่ประชุมได้พิจารณาเร่งรัด การจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แผนปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยระยะเร่งด่วน และแผนปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแบบบูรณาการและยั่งยืน
สำหรับ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ประชุมฯ ได้แบ่งแผนงานเป็น 8 ด้าน ประกอบด้วย (1) แผนงานฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศน์ (2) แผนบริหาร จัดการเขื่อนเก็บน้ำหลักและการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำของประเทศประจำปี (3) แผนงานฟื้นฟูและ ปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งปลูกสร้างเดิม (4) แผนงานพัฒนาคลังข้อมูลระบบพยากรณ์และเตือนภัย โดยจะจัดตั้ง ศูนย์คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยต่างๆ ให้เป็นเอกภาพและสร้างความน่าเชื่อถือ เน้นการทำความเข้าใจและลดความขัดแย้งมวลชน (5) แผนงานเผชิญเหตุเฉพาะที่ เพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยในพื้นที่สำคัญ อาทิ แหล่งชุมชน นิคมอุตสาหกรรม แหล่งมรดกวัฒนธรรมให้มีการเตรียมความพร้อม (6) แผนงานการกำหนดพื้นที่รับน้ำนอง และมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้พื้นที่เพื่อการรับน้ำ (7) แผนงานปรับปรุงองค์กรเพื่อบริหารจัดการน้ำ โดยให้มีองค์กรบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ สามารถตัดสินใจได้อย่างฉับพลันในยามวิกฤติ ในระยะเร่งด่วนให้มีคณะกรรมการเฉพาะกิจ มีนายกรัฐมนตรี หรือรอง นายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน และ (8) แผนงานสร้างความเข้าใจ การยอมรับ และการมีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการอุทกภัยขนาดใหญ่ของทุกภาคส่วน โดยให้ภาครัฐและภาคีที่เกี่ยวข้องได้รับความร่วมมือจากชุมชน รวมทั้งประชาชนในการทำงานและต้องสื่อสารข้อมูลไปยังประชาชนให้เกิดความเข้าใจ ลดความขัดแย้ง และความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับการดำเนินงาน (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
• นาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การวางแผนรับมือ ปัญหาอุทกภัยได้ระดมผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ อาทิ แผนแม่บทไจก้า แผนแม่บทบริหารจัดการ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ทันที หลังผ่านการพิจารณางบประมาณประจำปี 2555 ด้วยวงเงินงบประมาณ 29,000 ล้านบาท เพื่อซ่อมแซมประตูน้ำและคันกั้นน้ำที่เสียหาย แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ระยะเร่งด่วนจะเริ่มดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2555 ใช้งบประมาณ 17,126 ล้านบาท อีกส่วน คือ
การบริหารจัดการระยะยาว โดยให้ กยอ. พิจารณาโครงการที่มีประโยชน์ต่อประเทศ จากนั้นจะออกกฎหมายระดมเงิน 350,000 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำ 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ แยกเป็น 8 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ใช้งบประมาณ 300,000 ล้านบาท ส่วนอีก 40,000 ล้านบาท จะใช้บริหารจัดการ 17 ลุ่มน้ำ ที่เหลือ ขณะที่งบฯ อีก 10,000 ล้านบาท จะให้ กยอ.พิจารณาโครงการที่มีประโยชน์ในระยะยาว โดยโครงการต่างๆ จะให้แล้วเสร็จภายในปี 2555 แต่บางโครงการ เช่น โครงการเก็บกักน้ำ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ อาจต้องใช้ระยะเวลา 2 - 3 ปี แต่ได้เตรียมแผนระยะสั้นรองรับน้ำไว้แล้วเช่นกัน เพื่อไม่ให้พื้นที่เศรษฐกิจและเกษตรกรรมเสียหายมาก โดยทั้งหมด ตั้งเป้าหมายระดมทุนให้แล้วเสร็จภายในกลางปี 2556 (ข่าวสด, ไทยรัฐ, ไทยโพสต์)
• นาย วิเชียร ชวลิต เลขาธิการคณะกรรมการ กยน. กล่าวว่า ที่ประชุม กยน. รับทราบผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีมติรับทราบร่างแผนปฏิบัติการเพื่อการบรรเทาปัญหาอุทกภัยระยะเร่งด่วน 6 แผนงาน รวมถึงกรอบงบประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยการประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาเพิ่มเติม ร่างแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของการแก้ปัญหาอุทกภัย ประกอบด้วย 6 แผนงานในระยะเร่งด่วน รวมเข้ากับแผนงานอีก 2 เรื่อง คือ การอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำและการทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับแผนบริหารจัดการน้ำทั้งหมด รวมถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำนอง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบว่าพื้นที่ใดบ้างจะต้องเป็นพื้นที่รับน้ำนอง หรือพื้นที่แก้มลิงตามธรรมชาติ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือเรื่องการจ่ายชดเชยผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว โดย ที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ศึกษารายละเอียด เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมก่อนเดือนมีนาคมนี้ เบื้องต้นคาดจะต้องใช้พื้นที่รับน้ำประมาณ 2 ล้านไร่ (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
• นาย อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คณะกรรมการ กยน. กล่าวว่า รายละเอียดแผนการต่างๆ จะนำเสนอ ครม. ในวันที่ 10 มกราคมนี้ เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ส่วนการจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการน้ำ ทั้งระบบ จะนำเสนอรูปแบบและโครงสร้างเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กยน. ในครั้งต่อไป (มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ)
• นาย อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ กยน. กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหาร จัดการเงินตามแผน ที่ประชุม กยอ. มีมติให้นำเสนอที่ประชุม ครม. แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการ กรอบเงินลงทุน เพื่อกลั่นกรองโครงการฯ ก่อนนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม. อีกครั้ง โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง (กค.) เป็นประธาน และเห็นควรมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ในการติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ชั่วคราวก่อนตั้งองค์กรถาวรขึ้นมาดูแล ในลักษณะเดียวกับโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา (มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์)
• นาย กิจจา ผลภาษี ประธานอนุกรรมการวางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้คณะกรรมการ กยน. กล่าวว่า กรณีพื้นที่ชุ่มน้ำ 13 แห่ง ที่ กยน. เสนอทำเป็นแก้มลิง จำนวน 2 ล้านไร่ เป็นหน้าที่ของ กษ. ที่ต้องจัดทำประชาพิจารณ์กับประชาชนในพื้นที่ ก่อนนำมาเป็นพื้นที่รับน้ำในปีที่มีปริมาณน้ำมากเกินระดับที่แหล่งน้ำถาวรรองรับได้
ทั้งนี้ ข้อเสนอของ กยน. ที่กำหนดพื้นที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม คือ พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา - คลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต พื้นที่ 3,860 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) และพื้นที่ตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มตั้งแต่คลองพระยาบันลือ - อ่าวไทย พื้นที่ 2,500 ตร.กม. (โพสต์ทูเดย์)
นาย จุมพล สำเภาพล รป.กทม. กล่าวว่า กทม. ได้วางแผนป้องกันน้ำท่วม 4 เรื่องหลัก คือ (1) การจัดการกับน้ำทะเลหนุนสูง (2) การรับมือปริมาณน้ำฝนที่ตกในกรุงเทพฯ ที่เพิ่มขึ้น (3) ปริมาณ น้ำเหนือที่ลงมามากเกินแนวคันกั้นน้ำที่กรุงเทพฯ มีอยู่ และ (4) ปัญหาแผ่นดินทรุดตัว ซึ่ง กทม. และรัฐบาลจะต้องร่วมกันออกแบบผังเมืองจังหวัดในภาคกลางที่อยู่ริมสองฝั่งเจ้าพระยา ในการบริหารจัดการน้ำและ ทำ พื้นที่รับน้ำ ส่วนการรับมือน้ำท่วมในปีนี้ได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำ (สนน.) สำรวจและประเมินความเสียหาย จุดอ่อน รวมถึงสิ่งที่ต้องดำเนินการแก้ไข โดยให้จัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง ซึ่ง ภายในเดือนมกราคมนี้ จะมีการ
ประชุมหาข้อสรุป เพื่อเร่งดำเนินการให้ทันก่อนฤดูฝน ส่วนปัญหาที่เป็นจุดฟันหลอของแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเหลืออยู่ประมาณร้อยละ 1 - 2 จะเร่งเจรจา เพื่อทำแนวคันกันน้ำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว (เดลินิวส์)
• นาย นพดล กรรณิกา ผอ.ศูนย์วิจัยเอแบค สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่อง ‘ ภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูบ้านและทรัพย์สินภายในครัวเรือนหลังน้ำลดของประชาชน ' กรณีศึกษาประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่ 9 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี อยุธยา อ่างทอง นครปฐม สุพรรณบุรี ลพบุรี และนครสวรรค์ 1,738 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2554 - 7 มกราคม 2555 พบกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 86.5 มีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าเดินทาง ของกินของใช้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 81.6 ระบุอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ร้อยละ 61.7 ทรัพย์สินเสียหาย ส่วน ด้านค่าใช้จ่าย ร้อยละ 68.4 ระบุเป็นซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน เฉลี่ย 37,022 บาท ค่าใช้จ่ายสูงสุด 500,000 บาท ร้อยละ 40.6 ระบุต้องซื้อ หรือซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ เฉลี่ย 20,745 บาท ค่าใช้จ่ายสูงสุด 200,000 บาท ร้อยละ 20.6 ระบุต้องซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ในบ้าน เฉลี่ย 7,096 บาท ค่าใช้จ่ายสูงสุด 50,000 บาท โดยเงินที่นำมาฟื้นฟู ร้อยละ 84.2 ใช้เงินเก็บ ร้อยละ 40.8 มีความจำเป็นต้องยืม หรือกู้เงินนอกระบบ นอกจากนี้ ร้อยละ 97.7 ระบุกำลังมองหาที่อยู่ใหม่ ส่วนความเหมาะสมของวงเงินเยียวยา 5,000 บาท กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 59.5 ระบุควรพิจารณาให้ความช่วยเหลือมากกว่านี้ (ข่าวสด, ไทยรัฐ)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ
• น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีความสับสนในนโยบายส่วนลดคูปอง 2,000 บาท ยืนยันวัตถุประสงค์ของคูปอง คือ ใช้เป็นส่วนลดในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงพลังงานที่เน้นให้มีการประหยัดพลังงาน หากนำมาซื้อเครื่องไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 จะให้คูปองส่วนลด ในการซื้อสินค้าต่างๆ วงเงินไม่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องซื้อครั้งเดียว 10,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ยอมรับเรื่องดังกล่าวมีปัญหาการบริหารจัดการ จึงได้สั่งการให้ รมว.กระทรวงพลังงานลงไปดูแลใกล้ชิดและจัดทำโครงการเช่นนี้เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยจะนำปัญหาและ ข้อบกพร่องต่างๆ ไปปรับปรุง เพราะต้องการให้เป็นขวัญและกำลังใจกับผู้ประสบภัย (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
• นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ ที่ผ่านมามาตรการช่วยเหลือประชาชน รัฐบาลยังปล่อยให้เป็นเรื่องของแต่ละหน่วยงาน จนสร้างความสับสน เช่น กรณีคูปองส่วนลดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า 2,000 บาท ยังมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพและความโปร่งใส (มติชน)
• ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. กล่าวว่า ไม่มั่นใจการใช้เงินจำนวนมากของรัฐบาล จะเป็นหลักประกันการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เพราะขณะนี้รัฐบาลเพียงกำหนดยุทธศาสตร์ในภาพกว้าง โดยไม่เปิดให้ท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วมในขั้นตอนนี้ ในส่วนของ กทม. ยังเดินหน้าแผนเดิม คือ การสร้างอุโมงค์ยักษ์ และพร้อมจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล แต่ กทม.อยู่ในพื้นที่ปลายน้ำ จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าน้ำจะไม่ท่วม กรุงเทพฯ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อื่นเหนือกรุงเทพฯ ด้วย (มติชน, โพสต์ทูเดย์)
• นาย ชนินทร์ รุ่งแสง ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมารัฐบาลและ กทม.จะประกาศชดเชยเยียวยาเบื้องต้นให้ผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท แต่ในต่างจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม ชาวบ้านได้ยื่นขอรับ การช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และ วิธีดำเนินการ ให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2551 คือ ชดเชยให้เจ้าของบ้านที่ประสบภัยรายละ ไม่เกิน 2 หมื่นบาท กรณีที่บ้านเรือนที่พักอาศัยเสียหายบางส่วน และไม่เกิน 3 หมื่นบาท กรณีบ้านเรือนที่พัก
อาศัยเสียหายทั้งหลัง ซึ่งในต่างจังหวัดไม่ค่อยมีปัญหา แต่ในกรุงเทพฯ ประชาชนยังไม่ทราบสิทธิและไม่ทราบข่าวสาร (ไทยรัฐ)
• การที่ กทม. เร่งดำเนินการวางแผนเพื่อป้องกันพื้นที่กรุงเทพฯ จากปัญหาน้ำท่วม อย่างเต็มที่ อาจเปรียบเทียบไม่ได้กับ จ.นนทบุรี ปทุมธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่อาจมีศักยภาพที่ต่ำกว่า ดังนั้น หากเกิดน้ำท่วมขึ้นอีก ปัญหาความขัดแย้งอาจต้องรุนแรงกว่าที่ผ่านมา เพราะเมื่อ กทม. มีศักยภาพ ที่เหนือกว่า ย่อมจะเป็นปัญหากับจังหวัดใกล้เคียงที่มีศักยภาพต่ำกว่า ประกอบกับแม้รัฐบาลจะประกาศ นโยบาย เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั่วประเทศนับแสนล้านบาท แต่ไม่ทราบจะลงมือดำเนินการอย่างเป็น รูปธรรมได้เมื่อใด (บทบรรณาธิการ – บ้านเมือง)
• ตลอดระยะเวลาที่ติดตามปรากฏการณ์น้ำกับสภาพสังคม พบ ปัญหาสำคัญ คือ วิธีคิดของรัฐ และการบริหารจัดการปัญหาน้ำของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งใช้กลไกรัฐแก้ปัญหาและตัดสินใจผิดพลาดซ้ำซาก ตั้งแต่การเลือกใช้คน การตัดสินใจวิธีบริหาร ที่สำคัญคือ การไม่เข้าใจธรรมชาติของน้ำและบริหารจัดการโดยไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ ซึ่งนำปัญหาอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติม รวมทั้งอคติไม่เป็นธรรมในการเลือกพื้นที่ปกป้อง สร้างความ ไม่เท่าเทียม ยิ่งทำให้ประชาชนทวีความโกรธแค้นไม่พอใจภาครัฐ และกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งในสังคม (เวทีสาธารณะ – ไทยโพสต์)
• แม้ ครม. มีมติเห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการ กยน. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการป้องกันน้ำท่วมให้ทุกภาคส่วน รวมถึงนักลงทุนต่างชาติ แต่ ความเสียหายที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ประสบภัย 11 จังหวัดภาคใต้ อาจทำให้ความเชื่อมั่นถูกลดทอนและสะท้อนความไม่เป็นมืออาชีพ (บทบรรณาธิการ – โพสต์ทูเดย์)
ข้อเสนอแนะ
• นาย วิเชียร ชวลิต เลขาธิการคณะกรรมการ กยน. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับ ในที่ประชุม กยน. เป็นห่วงเรื่องความล่าช้าของแผนงาน ขณะที่มีเวลาจำกัด ดังนั้น จึงให้ทุกหน่วยงาน เร่ง ดำเนินการตามแผน (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
• นาย กิจจา ผลภาษี ประธานอนุกรรมการวางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้คณะกรรมการ กยน. กล่าวว่า ผลที่ตามมาจากการกำหนดพื้นที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม จะทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีราคาประเมินที่ดินเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนที่อยู่ นอกแนวพื้นที่ปลอดภัยฯ ต้องมีระบบชดเชยที่เป็นธรรม เช่น การจัดเก็บรายได้จากโรงงาน หรือบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ปลอดภัย เพราะได้ประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐ (โพสต์ทูเดย์)
• นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากรัฐบาลมีแผนบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจนควรเร่งเปิดเผยต่อสาธารณะ เนื่องจากการใช้เงินเป็นตัวตั้งไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหา เพราะไม่ใช่หลักประกันจะทำให้นักลงทุนและประชาชนเกิดความเชื่อมั่นจะไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมอีก สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการ คือ ความชัดเจนเรื่องโครงสร้างการทำงาน และควรแต่งตั้งผู้รับผิดชอบการเชื่อมโยงระบบ ในภาพรวม รวมถึงการตั้งกองทุนประกันภัย เพราะจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง (มติชน)
• การเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ครั้งนี้ โดยข้อเท็จจริงเกิดจากมวลน้ำที่มีจำนวนมากมายมหาศาลไหลบ่าลงมา มิใช่เป็นความผิดของ กทม. ที่มีขีดความสามารถในการป้องกันตนเองและบริหารจัดการน้ำ ได้ดีกว่าทุก ๆ จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยเหตุที่ว่า กทม. มีการเตรียมการ ทั้งยังมีคันกั้นน้ำพระราชดำริที่ดำเนินการ ล่วงหน้ามาเป็นเวลานาน ซึ่ง หาก กทม. จะป้องกันตนเองโดยไม่คำนึงถึงประชาชนในเขตปริมณฑลแล้ว เชื่อว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ น้อยกว่าที่เกิดขึ้นครั้งนี้อย่างแน่นอน (บทบรรณาธิการ – บ้านเมือง)
• เมื่อรัฐบาลมีแผนงาน งบประมาณ และบุคลากรพร้อมแล้ว จะต้องเร่งดำเนินการอย่าง รวดเร็ว อย่างน้อยเฉพาะหน้าจะต้องไม่ให้เกิดเหตุน้ำท่วมซ้ำรอยขึ้นอีก เริ่มต้นจากการตั้งองค์กรบริหารจัดการน้ำ ขึ้นมาให้ชัดเจน เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้ทุกอย่างเดินไปได้ (กล้าได้ กล้าเสีย – ไทยรัฐ)
• สิ่งที่รัฐจะต้องกลับไปทบทวน อันดับแรก คือสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติให้ถูกต้อง เช่น การอยู่กับธรรมชาติ ไม่ใช่การเอาชนะธรรมชาติ รวมทั้ง พัฒนาระบบการติดตาม ประเมินผลและระบบการสื่อสารแจ้งเตือน จะต้องแม่นยำ เป็นเอกภาพ และมีจังหวะขั้นตอน การระดมผู้มีความรู้ความสามารถในประเทศมาใช้ประโยชน์ให้ได้
นอกจากนี้ รัฐควรทำหน้าที่ประสานงาน โดยกระจายความช่วยเหลือให้หลากหลาย ทั่วถึง รวดเร็ว และสนับสนุนทรัพยากร ทุนทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม โดยเฉพาะการผลักดันให้ชุมชน ท้องถิ่น และองค์กรประชาสังคมร่วมมือดูแลตัวเอง รวมถึงต้อง พัฒนารูปแบบการจัดการ วิธีช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยเฉพาะฐานความคิดเรื่องการชดเชยให้สอดคล้อง เป็นธรรมและโปร่งใส สิ่งที่สำคัญที่สุด คือต้องประกาศวาระแห่งชาติ เพื่อทำประชาพิจารณ์และประชาคมตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับประเทศ เกี่ยวกับการรื้อปรับโครงสร้างต่างๆ ตลอดจนกฎหมายที่ขัดขวางปิดกั้น ทางธรรมชาติ อันเป็นเงื่อนไขที่อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติ ความขัดแย้ง และการละเมิดสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชน (เวทีสาธารณะ – ไทยโพสต์)
• หากการลงทุนตามแผนการปกป้องเขตเศรษฐกิจภาคกลางตอนล่างจากปัญหาน้ำท่วม ทำได้จริง ที่ดินในเขตดังกล่าวจะเพิ่มมูลค่าทันที และกลายเป็นผลพลอยได้ของนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐต้องเข้าไปจัดการผลประโยชน์ใหม่ (บทความ – โพสต์ทูเดย์)
..........ธนัตถ์ชวนันทน์......วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|












