ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน
แปลภาษา
pr_bangkok: สำนักงานเขตมีนบุรีรับสมัครครูสอนภาษาจีน 2 อัตรา ยื่นใบสมัครที่ฝ่ายการศึกษา เขตมีนบุรี บัดนี้-25 พ.ค. หรือโทร.0 2540 7172 ในวันเวลาราชการ
17 hours ago from web
pr_bangkok: สำนักการแพทย์กทม.รับจนท.ช่วยปฏิบัติราชการตำแหน่งนักสถิติ/บริหารงานทั่วไป/วิเคราะห์นโยบายและแผน อย่างละ1อัตรา รับสมัครถึง11มิ.ย.โทร.022207534
17 hours ago from web
pr_bangkok: กทม.ประสานกฟน.ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในที่สาธารณะ3,995ดวง ซึ่งคืบหน้าแล้ว75%เหลืออีก1,183ดวง มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน7วัน
17 hours ago from web
powered by TweetXT!
การดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่
พล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) กล่าวว่า ได้จัดกำลัง ชุดปฏิบัติการเข้ามาปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของ พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อดูแลการจัดงานในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่ง จะดูแลเรื่องการปรับภูมิทัศน์โดยรอบ พร้อมทั้งตรวจสอบถังขยะ แหล่งต้องสงสัยและสภาพแวดล้อมที่ชำรุด รวมถึงกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ) ตามจุดต่างๆ อยู่ในสภาพใช้งานได้หรือไม่ นอกจากนี้ จะเน้นปฏิบัติการร่วมกับประชาชน เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการปรับแนวทางการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ ในวันจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บก.ป.จะส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 200 นาย เข้าร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, สยามรัฐ)
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า กองทัพได้ติดตามและเฝ้าระวังการลักลอบทำผิดกฎหมายในช่วงปีใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้ สั่งการให้เพิ่มมาตรการ เข้มงวดและตั้งด่านตรวจจุดสกัดเพิ่มเติม รวมทั้งวางแผนปิดสกัดเส้นทางรอง โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจและฝ่ายพลเรือน เพื่อร่วมกันดูแลความเรียบร้อย
สำหรับการอำนวยความสะดวกการสัญจรของประชาชนในช่วงปีใหม่ กองทัพจะเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีหากพบคนขับรถที่ดื่มสุรา จะให้ลงจากรถและจอดรถไว้ ส่วน สารวัตรทหารทั้ง 450 นาย ที่ส่งไปช่วยเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้ยังไม่มีการแบ่งจุดประจำการที่ชัดเจน ต้องรอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ บช.น. วางแผนในภาพใหญ่ เพื่อจัดแบ่งวางกำลังในจุดต่างๆ โดยเฉพาะสถานที่สำคัญที่มีความเสี่ยง เช่น สถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่ง สถานที่สาธารณะ สถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, ข่าวสด, สยามรัฐ)
นาย วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปภ. ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายออกมาตรการเพื่อลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมีมาตรการหลัก 5 ด้าน มาตรการเสริม 4 ด้าน มาตรการหลักประกอบด้วย การบังคับใช้กฎหมาย วิศวกรรมจราจร การประชาสัมพันธ์ การแพทย์ฉุกเฉิน และการกู้ชีพ มุ่งเน้นการตั้งด่านตรวจ และจุดบริการให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยง ของแต่ละพื้นที่ รวมถึงเข้มงวดกับผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยง 3 ด้านคือ ขับรถเร็ว เมาแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย
ส่วนมาตรการเสริม 4 ด้าน คือ การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มประสิทธิภาพการตั้งจุดตรวจ จุดบริการ และลดผลกระทบ จากถนนเสียหายจากอุทกภัย โดย กำหนดเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ และกำหนดให้วันที่ 29 ธันวาคม 2554 - 4 มกราคม 2555 เป็นช่วง 7 วันอันตราย มีเป้าหมายลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ การเสียชีวิตและบาดเจ็บลงให้ได้ร้อยละ 5 จากปีที่ผ่านมา(โลกวันนี้)
นาง ทยา ทีปสุวรรณ รผว.กทม. กล่าวว่า กทม. กำหนดจัดงานเทศกาลปีใหม่ ระหว่าง วันที่ 30 ธันวาคม 2554 - 1 มกราคม 2555 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีพิธีอัญเชิญพระพุทธนวราชบพิตร พระประจำกรุงเทพมหานคร จากศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) แห่จากถนนดินสอ เลี้ยวซ้ายผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เข้าถนนราชดำเนินกลาง ผ่านสี่แยกคอกวัว ข้ามสะพานผ่านพิภพลีลา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินใน ผ่านอนุสาวรีย์พระแม่ธรณีบีบมวยผม และเลี้ยวขวาเข้าถนนกลางสนามหลวง และ อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ มณฑปมณฑล พิธีท้องสนามหลวงให้ประชาชนสักการะบูชาถึงวันที่ 1 มกราคม 2555 จากนั้นจะอัญเชิญกลับมายังศาลาว่าการ กทม.
สำหรับ พิธีสวดมนต์ข้ามปีจะมีขึ้นตั้งแต่เวลา 13.00 - 01.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2554 ภายในงานมีกิจกรรม อาทิ การบรรยายธรรม "สวดมนต์ดีอย่างไร" โดยพระราชธรรมวาที วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และฟังธรรมบรรยายจากพระนักเทศน์ กิจกรรมธรรมะบันเทิงจากศิลปินดารา กิจกรรมสรงน้ำพระดัง 9 วัด จากทั่วประเทศ และร่วมสวดมนต์ในกิจกรรมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ตั้งจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศล นอกจากนี้ ยังจัดงานรื่นเริงที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ในรูปแบบ ‘ สไมล์อัพ ’ โดยเป็นการจุดพลุรอยยิ้ม ให้สว่างทั่วท้องฟ้า เพื่อเติมความสุขให้กับผู้มาร่วมงาน และการแสดงจากศิลปิน
สำหรับการดูแลความปลอดภัย กทม.ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ประจำในทุกจุดที่มีการจัดงาน แต่ใน 2 จุดนี้จะดูแลพิเศษทั้งเรื่องความปลอดภัยการจราจร โดยเฉพาะบริเวณลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ที่คาดจะมีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก จะมีการตรวจอาวุธ ห้ามนำอาหารและน้ำดื่มเข้าภายในพื้นที่ รวมถึงการระดมเจ้าหน้าที่เทศกิจจากเขตต่างๆ และส่วนกลางราว 400 นาย ทำงานร่วมกับ บช.น. โดยจะมีการปิดถนนตั้งแต่เวลา 18.00 - 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น (บ้านเมือง)
พล.ต.ต. วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผบช.น. กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2555 ได้มอบนโยบายเรื่องการจัดการจราจร เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน โดยให้ตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2554 - 4 มกราคม 2555 เข้มข้นทั้งกลางวันและกลางคืน คาดจะลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุและจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือศูนย์ หรือน้อยที่สุด ทั้งนี้ ตำรวจเน้นข้อหาหลักๆ ที่ครอบคลุมการเกิดอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมด 7 ข้อหา ได้แก่ แข่งรถในทาง เมาสุรา ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขับรถย้อนศร ไม่สวมหมวกนิรภัย แซงในที่คับขัน และจอดรถซ้อนคัน (เดลินิวส์, แนวหน้า)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ
นาย วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดี ปภ. ระบุ ในช่วงปีใหม่ 2554 พบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิต และบาดเจ็บ ยังเป็นเรื่องเดิม คือ เมาแล้วขับ ขับรถเร็วโดยประมาท โดยเกิดกับรถจักรยานยนต์มากที่สุด 2,999 ครั้ง หรือร้อยละ 83.24 ของอุบัติเหตุทั้งหมด มีสาเหตุมาจากการเมาถึงร้อยละ 41.24 (โลกวันนี้)
เว็บไซต์เอ็กแซมไมเนอร์ ( www. Examiner.com) สหรัฐอเมริกา รายงานรัฐบาลไทย วิตกกังวล อาจเกิดเหตุร้ายขึ้นในกรุงเทพฯ ช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ หลังจากในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบวัตถุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ พร้อมเสนอข้อมูลสถานที่ซึ่งอาจตกเป็นเป้าหมาย ดังนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์กลางงานฉลองปีใหม่ของกรุงเทพฯ ซึ่งห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เคยตกเป็นเป้าหมายการวางระเบิด 2 จุด ในงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วันที่ 31 ธันวาคม 2006 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ศูนย์กลางรถโดยสารของกรุงเทพฯ ซึ่งเคยถูกวางระเบิดเมื่อปี 2006 ถนนข้าวสาร ซึ่งเต็มไปด้วยสถานบันเทิงและนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดี เนื่องจากเพียงข่าวการพบวัตถุระเบิดบริเวณถนนข้าวสารทำลายภาพลักษณ์ การท่องเที่ยวของไทย อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวง่ายต่อการลงมือก่อเหตุของคนร้าย ห้างสรรพสินค้าต่างๆ และ ป้อมตำรวจ โดยเอ็กแซมไมเนอร์วิเคราะห์ คนร้ายที่วางระเบิดวันที่ 31 ธันวาคม 2006 - 1 มกราคม 2007 อาจมีความอาฆาต เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการวางระเบิดป้อมตำรวจ 3 แห่งทั่วกรุงเทพฯ (เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
คนไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วหลายเท่า สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุและสูญเสียมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลสำคัญ ส่วนหนึ่งเพราะมีการเดินทางมากที่สุด ดื่มสุราฉลองกันมากที่สุด และประมาทมากที่สุด(บทบรรณาธิการ - ไทยรัฐ)
ในปีนี้ประเทศไทยประสบกับมหาอุทกภัย หลายจังหวัดต้องประสบภัยน้ำท่วมยาวนานต่อเนื่องหลายเดือน ขณะที่รัฐบาลและภาคประชาชนต่างเร่งช่วยเหลือผู้ที่ประสบความเดือดร้อนอย่างเต็มที่ จนสถานการณ์ขณะนี้เริ่มคลี่คลายแล้ว การรณรงค์เรื่องความปลอดภัยในช่วงปีใหม่ จึงมาช้ากว่าทุกปี (แยกประชาชื่น – ข่าวสด)
เหตุลอบวางระเบิดในกรุงเทพฯ แม้จะจับกุมผู้ก่อเหตุได้เพียงคนเดียว แต่การก่อเหตุครั้งนี้ สร้างความหวาดหวั่นให้กับคนกรุงเทพฯ พอสมควร แม้จะมั่นใจในการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ แต่ที่ผ่านมา การวางกำลังตามจุดต่างๆ ยังไม่ทั่วถึง ขณะที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงปีใหม่ บางครั้งยังมีข้อบกพร่อง แม้จะตรึงกำลังเข้มงวด แต่กำลังพลบางส่วนถูกลดทอนไป(บทความ - บางกอกทูเดย์)
ข้อเสนอแนะ
เว็บไซต์เอ็กแซมไมเนอร์ แนะนำนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย หากอยู่ในกรุงเทพฯ ให้เลือกฉลองปีใหม่ตามร้านอาหาร หรือบาร์ที่ตั้งอยู่ห่างจากห้างสรรพสินค้า แม้ยังไม่มีข่าวกรองยืนยันชัดเจนว่าคนร้ายมีเป้าหมายก่อเหตุป่วนเมืองต้อนรับปี 2012 ก็ตาม (เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
นพ. แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า ปีนี้คนไทยประสบอุทกภัยอย่างแสนสาหัส ดังนั้น จึง ควรหันมาร่วมมือกันเปลี่ยนรูปแบบการเฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญใส่บาตร สวดมนต์ข้ามปี แทนการสังสรรค์ด้วยการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุทางจราจรและลดค่าใช้จ่าย ของครอบครัวในภาวะน้ำท่วมได้
หากไม่สามารถลดกิจกรรมการสังสรรค์ได้ ขอให้เตือนสติว่า เมาไม่ขับ ขับขี่จักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัย โทรไม่ขับ ง่วงไม่ขับ เคารพกฎจราจร จะปลอดภัยจากอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่ นอกจากนี้ ต้องการชวนผู้สนใจให้ร่วมเป็นจิตอาสาช่วยชีวิตคนไทยในช่วงเทศกาลให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุจราจร ด้วยการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 หากพบผู้เมาแล้วขับบนท้องถนน (กรุงเทพธุรกิจ)
ในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่ 2555 ขอวิงวอนทุกภาคส่วนในสังคมร่วมกัน รณรงค์เพื่อให้ปีใหม่ 2555 เป็นปีใหม่ที่มีสถิติการตายเป็นศูนย์ และขอให้ทุกคนร่วมกันรักษาชีวิตคนไทย ไม่ให้เป็นเหยื่อของผู้ดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ โดยต้องระลึกอยู่เสมอว่าเมาไม่ขับโดยเด็ดขาด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แนะนำ ใน 1 ชั่วโมงก่อนขับรถ ไม่ควรดื่มสุรา แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจดื่มสุราผสมได้ 6 แก้ว ดื่มเบียร์ปกติไม่เกิน 2 กระป๋อง หรือ 2 ขวดเล็ก หรือดื่มไวน์ได้ไม่เกิน 2 แก้ว เพราะหากมีแอลกอฮอล์ในเลือดมาก โอกาสเกิดอุบัติเหตุจะมีมากขึ้น (บทบรรณาธิการ - ไทยรัฐ)
ผู้ที่จะเดินทางในช่วงปีใหม่ด้วยรถส่วนตัว ควรนำรถไปตรวจสภาพให้มีความพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ควรตรวจสอบเส้นทางที่จะใช้เดินทางไว้ล่วงหน้า เพราะในปีนี้ตั้งแต่ภาคเหนือลงมาถึงอ่าวไทย ประสบกับปัญหาน้ำท่วม รวมถึงหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน หลังน้ำลดมีถนนหลายสายที่ชำรุดและอยู่ระหว่างรอซ่อมแซม ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในถนนมาจากสภาพคน สภาพรถ และสภาพถนน หากเตรียมตัวให้พร้อม และไม่ประมาท โอกาสการเกิดอุบัติเหตุก็จะน้อยลง (แยกประชาชื่น – ข่าวสด)
....................... ธนันถ์ชวนันทน์ (วิเคราะห์ข่าว)
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|












