ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน
แปลภาษา
pr_bangkok: สำนักงานเขตมีนบุรีรับสมัครครูสอนภาษาจีน 2 อัตรา ยื่นใบสมัครที่ฝ่ายการศึกษา เขตมีนบุรี บัดนี้-25 พ.ค. หรือโทร.0 2540 7172 ในวันเวลาราชการ
17 hours ago from web
pr_bangkok: สำนักการแพทย์กทม.รับจนท.ช่วยปฏิบัติราชการตำแหน่งนักสถิติ/บริหารงานทั่วไป/วิเคราะห์นโยบายและแผน อย่างละ1อัตรา รับสมัครถึง11มิ.ย.โทร.022207534
17 hours ago from web
pr_bangkok: กทม.ประสานกฟน.ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในที่สาธารณะ3,995ดวง ซึ่งคืบหน้าแล้ว75%เหลืออีก1,183ดวง มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน7วัน
17 hours ago from web
powered by TweetXT!
กองประชาสัมพันธ์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว บทความ บทวิจารณ์ และคอลัมน์ต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์รายวัน ประจำวันที่ 13 ตุลาคม 2554
น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดทำแนวคันกั้นน้ำ 3 จุด เพื่อป้องกัน น้ำทะลักเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ แม้จะมีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น เมื่อนำกระสอบทรายตั้งเป็นแนวคันกั้นน้ำ แต่ถูกประชาชนดึงออก รวมทั้งปัญหาจากความไม่แข็งแรงและการเปื่อยของกระสอบทราย แต่ยืนยันรัฐบาลจะใช้สรรพกำลังเพื่อตรวจสอบคุณภาพทุกจุด ซึ่งความต้องการกระสอบทราย จำนวน 1.7 ล้านกระสอบในพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะนี้คาดจะดำเนินการได้ครบแล้ว โดย กทม.เป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมทั้งดูแลเรื่องความมั่นคงแข็งแรงร่วมกับหน่วยงานอื่น
สำหรับ การเฝ้าระวังสถานการณ์ในกรุงเทพฯ จะมี 2 ส่วนคือ (1) จุดรอยต่อระหว่างจังหวัด ใกล้เคียง ซึ่งต้องเตรียมการรับมือให้ดี อาทิ จ.ปทุมธานี ที่ต้องดูแลแนวคันกั้นน้ำในภาวะที่ประชาชนมีความเครียด ซึ่งอาจทำได้ไม่เต็มที่ และ (2) แนวคันกั้นน้ำที่อยู่ในความดูแลของ กทม. ซึ่ง ผว.กทม. รับจะดำเนินการ อย่างไรก็ตามปัญหาหลัก คือ กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ต่ำและมีปัญหาการระบายน้ำอยู่แล้ว ขณะที่ในปีนี้มีปริมาณน้ำไหลมามากกว่าที่ประเมินไว้ แต่ รัฐบาลจะพยายามเร่งรัดการขุดคลองให้ระบายน้ำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, บางกอกโพสต์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, เดอะเนชั่น)
พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รมว.กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวว่า รัฐบาลจะพยายามผลักดันน้ำให้เร็วที่สุด แต่เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำจาก จ.นครสวรรค์ จะไหลมาสมทบอีก จึงต้องแจ้งให้ประชาชนทราบ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำ ที่คาดจะมาถึง กรุงเทพฯ ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ โดยยืนยันรัฐบาลจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษาพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ได้
อย่างไรก็ตาม หากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ แล้วลงทะเลไม่ได้ กทม.ได้เตรียมจัดทำสะพานรองรับบริเวณที่ลุ่มสำหรับเดินข้าม รวมทั้งจัดเตรียมเรือ แพ และสถานที่สำหรับอพยพประชาชนทั้งที่สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และวัดพระธรรมกาย ซึ่งสามารถจอดรถได้ประมาณ 5,000 คันและรองรับประชาชนได้ประมาณ 20,000 - 30,000 คน (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, บางกอกโพสต์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, เดอะเนชั่น)
นาย วิม รุ่งวัฒนะจินดา โฆษก ศปภ. กล่าวว่า ที่ประชุม ศปภ. ได้ขอให้กรมชลประทานเร่งผลักดันน้ำฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมถึงพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ส่วนฝั่งตะวันออก ขอให้ผลักดันน้ำออกสู่คลอง 5 แห่ง เพื่อผลักดันน้ำออกสู่อ่าวไทยต่อไป (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, บางกอกโพสต์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, เดอะเนชั่น)
พล.ท. ยอดยุทธ บุญญาธิการ ผู้บัญชาการหน่วยป้องกันภัยทางอากาศ (ผบ.นปอ.) กล่าวว่า พื้นที่หลักหก จ.ปทุมธานี เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เพราะหากน้ำผ่านจุดนี้ไปได้ จะไหลเข้าสู่คลองเปรมประชากร และเข้าสู่เขตดอนเมือง นอกจากนี้ อีกจุดหนึ่งที่อาจมีปัญหาหากน้ำทะลักเข้าไป คือ คลองประปา ซึ่งขณะนี้ได้เสริมแนวพนังกั้นน้ำเรียบร้อยแล้ว (มติชน, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำในคลองหลักๆ อยู่ในระดับสูง แต่ยังอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ทั้งหมด ไม่ถึงขั้นวิกฤต ซึ่ง กทม. ได้เสริมแนวคันกั้นน้ำอย่างต่อเนื่องทั้งพื้นที่ ด้านเหนือและด้านตะวันตกของกรุงเทพฯ สำหรับการรับมือปริมาณน้ำที่ไหลมาจาก จ.ปทุมธานี ได้ประสานงานร่วมกับกรมชลประทานและรัฐบาลในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และหากพื้นที่ จ.ปทุมธานี ไม่สามารถรับมือกับปริมาณน้ำได้ กทม. มีแผนอพยพในทุกเขต อยู่แล้ว (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, บางกอกโพสต์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, เดอะเนชั่น)
นาย ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยวางระบบข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งระบบดังกล่าวมีการจัดทำแผนที่แต่ละโซนเชื่อมโยงข้อมูลกับ กทม.
นอกจากนี้ สพฐ. ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 35 จุดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อดูแล ช่วยเหลือสถานศึกษาและนักเรียนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งในแต่ละจุดจะมีการรายงานผลปฏิบัติการทางไกล ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที (เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, เดลินิวส์, ไทยรัฐ)
นาย วิทยา บุรณศิริ รมว.กระทรวงสาธารณสุข (สข.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกสถานพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ และเป็นพื้นที่สูงปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วม เช่น จ.กาญจนบุรี และ จ.ราชบุรี สำรองเตียงให้ว่าง เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อาจต้องเคลื่อนย้ายจากโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ หากเกิดน้ำท่วม (ข่าวสด)
น.พ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. กล่าวว่า สธ. ได้แบ่งพื้นที่ประสบอุทกภัยออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) พื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมสูง (2) พื้นที่ผ่านการประสบอุทกภัยและเข้าสู่ภาวะของการฟื้นฟู และ (3) พื้นที่เตรียมรับการเกิดอุทกภัย พร้อมแบ่งงานให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นหน่วยประสานงานและ มอบหมายให้รองปลัด สธ. ดูแลและเตรียมความพร้อมสนับสนุนเวชภัณฑ์ เรือเปลสนาม เพื่อดูแลผู้ป่วย (ข่าวสด)
นางมนทิรา ทองสาริ ผอ. สำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวว่า สนอ.ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ ป้องกันโรคและภัยที่เกิดจากน้ำท่วม เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยสั่งการให้ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. 68 แห่ง เตรียมรับสถานการณ์ จัดหน่วยปฐมพยาบาลและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พร้อมนักจิตวิทยา เพื่อให้ความช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยและ ผู้พิการอย่างใกล้ชิดและทันท่วงที พร้อมจัดเตรียมชุดเวชภัณฑ์ป้องกันโรคและภัยที่เกิดจากน้ำท่วม อย่างเพียงพอ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง โดยประชาชนสามารถขอรับได้ที่ศูนย์บริการ สาธารณสุข กทม. ทั้ง 68 แห่ง และสำนักงานเขต 50 เขต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (สยามรัฐ, เดลินิวส์, สำนักข่าวไทย)
พล.ต.ต. ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวว่า ได้สรุปแผนปฏิบัติการรองรับน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมอบหมายให้กองบังคับการตำรวจนครบาล (บก.น.) 1 - 9 เตรียมพื้นที่จอดรถฉุกเฉินทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 109 จุด รองรับรถ 69,959 คัน จัดแผนจราจรรองรับประชาชนเดินทางเข้าศูนย์อพยพและพื้นที่ปลอดภัยฉุกเฉิน ติดป้ายประชาสัมพันธ์เลี่ยงเส้นทางจุดน้ำท่วมขังเมื่อเกิดเหตุทันที จัดตำรวจแนะนำจุดจอดรถฉุกเฉินไม่กีดขวางการจราจร โดยห้ามจอดรถบริเวณทางด่วนพิเศษฯ ทางยกระดับ จุดกลับรถ สะพานข้ามแยก สะพานข้ามแม่น้ำ สะพานข้ามคลอง สะพานกลับรถ และจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วม ในแต่ละ บก.น.
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถประสานตรวจสอบจุดจอดรถฉุกเฉินได้ที่ www.trafficpolice.go.th หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1197 นอกจากนี้ สามารถติดตามข้อมูลจราจรได้ทางสถานีวิทยุ สวพ.91 สน.จราจร 99.5 และ จส.100(ไทยโพสต์, พิมพ์ไทย, เดลินิวส์, ไทยรัฐ)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ
นาย วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะ รผอ.ศอส. กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบภัย 26 จังหวัด ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 766,267 ครัวเรือน 2,230,016 คน เสียชีวิต 281 ราย สูญหาย2 คน พื้นที่การเกษตรคาดจะเสียหาย 9,670,726 ไร่ ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำร้อยละ 99 เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำร้อยละ 98 เขื่อนแควน้อยมีปริมาณน้ำร้อยละ 100 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำร้อยละ 30 (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, บางกอกโพสต์, เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน, เดอะเนชั่น)
พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รมว.ยธ. ในฐานะ ผอ.ศปภ. กล่าวว่า ช่วงที่น่าเป็นห่วง คือ ระหว่างวันที่ 14 - 17 ตุลาคมนี้ เนื่องจากน้ำเหนือจะลงมาบรรจบที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ประกอบกับ น้ำทะเลจะหนุนขึ้นสูงสุดในช่วงดังกล่าว รวมทั้งในช่วงวันที่ 28 - 31 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดอีกครั้ง หากเกิดพายุขึ้นอีก สถานการณ์จะน่าเป็นห่วง (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, บางกอกโพสต์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, เดอะเนชั่น)
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ในฐานะ ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ศปภ. กล่าวว่า ที่ ผ่านมาคำนวณน้ำเฉพาะแม่น้ำสายหลัก แต่ไม่ได้คำนวณจากน้ำบนบก (โอเวอร์แลนด์) ซึ่งเป็นน้ำที่เกิดจากน้ำล้นตลิ่ง จึงเป็นการคำนวณที่ผิดพลาด อย่างไรก็ตาม คาดการณ์พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในจะปลอดภัย แต่พื้นที่รอบกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ด้านตะวันออก ตะวันตก และด้านเหนือ จากรังสิต อาจได้รับความเดือดร้อน เพราะจะต้องผันน้ำออกไป เพื่อรักษาพื้นที่กรุงเทพฯ (กรุงเทพธุรกิจ, ไทยโพสต์)
นาย เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ สิรินธร กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ มีสาเหตุหลัก คือ คันกั้นน้ำพัง และปริมาณน้ำฝน ที่ตกลงมาเพิ่มเติม รวมทั้งภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อยู่เหนือการควบคุม ทั้งนี้ มีความเป็นห่วง หากคันกั้นน้ำที่บริเวณคลองรังสิต จ.ปทุมธานี แตก จะส่งผลกระทบกับกรุงเทพฯ อย่างรุนแรง โดยน้ำจะทะลักเข้าสู่บริเวณทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง และเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน นอกจากนี้ มีความกังวลหากคันกั้นน้ำบริเวณ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี แตก จะส่งผลกระทบกับพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกอย่างรุนแรงเช่นกัน(โพสต์ทูเดย์)
กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางทุกสิ่งของประเทศไทย หากปริมาณน้ำไหลเข้าท่วม จนกลายเป็น เมืองบาดาลในเขตชั้นใน ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ย่อมทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจของชาติทวีคูณยิ่งขึ้น (บทบรรณาธิการ – เดลินิวส์)
ข้อเสนอแนะ
น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ยังปลอดภัยแต่ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำต่อวันที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และไม่ควรตื่นตระหนก (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, บางกอกโพสต์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, เดอะเนชั่น)
นาย ธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กล่าวว่า กรมชลประทานพยายามลดการปล่อยน้ำจากเขื่อนสำคัญ ทั้งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ เนื่องจากพื้นที่ด้านล่างมีปริมาณน้ำสูงมาก และไม่สามารถที่จะปล่อยเพิ่มได้อีก สิ่งสำคัญ คือ จังหวัดล่างสุดจะต้องพยายามระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็ว เพื่อช่วยเหลือจังหวัดด้านบนที่มีน้ำขัง โดยเฉพาะ จ.นครสวรรค์ ซึ่งกลายเป็นจังหวัดรับน้ำ (ไทยโพสต์)
นาย วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีปภ. เตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ เตรียมรับมือผลกระทบที่จะเกิดจากระดับน้ำเหนือที่ไหลหลากเข้าสู่กรุงเทพฯ ในช่วงที่มีฝนตกชุกหนาแน่นและน้ำทะเลหนุนสูงในคราวเดียวกัน
ทั้งนี้ ช่วงที่ต้องระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะมีระดับน้ำทะเลหนุนสูง คือ ระหว่างวันที่ 14 - 17 และ 28 - 31 ตุลาคม โดยระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, บางกอกโพสต์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, เดอะเนชั่น)
ดร. อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร กล่าวว่า หน่วยงานภาครัฐซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหา จะต้องให้ข้อเท็จจริงเรื่องการคาดการณ์ของพายุและปริมาณน้ำฝน ปริมาณมวลน้ำที่จะเคลื่อนตัวผ่านกรุงเทพฯ และปริมาณน้ำใต้ดินในช่วงสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า รวมถึงผลกระทบต่อพื้นที่ต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ เพราะหากมีความคลุมเครือของข้อมูลที่ให้สื่อมวลชนคาดการณ์กันไปเอง อาจทำให้ประชาชน ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล เกิดการกันกักตุนสินค้า (ส่องกล้องเศรษฐกิจ – กรุงเทพธุรกิจ)
ประสบการณ์อุทกภัยครั้งนี้ อาจทำให้ประเทศไทยต้องทบทวนเรื่องการเตือนภัย การฝึกซ้อม รับมือภัยพิบัติชาติอย่างเป็นระบบและจริงจังมากขึ้น (บทบรรณาธิการ – กรุงเทพธุรกิจ)
....................... ธนันถ์ชวนันทน์ (วิเคราะห์ข่าว)
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|












