ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน
แปลภาษา
pr_bangkok: สำนักงานเขตมีนบุรีรับสมัครครูสอนภาษาจีน 2 อัตรา ยื่นใบสมัครที่ฝ่ายการศึกษา เขตมีนบุรี บัดนี้-25 พ.ค. หรือโทร.0 2540 7172 ในวันเวลาราชการ
17 hours ago from web
pr_bangkok: สำนักการแพทย์กทม.รับจนท.ช่วยปฏิบัติราชการตำแหน่งนักสถิติ/บริหารงานทั่วไป/วิเคราะห์นโยบายและแผน อย่างละ1อัตรา รับสมัครถึง11มิ.ย.โทร.022207534
17 hours ago from web
pr_bangkok: กทม.ประสานกฟน.ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในที่สาธารณะ3,995ดวง ซึ่งคืบหน้าแล้ว75%เหลืออีก1,183ดวง มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน7วัน
17 hours ago from web
powered by TweetXT!
การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่จะไหลเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ
สาระสำคัญ
น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 20 กันยายน 2554 มีมติตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการอุทกภัย ดินโคลนถล่ม และภัยแล้ง โดยมีนาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นประธาน โดยคณะกรรมการชุดนี้ จะทำแผน แม่บทจัดการปัญหาดินโคลนถล่ม ภัยแล้ง และน้ำท่วมแบบบูรณาการ รวมทั้งเป็นคณะกรรมการกลาง ที่จะเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาและจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อหาข้อสรุปจากข้อเสนอต่าง ๆ (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์)
นาง ฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีได้ปรารภจะเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้ยังมีพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม 26 จังหวัด จึงได้สั่งการให้รัฐมนตรีที่ดูแลแต่ละพื้นที่ไปประสานงาน พร้อมมอบหมายให้นาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มท. ดูแลการแก้ปัญหาในภาพรวม ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) แต่ละจังหวัดเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ต้องวางระบบระบายน้ำออกสู่ทะเลก่อนที่จะมีพายุ
เบื้องต้นให้จัดเรือปั่นระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วยให้น้ำไหลเวียนเร็วขึ้นรวมทั้งสิ้น 6 จุด ได้แก่ (1) สะพานพระราม 7 (2) สะพานกรุงธนบุรี (3) ท่าเรือเกียกกาย (4) สะพานพระพุทธยอดฟ้า (5) คลองลัดโพธิ์ และ (6) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยนายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับมือปริมาณน้ำที่จะไหลมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 21 กันยายนนี้ เวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์)
นาย วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะ รผอ. ศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจลุกลาม ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง จึงสั่งการให้ ปภ. จัดประชุมยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมฯ เพื่อเตรียมการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในระยะเร่งด่วน และระยะกลางในเขตกรุงเทพฯ กับจังหวัดใกล้เคียง
สำหรับ หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.), กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงคมนาคม, กรมชลประทาน, ปภ., กองทัพบก, กองทัพเรือ, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ รวมถึง ผวจ. 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, นครปฐม และ จ.สมุทรสาคร เพื่อรับทราบแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายการแก้ไขปัญหา (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์)
นาย ธีระ วงศ์สมุทร รม.กษ. กล่าวว่า ขณะนี้พนังกั้นน้ำใน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรีแตก ทำให้น้ำไหลไปรวมอยู่ที่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งได้มีการเตรียมรับมือน้ำเหนือที่จะไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กษ. เตรียมเสนอแผนป้องกันน้ำท่วมระยะยาว ด้วยการทำโครงการขุดคลองตัดยอดน้ำ (Flood Way) ระยะความกว้าง 300 เมตร จาก จ.ชัยนาท ออกสู่ทะเลด้าน จ.สมุทรสาคร หรือ จ.สมุทรสงคราม เพื่อระบายปริมาณน้ำ แก้ปัญหาอุทกภัย และสามารถทำการเกษตรได้ โดยกำหนดกรอบงบประมาณลงทุนในปี 2555 ประมาณ 10,000 ล้านบาท (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, โพสต์ทูเดย์)
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. กล่าวหลังเป็นประธาน ประชุมบูรณาการแผนป้องกันน้ำท่วมของ กทม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมนำเสนอแผนต่อนายกรัฐมนตรีในวันที่ 21 กันยายน ว่า กทม.เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับระบบป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ รวมถึงแผนงานที่ดำเนินการ ในปัจจุบัน แผนงานที่จะพัฒนาต่อเนื่องในอนาคต เช่น โครงการอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงการขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น การแก้ไขกฎหมายและกฎกระทรวง เพื่อให้อำนาจ กทม. ดำเนินการในด้านต่างๆ
สำหรับ สถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่น่าห่วง เนื่องจากมีการบริหารจัดการน้ำ อย่างเป็นระบบ แต่ยังห่วงถนนหลายสายในความดูแลของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขัง ในหลายพื้นที่ ดังนั้น กทม.จึงเตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ กทม.เข้าไปดูแลรับผิดชอบถนนทุกสาย ในกรุงเทพฯ เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น (เดลินิวส์, สยามรัฐ, พิมพ์ไทย, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ข่าวสด, แนวหน้า, โพสต์ทูเดย์, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
นาย สัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลและตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งเครื่องสูบน้ำในจุดต่างๆ อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพบยังมีปริมาณฝนตกในพื้นที่ภาคกลางและภาคกลางตอนล่าง ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อน้ำไหลผ่าน พื้นที่กรุงเทพฯ ได้ (เดลินิวส์, สยามรัฐ, พิมพ์ไทย, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ข่าวสด, แนวหน้า, โพสต์ทูเดย์)
นาย วิทยา บุรณศิริ รมว.กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมทั้งประเทศ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ภาคกลาง ที่ท่วมหนักในขณะนี้ มีความเป็นห่วงเรื่องหน่วยบริการต้องส่งต่อผู้ป่วยเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึง ได้มอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดระบบส่งต่อผู้ป่วยในเขตน้ำท่วมให้สามารถ ส่งต่อได้สะดวกทุกโรงพยาบาล หากมีความจำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพมากกว่า ก็ให้ดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายพาหนะในการส่งต่อ เนื่องจาก สปสช. มีระเบียบรองรับอยู่แล้ว(เดลินิวส์)
นพ. วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ขอให้โรงพยาบาลที่ให้บริการรักษาประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมดำเนินการตามกระบวนการเบิกจ่ายมาที่ สปสช. ตามปกติ ซึ่งหน่วยบริการ ทุกแห่งจะได้รับการเบิกจ่ายตามอัตราที่กำหนด ทั้งนี้ สปสช. ได้จัดเตรียมงบประมาณในส่วนนี้ไว้แล้วและ จะเร่งรัดกระบวนการเบิกจ่าย เพื่อให้โรงพยาบาลได้รับเงินรวดเร็วขึ้น (เดลินิวส์)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ
นาย วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดี ปภ. ในฐานะ รผอ.ศอส. ระบุ ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัย ใน 25 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย, พิจิตร, พิษณุโลก, นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง,พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, สระบุรี, สุพรรณบุรี, นครปฐม, ปทุมธานี, นนทบุรี, อุบลราชธานี, ยโสธร, เลย, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ศรีสะเกษ, ฉะเชิงเทรา, นครนายก, ตาก และปราจีนบุรี มีผู้เสียชีวิต 132 ราย สูญหาย 2 ราย
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ที่ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากและ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้มีน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณ 8 จังหวัดได้รับผลกระทบ ได้แก่ อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี และนนทบุรี (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์)
ผศ. สุพจน์ เอี้ยงกุญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมทางการเกษตร ดิน น้ำ และอากาศ ประจำภาควิชาวิศวกรรมเกษตรและอาหาร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ระบุ ขณะนี้มีสัญญาณเตือนทางอุตุนิยมวิทยาชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์อุทกภัยของประเทศไทยจะเกิดในลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงปลายปี 2554 อย่างแน่นอน ที่เห็นได้ชัดเจน คือ ร่องความกดอากาศต่ำและพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดฝนตกมาอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำเหนือช่วงปลายฤดูฝนจึงมีปริมาณมากและจะทยอยเคลื่อนตัวลงมาสู่ภาคกลางต่อไปเรื่อยๆ จนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ลุ่มภาคกลาง และกรุงเทพฯ มีโอกาสเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับอุทกภัยต่อไปจนถึงเดือนตุลาคม
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนตุลาคม ร่องมรสุมจะเคลื่อนที่ลงมาพาดแถบภาคกลางและภาคใต้ตอนบน ซึ่งทำให้มีโอกาสที่จะเกิดฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นระยะ และจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์อุทกภัยจากน้ำเหนือ ซึ่งอาจส่งผลให้กรุงเทพฯ ประสบปัญหาน้ำท่วมในเดือนนี้(สกู๊ปแนวหน้า –แนวหน้า)
ข้อเสนอแนะ
นาย วิทยา บุรณศิริ รมว.สธ. ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพ หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ประสบอุทกภัยสามารถเข้ารับบริการด้านสาธารณสุขจากหน่วยบริการใดก็ได้ที่อยู่ใกล้ โดยไม่ต้องไปรับบริการที่หน่วยบริการประจำก่อน ซึ่งหน่วยบริการจะไม่เรียกเก็บค่าบริการจากประชาชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือเร่งด่วน โดยหน่วยบริการ ที่ให้บริการประชาชนที่ประสบอุทกภัยสามารถเรียกเก็บค่าบริการตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายกรณีอุบัติเหตุ และเจ็บป่วยฉุกเฉินได้จาก สปสช. (เดลินิวส์)
ภัยพิบัติไม่ได้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่จะเป็นวงรอบของแต่ละพื้นที่ หากสามารถทำความเข้าใจ และเรียนรู้ว่าภัยพิบัติธรรมชาติจะมาเมื่อไหร่ และเตรียมความพร้อมป้องกันไว้ล่วงหน้าจะสามารถ ช่วยผ่อนหนักให้กลายเป็นเบาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลย คือ การติดตามการแจ้งข้อมูลข่าวสารของ หน่วยงานต่าง ๆ เนื่องจากทุกข้อมูลล้วนเป็นประโยชน์กับประชาชน และหากสามารถนำไปผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นจะเป็นประโยชน์มากขึ้น และอาจทำให้รอดพ้นจากภัยพิบัติได้ (เดลินิวส์วาไรตี้ – เดลินิวส์)
------------------ ธนัตถ์ชวนันทน์ (วิเคราะห์ข่าว)
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|












