ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน
แปลภาษา
pr_bangkok: สำนักงานเขตมีนบุรีรับสมัครครูสอนภาษาจีน 2 อัตรา ยื่นใบสมัครที่ฝ่ายการศึกษา เขตมีนบุรี บัดนี้-25 พ.ค. หรือโทร.0 2540 7172 ในวันเวลาราชการ
17 hours ago from web
pr_bangkok: สำนักการแพทย์กทม.รับจนท.ช่วยปฏิบัติราชการตำแหน่งนักสถิติ/บริหารงานทั่วไป/วิเคราะห์นโยบายและแผน อย่างละ1อัตรา รับสมัครถึง11มิ.ย.โทร.022207534
17 hours ago from web
pr_bangkok: กทม.ประสานกฟน.ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในที่สาธารณะ3,995ดวง ซึ่งคืบหน้าแล้ว75%เหลืออีก1,183ดวง มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน7วัน
17 hours ago from web
powered by TweetXT!
การติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง
กองประชาสัมพันธ์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว บทความ บทวิจารณ์ และคอลัมน์ต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์รายวัน ประจำวันที่ 8 กันยายน 2554 ปรากฏว่าการนำเสนอข่าวและการแสดงความคิดเห็น ของสื่อมวลชนและคอลัมนิสต์ให้ความสำคัญกับ การติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง โดยสรุปสาระสำคัญ ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ ดังนี้
สาระสำคัญ
น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.ชัยนาท อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยาว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทานคำนวณความสูงของการทำคันกั้นน้ำให้เพียงพอสำหรับการรับปริมาณน้ำที่จะไหลมา โดยแบ่งการแก้ปัญหาเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ ที่น้ำกำลังจะไหลมา ให้จัดทำคันกั้นน้ำและขุดลอกคูคลองต่างๆ เพื่อรองรับน้ำ ส่วนพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังแล้ว ให้เร่งศึกษารายละเอียดเรื่องผลกระทบ สำหรับการเยียวยาที่ได้อนุมัติไปแล้วทั้งภาคการเกษตร ซึ่งให้ชดเชย นาข้าวที่ได้รับความเสียหาย 2,222 บาท/ไร่ และการดูแลครัวเรือนละ 5,000 บาท ต้องให้เกิดความมั่นใจว่า ความช่วยเหลือดังกล่าวจะถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกันได้ สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ประสานกับกระทรวงแรงงาน (รง.) พิจารณาแนวทางในการหาอาชีพเสริม เพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งไม่สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้ในช่วงน้ำท่วม (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์)
นาย ฐานิสร์ เทียนทอง รมช.กระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวในการมอบนโยบายและซักซ้อมแนวทางการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 5,000 บาท แก่ ผวจ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ 34 จังหวัด ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา อนุมัติให้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 34 จังหวัด จำนวน 174,383 ครัวเรือนๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 871,915,000 บาท ขอให้จังหวัดที่ประสบอุทกภัยดำเนินการสำรวจและจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดด้วยความรวดเร็วที่สุด และ เกิดความเป็นธรรม โดยขอให้จ่ายเงินเยียวยาภายใน 14 วัน หรือภายในวันที่ 28 กันยายนนี้ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี(มติชน, ข่าวสด)
นาย ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ได้เชิญ ผวจ. ในพื้นที่ภาคกลาง 9 จังหวัด หน่วยงานฝ่ายปกครอง หน่วยงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย และหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และหน่วยงานชลประทาน เข้าประชุมหารือถึงการใช้พื้นที่ 9 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ จ.นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี และ จ.ลพบุรี โดยเฉพาะพื้นที่ทุ่งนาให้เป็นพื้นที่รับน้ำเหนือหลากและแนวทางบริหาร
จัดการไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากประเมินการประเมินสถานการณ์ในช่วงนี้จะมีน้ำจาก 3 พื้นที่ มารวมกัน ได้แก่ น้ำเหนือ น้ำทะเลหนุนสูง และน้ำฝน จึง มอบหมายให้ ผวจ. ทั้ง 9 จังหวัด ดำเนินการสำรวจพื้นที่ โดยเฉพาะจำนวนทุ่งนา พร้อมทั้งทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เพื่อหาข้อสรุปเรื่องการจ่ายเงินชดเชย หากจะผลักดันน้ำเข้าทุ่งในเขตภาคกลาง 9 จังหวัดดังกล่าว(มติชน, โพสต์ทูเดย์)
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำ ในพื้นที่ภาคกลางว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักทั้งแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมามีฝนตกชุกกระจายทั่วบริเวณ และ ปริมาณน้ำทั้งหมดได้ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.นครสวรรค์ ส่งผลให้น้ำเพิ่มสูงอยู่ในเกณฑ์ 3,080 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที อีกทั้งเกิดฝนตกกระจายในพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรังไหลลงมาสมทบในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.ชัยนาท ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 3,184 ลบ.ม./วินาที
ทั้งนี้ กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำด้วยการรับน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออกจำนวน 293 ลบ.ม./วินาที ส่วนระบบชลประทานฝั่งตะวันตกรับน้ำเข้า 327 ลบ.ม./วินาที ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาลดลงเหลือเพียง 2,528 ลบ.ม./ต่อวินาที แต่ยังคงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใน จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา (ไทยรัฐ, กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ)
นาย วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับเงินช่วยเหลืออุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามมติ ครม. วันที่ 6 กันยายน 2554 ว่า ผู้ประสบอุทกภัยต้องอาศัยอยู่เป็นประจำในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และมีหนังสือรับรองจากท้องถิ่นออกให้เท่านั้น รวมถึงเข้าข่ายหลักเกณฑ์ที่กำหนด 3 ข้อ ได้แก่ (1) น้ำท่วมบ้านพักอาศัย โดยฉับพลันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย (2) บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 7 วัน ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และ (3) บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายจากอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก หรือ ดินถล่ม กรณีเข้าข่ายเป็นผู้ประสบภัยซ้ำซ้อนทั้ง 3 หลักเกณฑ์ หรือได้รับผลกระทบจากพายุไหหม่า นกเตน ร่องมรสุม และหย่อมความกดอากาศต่ำจะได้รับการช่วยเหลือเพียงกรณีเดียว ส่วนกรณีที่เป็นบ้านเช่า ผู้เช่า จะได้รับเงินช่วยเหลือ หากบ้านเช่ามีหลายชั้นจะได้รับการช่วยเหลือเฉพาะชั้นที่น้ำท่วมถึงเท่านั้น
ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานจังหวัดตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และสอดคล้องกับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 กันยายนนี้ จากนั้นให้จัดส่งข้อมูลมายัง ปภ. ภายในวันที่ 12 กันยายน เพื่อให้สามารถจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 กันยายนนี้(กรุงเทพธุรกิจ, พิมพ์ไทย)
นาย จาตุรงค์ ปัญญาดิลก ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนที่มีความต้องการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สามารถบริจาคเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี ‘กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี’ หมายเลขบัญชี 067-0068950 โดยผู้บริจาคที่โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว สามารถนำใบฝากที่ได้รับจากธนาคาร พร้อมระบุชื่อ - สกุล ที่อยู่และหมายเลข โทรศัพท์ และส่งโทรสารมาที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 – 2282 - 5296 ให้กับกองคลัง สำนักปลัดฯ เพื่อออกใบเสร็จ รับเงินให้ โดยผู้บริจาคสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 – 2282 – 4130(มติชน, ไทยรัฐ, ข่าวสด)
นาย วิทยา บุรณศิริ รมว.กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การดูแลรักษาโรคทางกายและดูแลจิตใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกจังหวัดอย่างต่อเนื่องทุกวันๆ ละ 100 - 120 ทีม พบผู้ป่วยประมาณ 1,000 ราย/วัน โดยร้อยละ 80 เป็นโรคน้ำกัดเท้า ยอดผู้ป่วยสะสมตลอดกว่า 1 เดือน รวม 79,328 ราย ซึ่ง ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)
ทุกพื้นที่ ออกเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กในพื้นที่ประสบภัยให้ทั่วถึง ส่วนรายใดที่เห็นว่าอาจไม่ปลอดภัย ให้รับตัวไปนอนพักที่โรงพยาบาลใกล้บ้านโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากนี้ สธ. จะให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.ในพื้นที่ออกติดตามเยี่ยมเยียนให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดบริการสายด่วน 1323 จำนวน 32 คู่สาย ให้บริการปรึกษาปัญหาทางจิตใจแก่ผู้ประสบภัยทุกจังหวัด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตลอด 24 ชั่วโมง (สำนักข่าวไทย, ไทยรัฐ, ข่าวสด)
นาย สัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวว่า ในวันที่ 9 - 11 กันยายน ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์จะมีฝนตกหนัก กทม. ได้เตรียมความพร้อมการระบายน้ำ โดยเตรียมบึง และคูคลองต่างๆ รวมถึงโครงการแก้มลิง ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝั่งตะวันออกให้เป็นที่รองรับน้ำฝนและน้ำจากการระบายน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำของ สนน. จะทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับกรมชลประทานและ กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งต้องประสานการทำงานด้านสภาพอากาศและปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด (สำนักข่าวแห่งชาติ, ข่าวสด, สยามรัฐ, โพสต์ทูเดย์)
นาย บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนนี้จะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.นครสวรรค์ เพื่อหาทางแก้ปัญหาไม่ให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ เนื่องจากระบบบริหารน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องบริหารให้มีประสิทธิภาพ (โพสต์ทูเดย์)
10. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต รายงานผลสำรวจความคิดเห็นจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกน้ำท่วมโดยใช้การโทรศัพท์สัมภาษณ์และลงพื้นที่ในบางส่วน ได้แก่ จ.ปทุมธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท และนครสวรรค์ จำนวน 506 ครัวเรือน ระหว่างวันที่ 2 - 6 กันยายนที่ผ่านมา พบกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 49.60 ระบุผลจากน้ำท่วมทำให้ประชาชนเดินทางสัญจรไปมาลำบาก ออกไปทำงาน หรือไปซื้ออาหารไม่ได้ ระบบสาธารณูปโภคเสียหาย ร้อยละ 26.49 บ้านเรือนจมน้ำ สิ่งของเสียหาย ไม่มีที่อยู่อาศัย ร้อยละ 13.06 ไม่ได้รับความสะดวกเรื่องการขับถ่าย ห้องน้ำ
สำหรับ ความช่วยเหลือ ร้อยละ 37.45 ระบุต้องการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เช่น อาหาร น้ำ นม เสื้อผ้า ไฟฉาย ยา ถุงยังชีพ รองลงมา คือ สร้างห้องน้ำ/ทำสะพาน หรือทางเดิน เพื่อให้เดินทางสัญจรไปมาได้สะดวกขึ้น จัดหาสถานที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับขนย้ายประชาชนที่ถูกน้ำท่วม ส่วนความช่วยเหลือจากรัฐบาล ประชาชนเสนอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ เช่น ให้เข้าไปดูแลในพื้นที่อย่างใกล้ชิด/ เรียกประชุมการประสานงานระหว่างภาครัฐกับชุมชนเป็นระยะๆ วางแผน หรือหาวิธีป้องกันอย่างเร่งด่วน ทั้งเรื่องการระบายน้ำแนวกั้นน้ำที่สามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยลงได้ (สำนักข่าวไทย, ไทยรัฐ)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ
น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าว กรณีสวนดุสิตโพลรายงานผลสำรวจความคิดเห็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งพบประชาชนไม่พึงพอใจการแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลว่า ต้องมีวิธีชี้แจงข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ เนื่องจากบางครั้งระดับน้ำไม่ได้มีปัญหา เนื่องจาก มีระดับสูงกว่าที่เคยประสบมา แต่เป็นปัญหาเรื่องภูมิศาสตร์ของประเทศซึ่งมีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้มาก และหากระบายน้ำออกจากพื้นที่หนึ่งอาจส่งผลกระทบกับอีกพื้นที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาล ต้องพยายามป้องกัน ขณะเดียวกันต้องดูแลประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่แล้วอย่างใกล้ชิด (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์)
นายภานุ แย้มศรี ผอ.ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะประธานการประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 12 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท อุบลราชธานี สิงห์บุรี นครปฐม สุพรรณบุรี และ จ.นนทบุรี มีผู้เสียชีวิต 69 ราย คาดพื้นที่การเกษตรจะได้รับความเสียหาย 3,530,969 ไร่ ส่วนพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ คาดจะได้รับความเสียหาย แบ่งเป็น บ่อปลา 67,618 ไร่ กุ้ง หอย ปู 2,284 ไร่ ปศุสัตว์ ได้รับผลกระทบ 2,298,506 ตัว(มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, พิมพ์ไทย, ข่าวสด, แนวหน้า)
นาย วีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้ต้องจับตาสถานการณ์ฝนที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์จะตกลงมาในวันที่ 9 - 11 กันยายนนี้ จะทำให้มีปริมาณน้ำมากน้อยเพียงใด เนื่องจากฝนจะไม่ตกในพื้นที่เหนือเขื่อนทางภาคเหนือ แต่จะตกลงสู่ลำน้ำและที่ลุ่มภาคกลางโดยตรง ซึ่งจะทำให้ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนที่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ ต้องติดตามปริมาณน้ำไหลผ่านที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นหลัก เนื่องจากขณะนี้มีน้ำไหลผ่าน 2,600 ลบ.ม./วินาที และหากน้ำไหลผ่านมากถึง 3,000 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลกระทบกับ 3 จังหวัดดังกล่าวทันที ขณะเดียวกันพื้นที่น้ำท่วมในลุ่มน้ำสำคัญ ที่กรมชลประทานวัดได้ขณะนี้มีประมาณ 1,200,000 ไร่แล้ว แบ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมในลุ่มน้ำยม 692,675 ไร่ ส่วนพื้นที่น้ำท่วมลุ่มน้ำน่านมีทั้งสิ้น 569,394 ไร่ ทั้งหมดยังไม่นับรวมพื้นที่น้ำท่วมในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบกับมีแม่น้ำอีกหลายสายซึ่งยังวัดไม่ได้ เพราะเพิ่งถูกน้ำท่วมในช่วง 1 - 2 วันที่ผ่านมา (ไทยรัฐ, โพสต์ทูเดย์)
สืบศักดิ์ สืบสายอ่อน กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สร้างความเสียหายในพื้นที่ลุ่มน้ำถึง 41 แห่ง และมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำฝน ที่ยังตกต่อเนื่อง หากวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมรุนแรง พบมีปัจจัย 5 มิติ คือ (1) ปัญหาโลกร้อน ที่ส่งผลให้ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงกระทบต่อการกำหนดฤดูการเพาะปลูก ภาวะอากาศที่แปรปรวนจนทำให้พายุ มีความรุนแรงมากขึ้น ฝนตกหนักขึ้น ยาวนานมากขึ้น และส่งผลให้ในบางพื้นที่ประสบภาวะน้ำท่วมอย่างหนัก (2) การตัดไม้ทำลายป่า อันเป็นแหล่งกักเก็บน้ำโดยธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ต้นน้ำที่ไม่สามารถสะสม น้ำไว้ในฤดูแล้ง และไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ในฤดูฝน
(3) การบุกรุกพื้นที่ลุ่มน้ำสาธารณะ หรือแก้มลิง จากการขยายพื้นที่เพาะปลูกมารุกล้ำพื้นที่ กักเก็บน้ำตามธรรมชาติ ทำให้ขอบเขตของพื้นที่รองรับน้ำน้อยลงไป (4) การวางผังการพัฒนาเมืองโดยขาดการศึกษาเส้นทางการไหลของน้ำ ประกอบกับมีการสร้างถนนและทางรถไฟขวางเส้นทางน้ำ ซึ่งเป็นบทเรียนให้หลายจังหวัดในการวางผังเมืองอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงความสอดคล้องของระบบนิเวศทางธรรมชาติและผังเมือง และ (5) การแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบต่างคนต่างทำ เนื่องจากแต่ละจังหวัดต่างดำเนินการป้องกันน้ำท่วม โดยขาดความเชื่อมโยงในกระบวนการแก้ปัญหาร่วมกัน และปัญหาสำคัญ คือ กระแสน้ำที่ไหลจากต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ โดยขาดการแบ่งเบาภาระการรับน้ำ ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลมามีมากกว่าความสามารถในการรองรับเดิมของแต่ละพื้นที่ที่จะป้องกัน หรือเตรียมการได้ทันท่วงที (คอลัมน์: CRISIS WATCH - โพสต์ทูเดย์)
ข้อเสนอแนะ
น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้กำชับให้กรมชลประทานทำหน้าที่ เฝ้าระวังและรายงานปริมาณน้ำอย่างเคร่งครัด ส่วน ผวจ. หากเกิดความเสียหาย หรือประชาชนได้รับความเดือดร้อน ให้บูรณาการแก้ปัญหากับหน่วยงานทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันขอให้ช่วยสำรวจหาพื้นที่แก้มลิงธรรมชาติตามที่ ปภ. เสนอ โดยร่วมมือกับกองทัพจัดทำแก้มลิง เพื่อรองรับน้ำในบริเวณที่ประชาชน
ไม่ได้รับความเดือดร้อนมากเกินไป ขณะเดียวกันขอให้กระทรวงกลาโหม (กห.) ประสานกับจังหวัดในการกำหนดจุดรับน้ำ รวมถึงการขุดลอกคลองให้กับประชาชนเมื่อปริมาณน้ำฝนลดลง เพื่อเตรียมการแก้ปัญหา ในระยะยาวได้ต่อไป (ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, บ้านเมือง, พิมพ์ไทย, โลกวันนี้, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์)
นาย ภานุ แย้มศรี ผอ.ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย ปภ. ในฐานะประธานการ ประชุม ศอส. กล่าวว่า ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เนื่องจากน้ำเหนือมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มจาก 2,400 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที เป็น 2,800 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10 - 15 เซนติเมตร/วัน ต่อเนื่องจนถึงกลางเดือนกันยายนนี้ จึง ขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตั้งแต่พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมาบริเวณ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และ จ.นนทบุรี ให้เตรียมการป้องกันภาวะน้ำล้นตลิ่ง เสริมแนวคันกั้นน้ำ พร้อมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ อย่างใกล้ชิด(มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, พิมพ์ไทย, ข่าวสด, แนวหน้า)
นาย วิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกรัฐบาล มีแนวคิดใช้พื้นที่ทุ่งนารับน้ำแทนคนกรุงเทพฯ และปฏิบัติเช่นนี้ทุกปี แม้ชาวบ้านและชาวนาจะยินยอมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากต้องการจะผันน้ำเข้าทุ่งนา ควรรอให้เกษตรกรเกี่ยวข้าวนาปรังก่อน ซึ่งคาดจะแล้วเสร็จช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ ส่วนพื้นที่การเกษตรอื่นรวมถึงนาปี ควรมีการจ่ายเงินชดเชยที่เป็นธรรม สำหรับการช่วยเหลือด้วยการเยียวยาจิตใจ ชาวกรุงเทพฯ ควรบริจาค หรือนำสิ่งของบรรเทาทุกข์มาแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านและชาวนา โดยเฉพาะสภา กทม. ควรดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นพิเศษด้วย(โพสต์ทูเดย์)
สืบศักดิ์ สืบสายอ่อน กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมกลายเป็นวิกฤตระดับชาติที่ทุกภาคส่วน ต้องร่วมมือกันช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเสนอแนะแนวทางในการแก้ปัญหาระยะยาว 4 แนวทาง คือ (1) การแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ โดยมี ผวจ. จากทั้ง 3 น้ำ คือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ร่วมมือกันดำเนินการวางยุทธศาสตร์แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ (2) การตั้งศูนย์ข้อมูลแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยมีทั้งข้อมูลดาวเทียมแสดงพื้นที่น้ำท่วม ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสนับสนุนการทำงานของ ผวจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (3) การตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยหน่วยงานรัฐและเอกชนสามารถดำเนินการช่วยเหลือในปัจจัย 4 คือ ที่พัก ยาเสื้อผ้า และอาหาร อย่างทันท่วงที และเพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งการวางแผนจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอนาคต และ (4) การจัดการไม่ให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่นานเกินไป(คอลัมน์: CRISIS WATCH - โพสต์ทูเดย์)
------------------ ธนัตถ์ชวนันทน์ (วิเคราะห์ข่าว)
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|












